TODAY, TOP 10 HOT NEWS

2026-09-09 · 최근 업데이트 · 2026-09-09T08:03:04.729835+09:00 생성

Archive timelineLatest 날짜가 노란색으로 강조됩니다
1위 핵심 이슈2–4위 주요 이슈5–7위 참고 이슈8–10위 관찰 이슈
1핵심
태국기타최종 63.8
근거 출처 4개 보기
  • 타이라트 (태국어) — พรุ่งนี้ 9 ก.ย. ประกาศปรับขึ้น "ราคาน้ํามัน" ทุกชนิด เว้นพรีเมียม คงเดิม
    "ปตท. - บางจาก" ประกาศปรับขึ้น "ราคาน้ํามัน" กลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร กลุ่มดีเซล ปรับขึ้น 0.70 บาทต่อลิตร เว้นพรีเมียม คงเดิม มีผลตั้งแต่ตี 5 พรุ่งนี้ 9 ก.ย. 69
  • 마티촌 (태국어) — เข้าปั๊มด่วน! พรุ่งนี้น้ํามันขึ้น ดีเซล 70 สต. เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 80 สต.
    เข้าปั๊มด่วน! พรุ่งนี้น้ํามันขึ้น ดีเซล 70 สต. เบนซิน-แก [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — พรุ่งนี้ (9 ก.ย.) ดีเซลขึ้น 70 สต./ลิตร เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขยับ 80 สต./ลิตร
    วันนี้ (8 ก.ย.2569) ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับขึ้นราคาน้ํามันทุกชนิด โดยกลุ่มน้ํามันดีเซลปรับขึ้น 0.70 บาทต่อลิตร และกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ปรับขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.2569 การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ เป็นผลจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ที่ส่อแววไร้ข้อยกเว้นการเจรจา เพื่อลดความตึงเครียดและเปิดเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ํามันดิบชะงัก ส่งผลให้ราคาน้ํามันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง ทําให้ภาพรวมราคาน้ํามันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันที่ 8 ก.ย. 2569 ราคาน้ํามันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่มากกว่า 172 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ํามันเบนซินอยู่ที่ประมาณ 137 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปัจจัยดังกล่าวทําให้ กบน. ต้องปรับลดการชดเชยมาจากความผันผวนของราคาน้ํามันในตลาดโลก ที่ยังคงอยู่ในระดับวิกฤต การปรับลดการชดเชยและปล่อยให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น จึงเป็นแนวทางที่จําเป็นเพื่อสร้างความสมดุล และสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ํามันฯ ที่แบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 500 ล้านบาท สําหรับกลุ่มน้ํามันดีเซล เพิ่มการชดเชยน้ํามันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 0.03 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 5.80 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 39.84 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ํามันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ลดการชดเชย 0.06 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 10.06 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 34.84 บาทต่อลิตร ส่วนน้ํามันดีเซลพรีเมี่ยม จัดเก็บ 1.50 บาทต่อลิตร สําหรับกลุ่มน้ํามันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ น้ํามันเบนซินลดการจัดเก็บ 0.27 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 4.55 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 48.08 บาทต่อลิตร น้ํามันแก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มการชดเชย 0.18 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.37 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 39.09 บาทต่อลิตร น้ํามันแก๊สโซฮอล์ 91 ปรับเพิ่มการชดเชย 0.18 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.37 บาทต่อลิตร ส่งผลราคาขายปลีกเป็น 38.72 บาทต่อลิตร ส่วนน้ํามันแก๊สโซฮอล์ E20 เพิ่มการชดเชย 0.08 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 5.77 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 34.09 บาทต่อลิตร และน้ํามันแก๊สโซฮอล์ E85 ลดการชดเชย 0.50 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.60 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 30.03 บาทต่อลิตร อ่านข่าว : ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน แก้วิกฤตพลังงาน เตือน 71 จังหวัด เหนือ-อีสาน-กลาง-ใต้-กทม.เฝ้าระวังน้ําท่วม 8-13 ก.ย. ทร.เลือก “Hanwha Ocean” จัดหาเรือฟริเกต 1 ลํา เสนอราคา 16,730 ล้านบาท
  • webmaster@thaipbs.or.th — เชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น 3 เดือนติด ลุ้นจีดีพีโต 2.5% จับตาการเมือง ราคาน้ํามัน
    วันนี้ (8 ก.ย.2569) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค.2569 อยู่ที่ 53.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สูงสุดรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือน มี.ค.2569 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของประชาชนเริ่มฟื้นตัว หลังความกังวลต่อภาวะสงครามและเศรษฐกิจโลกผ่อนคลายลง ปัจจัยสําคัญที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่น มาจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่านที่เริ่มคลี่คลาย ทําให้ราคาน้ํามันตลาดโลกและในประเทศยังไม่ปรับขึ้นรุนแรง ประกอบกับรัฐบาลเดินหน้ามาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 นอกจากนี้ การท่องเที่ยวในเดือน ก.ค.-ส.ค. เริ่มฟื้นตัวชัดเจนหลังชะลอลง เช่นเดียวกับการส่งออกยังขยายตัวเกือบ 20% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะเงินลงทุนจากต่างประเทศในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทั่วไป ยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 1.4 แสนล้านบาทในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนช่วยพยุงกําลังซื้อ และสร้างแรงส่งต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น แต่ดัชนีส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับต่ํา สะท้อนว่าประชาชนยังมองว่าเศรษฐกิจไทย ไม่ได้ฟื้นตัวอย่างชัดเจน เพียงแต่เริ่มเห็นสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้น โดยผู้บริโภคเริ่มมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น ต่อการซื้อรถยนต์ ที่อยู่อาศัย การเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า สําหรับปัจจัยเสี่ยงสําคัญที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สถานการณ์การเมืองและราคาน้ํามัน ขณะเดียวกัน ราคาน้ํามันตลาดโลกเริ่มขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ล่าสุดอยู่บริเวณ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่วนราคาน้ํามันในประเทศแตะระดับประมาณ 40 บาทต่อลิตรแล้ว หากสถานการณ์ยืดเยื้อ มีความเสี่ยงที่ราคาน้ํามันจะทรงตัว ในระดับสูงหรือปรับขึ้นต่อ ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนภาคธุรกิจ กําลังซื้อ และกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ก.ย.-ต.ค. จะเป็นจุดเปลี่ยนสําคัญของเศรษฐกิจไทย ว่าจะเดินหน้าฟื้นตัวต่อเนื่องหรือสะดุดลงอีกครั้ง ซึ่งต้องจับตาทั้งทิศทางสงคราม ราคาน้ํามัน การเจรจา ART กับสหรัฐฯ รวมถึงสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ สําหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย พบว่าดัชนีโดยรวมปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 6 เดือน ขณะที่ดัชนีสถานการณ์ปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน และดัชนีคาดการณ์ในอนาคตปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่ทั้งนี้ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างมีนัยสําคัญ แต่ทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจเริ่มเห็นความหวัง โดยเฉพาะการลงทุนและการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสําคัญในระยะต่อไป ขณะที่การจ้างงานมีโอกาสกลับมาดีขึ้นในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า หากรัฐบาลสามารถเดินหน้านโยบายปรับโครงสร้างพลังงาน รวมถึงการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาทในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานได้อย่างชัดเจน ควบคู่กับการต่อเนื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโครงการ คนละครึ่ง และ ไทยช่วยไทยพลัส สิ้นสุดในเดือน ก.ย. รวมถึงเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 จะช่วยประคองแรงส่งทางเศรษฐกิจให้ต่อเนื่องได้ ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปีขยายตัวเฉลี่ย 2.4% โดยไตรมาสแรกขยายตัว 2.8% และไตรมาส 2 ขยายตัว 1.9% ขณะที่หลายสํานักยังประเมินเศรษฐกิจไทย ทั้งปีไว้ในกรอบ 2.2-2.5% อย่างไรก็ตาม มองว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวแตะ 2.5% หรือสูงกว่า จากค่ากลางที่ประเมินใกล้เคียง 2.3% โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะประกาศปรับประมาณการเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ก.ย.นี้ โดยสัญญาณจากดัชนีความเชื่อมั่นทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยกําลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว และมีแนวโน้มเห็นภาพชัดขึ้นในไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกปีหน้า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยชี้ขาดในช่วง ก.ย.-ต.ค. ยังอยู่ที่สถานการณ์สงครามและราคาน้ํามัน ผลการเจรจา ART กับสหรัฐฯ ว่าไทยจะยังรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกได้เพียงใด รวมถึงเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ อ่านข่าว: ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคฟื้นรอบ 4 เดือน หวั่นสงครามปะทุรอบใหม่ทุบจีดีพีร่วง ไทยช่วยไทยพลัส-ราคาพลังงานลด ดันดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ฟื้นรอบ 4 เดือน ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคต่ําสุดรอบ 42 เดือน หวังไทยช่วยไทยดึงกําลังซื้อฟื้นครึ่งปีหลัง
2주요
태국기타최종 63.2
근거 출처 7개 보기
3주요
태국기타최종 63.2
근거 출처 3개 보기
  • 타이라트 (태국어) — คําสั่งสํานักนายกฯ “รัชดา-เอกภพ” ลาออกตําแหน่งเดิม ก่อน ครม. แต่งตั้งใหม่วันนี้
    ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี “รัชดา ธนาดิเรก - เอกภพ เพียรพิเศษ” ลาออกตําแหน่งเดิม 7 ก.ย. ก่อน ครม.วันนี้ (8 ก.ย.) แต่งตั้งใหม่สลับเก้าอี้กัน
  • 마티촌 (태국어) — เช็ก มติครม. 8 กันยายน 2569 แต่งตั้ง-โยกย้าย ครบทุกตําแหน่ง
    เช็ก มติครม. 8 กันยายน 2569 แต่งตั้ง-โยกย้าย ครบทุกตําแห [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — ครม.แต่งตั้ง “นพ.เอกภพ” เป็นโฆษกรัฐบาล แทน “รัชดา”
    วันนี้ (8 ก.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ เป็นโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี แทน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ที่ยื่นหนังสือลาออกจากตําแหน่ง โดย นพ.เอกภพ ได้แถลงข่าวเปิดตัวเป็นครั้งแรก พร้อมกับทีมรองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ออกตัวว่า ตามที่คาดการณ์กันว่า ทีมโฆษกรัฐบาล ในมิติใหม่จะมีความเข้มข้นในทางการเมือง และมีการตอบโต้ทางการเมืองมากขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ สิ่งที่ตน และทีมรองโฆษกฯ อยากสื่อสารคือ เราจะมีความเข้มข้นในเรื่องของข้อมูล ความรวดเร็ว และให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงถึงประชาชน และเป็นประโยชน์จริง ๆ ทีมโฆษกฯ จะไม่เน้นการโต้วาที ไม่เน้นการใส่อารมณ์ทางการเมือง แต่เราจะเน้นการโต้ตอบข้อมูลเท็จด้วยข้อมูลจริง ซึ่งนายกฯ และรัฐมนตรีทุกคนมีความตั้งใจ และทํางานหนักเพื่อประชาชนไม่ว่า จะเลือกพรรคใด หรือจะเชียร์หรือไม่เชียร์ ทีมโฆษกฯ จะไม่ทําหน้าที่ในการใส่ไฟ หรือเติมไฟทางการเมือง เพื่อแยกประชาชนออกเป็นกลุ่ม เป็นสี หรือเป็นคณะใด ๆ แต่ทีมโฆษกฯ จะทําเพื่อประชาชน เพื่อให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ และเป็นข้อมูลที่จริงเชื่อถือได้ นพ.เอกภพ กล่าวอีกว่า ในประเทศไทยมีเรื่องดี ๆ มากมาย ที่อยากจะชวนทุกคนในแวดวงการเมือง มาร่วมร่วมกันทํางาน เพราะแทนที่เราจะตอบโต้ทางการเมือง ที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ แต่เราจะพูดในเรื่องที่ประชาชนได้ประโยชน์ เพื่อช่วยกันปักธงทางความคิด ช่วยสร้างสิ่งใหม่ ๆ เพราะเราอยากจะนําพาประเทศไทยไปอยู่ในจุดที่สามารถสู้กับประเทศอื่นได้ จึงอยากให้มาช่วยกันแข่งกันปักธง ถ้าเรื่องไหนดี เชื่อว่า ทุกคนใน ครม. จะนําเรื่องนั้นไปปฏิบัติ และไปใช้ แต่ถ้าเรื่องไหนที่รัฐมนตรีทําได้แล้ว ทีมโฆษกฯ เราจะนํามาสื่อสารให้กับประชาชนเช่นเดียวกัน ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทีมโฆษกฯ จะดําเนินการต่อจากนี้ ส่วนที่มีกระแสถามว่า การเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาลครั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ทางการเมืองนั้น นายกฯ ได้มีกําชับเรื่องใดเป็นพิเศษ หรือตั้ง KPI หรือไม่ เพื่อที่จะไม่ต้องเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาลในทุก ๆ ในช่วง 6 เดือน นพ.เอกภพ กล่าวว่า การสื่อสารของเราไม่ได้เน้นว่า เป็นการตอบโต้ทางการเมือง แต่จะเน้นให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงเพื่อตอบโต้ข้อมูลที่ถูกบิดเบือนโดยที่ไม่ได้เป็นการโต้วาที ซึ่งไม่จําเป็นที่ทีมโฆษกฯ ต้องมาตอบว่าโต้ว่า ถนนเส้นนั้นตัดถนนเส้นนี้เพราะตนเป็นคน จ.เชียงราย ไม่รู้จักถนนในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ได้มีผลประโยชน์ต่อประชาชน จึงอยากจะเชิญชวนพรรคการเมือง หรือคนที่กําลังทํางานการเมืองหลายคนที่รู้จักตนดี จะเห็นความท้าทายในการทํางานทางการเมืองในเรื่องของการปักธงทางความคิด การสร้างประเด็นใหม่ ๆ ให้เกิดประโยชน์กับสังคม และประชาชนมากกว่า ในเรื่องของการเมือง ที่มาดูคนทะเลาะกันในสภาแล้วเป็นข่าว อ่านข่าว : พาณิชย์โยกย้ายใหญ่ 9 ตําแหน่ง ครม.ไฟเขียวตั้งผู้บริหาร ครม.โยกปลัดอุตสาหกรรม "ณัฐพล รังสิตพล" ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ "วราวุธ​" จ่อชง ครม.ย้ายปลัดอุตสาหกรรม ไปทําเนียบฯ​ เผย​นายก ฯ รับทราบแล้ว
4주요
태국기타최종 63.2
근거 출처 6개 보기
5참고
태국기타최종 61.7
근거 출처 3개 보기
6참고
태국기타최종 60.5
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ‘ลาดกระบังนิทรรศน์ 2026’ ชวนถอดรหัส ‘คาวายันโมเดล’ เมื่อเมืองเกษตรกลางหุบเขา
    ‘ลาดกระบังนิทรรศน์ 2026’ ชวนถอดรหัส ‘คาวายันโมเดล’ เมื่ [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — "ศุภณัฐ" อัดงบ ก.เกษตรฯ สร้างอาคารเกลื่อนเมือง จวกผุด "อควาเรียม" 600 ล้าน
    วันนี้ (8 ก.ย.2569) ที่รัฐสภา เวลา 11.03 น. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายงบประมาณ มาตรา 14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเน้นไปที่งบก่อสร้างอาคารที่เห็นปัญหาการของบ ที่ขอเพิ่มจํานวนมากกระจายทั่วประเทศ แต่ปีนี้ลดลงอย่างมีนัยยะสําคัญ เพราะฐานะทางการคลังของประเทศที่ย่ําแย่ จากที่เป็นคณะอนุกรรมธิการงบก่อสร้างได้ติดตามงบของกรมประมงว่า สร้างในสิ่งที่ไม่ควรสร้าง เช่น การสร้างอควาเรียม มีงบประมาณผูกพันรวม 594 ล้านบาท ที่ จ.อุดรธานี หรือที่ จ.ระยอง ในการปรับปรุง 375 ล้าน ที่ จ.พะเยา ร้อยเอ็ด นครปฐม ซึ่งกรมประมงมีอควาเรียมในความดูแล 16 แห่ง ยังไม่มีทีท่าที่จะหยุดสร้าง "ผมไม่แน่ใจว่า นี่คือกรมประมง หรือกรมอควาเรียม กรมแสดงพันธุ์สัตว์น้ํากันแน่ ทั้งที่เรื่องเหล่านี้ควรทําร่วมกับภาคเอกชน หรือสนับสนุนจากภาคเอกชนในการดําเนินการ ไม่ใช่ภาครัฐเป็นผู้ดําเนินการเอง แต่ในส่วนของรัฐไทยหน่วยงานราชการชอบที่จะจัดซื้อจัดสร้างเอง ให้งบประมาณผ่านมือตัวเอง" นายศุภณัฐกล่าว นายศุภณัฐกล่าวต่อว่า อีกปัญหาหนึ่งที่เป็นระเบิดเวลาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คืออาคารราชการที่สร้างเยอะมากจนน่าตกใจ โดยหยิบยกว่า 13 หน่วยงานหลัก ภายใต้การกํากับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการสร้างอาคาร 17,000 อาคาร เฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตรมีจํานวน 3,800 อาคาร กรมชลประทาน 3,000 อาคาร กรมการข้าว 2,100 อาคาร และกรมปศุสัตว์ 2,000 อาคาร ฯลฯ หากเฉลี่ยต่อจังหวัด จังหวัดหนึ่งมี 220 อาคาร ถือว่าเยอะมาก หากเปรียบเทียบกับกองทัพบกที่จะต้องสร้างอาคารรองรับกําลังพล กองทัพบกเป็นหน่วยงานที่มีอาคารมากที่สุด 38,000 หลัง ของกําลังพลกว่า 130,000 ยูนิต แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คนน้อยกว่ากองทัพบก 3 เท่า แต่มีอาคารครึ่งหนึ่งของกองทัพบก ปัญหาของระบบราชการคือ แยกกันก่อสร้างไม่มีการบูรณาการ ซึ่งพบว่า ราชการไทยมีอาคารทั้งหมดประมาณ 100,000 อาคาร คือระเบิดเวลาชั้นดี เพราะสัดส่วนงบประมาณในการสร้างในอนาคตจะเป็นงบการซ่อมบํารุง เพราะยิ่งภาครัฐมีอาคารที่มากเกินกว่าจําเป็นก็จะกลายเป็นภาระงบประมาณในอนาคตที่สูงขึ้น ค่าบํารุงรักษาค่าน้ําค่าไฟ นับ 1,000 ล้านบาท โดยเห็นว่า หากกระทรวงเกษตรยังคงดําเนินนโยบายเช่นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือจะมีโอกาสได้เห็นว่าเกษตรกรจะมีมีรายได้สูงขึ้นในระยะยาว เพราะการใช้งบประมาณที่ไม่เหมาะสม จึงขอตัดลดงบประมาณ 1.1% หรือ 600 ล้านบาท ซึ่งเทียบเท่าวงเงินรวมของอควาเรียมแห่งใหม่ที่ จ.อุดรฯ และ จ.ระยอง อ่านข่าว : ทุจริตอาหารกลางวัน “เด็กด้อยโอกาส” ผอ.รร.แจงส่งเอกสารต้นสังกัดแล้ว กลุ่มปกป้องผืนแผ่นดินภูเก็ตยื่นหนังสือผู้ว่าฯ ค้านชาวอิสราเอลรวมกลุ่มจัดกิจกรรมใน “ภูเก็ต” "วราวุธ​" จ่อชง ครม.ย้ายปลัดอุตสาหกรรม ไปทําเนียบฯ​ เผย​นายก ฯ รับทราบแล้ว
7참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 5개 보기
8관찰
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — พิพัฒน์ ยันแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ไม่หยุดเดินรถหลัง 30 ก.ย. เร่งเจรจาเอกชนเดินรถต่อ 2-4 เดือน
    พิพัฒน์ ยันแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ไม่หยุดเดินรถหลัง 30 ก.ย. [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — “พิพัฒน์” ยืนยัน “แอร์พอร์ต เรล ลิงก์” ไม่หยุดให้บริการ แม้ “ซี.พี.” ขอยุติสัญญา
    หลังจากที่ ซี.พี. ส่งหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาและยุติเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ รวมถึงการประกาศปรับปรุงระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ จนส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารจํานวนมาก ล่าสุด วันนี้ (8 ก.ย.2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ให้นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาชี้แจง หลังการหารือร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และ บริษัท เอเชีย เอรา วัน (ในเครือ ซี.พี.) ซึ่งเป็นผู้บริหารการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เบื้องต้น จากการตรวจสอบสภาพขบวนรถประจําวันก่อนออกให้บริการ พบว่าเกิดปัญหาล้อรถสึก จึงจําเป็นต้องตรวจสอบหาสาเหตุ และซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัยในการให้บริการผู้โดยสาร ปัจจุบันวิ่งให้บริการ 5 ขบวน จากทั้งหมด 9 ขบวน ทั้งนี้จะเร่งซ่อมแซมให้สามารถให้บริการได้เพิ่มเป็น 7 ขบวนในอีก 2-3 วันข้างหน้านี้ รฟท.เจรจาขอให้เอกชนช่วยเดินรถต่อ ในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างน้อย 2–4 เดือน เพื่อเปิดให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จํากัด(รฟท.) บริษัทลูกของ รฟท. เตรียมความพร้อมในการรับช่วงต่อในการให้บริการ แต่จนถึงขณะนี้เอกชนยังไม่ได้แจ้งคําตอบอย่างเป็นทางการ โดยอยู่ระหว่างนําข้อเสนอของ รฟท.กลับไปหารือภายในบริษัท ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนหลังการหารือภายในวันนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวยืนยันว่า แม้เอกชนจะคืนการให้บริการหลังสิ้นสุดสัญญา รฟท.จะเดินหน้าจัดบริการต่ออย่างแน่นอน ขอให้ผู้โดยสารสบายใจได้ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ไม่มีการหยุดเดินรถแน่นอน หากเอกชนตัดสินใจยุติการเดินรถ รฟท.เตรียมแผนสํารองเพื่อรองรับสถานการณ์แล้ว แต่การรับช่วงเดินรถทั้งหมดทันทีอาจทําได้ไม่เต็มรูปแบบ เนื่องจากระบบรถไฟต้องใช้บุคลากรจํานวนมาก โดยเฉพาะพนักงานขับรถและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จึงจําเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมกําลังคน ขบวนรถ และระบบบริหารจัดการ แต่ รฟท.มีประสบการณ์ในการบริหารแอร์พอร์ต เรล ลิงก์มาก่อน และปัจจุบันบุคลากรบางส่วน ยังคงทํางานอยู่ในระบบ จึงสามารถพิจารณาดึงบุคลากรบางส่วนกลับมาร่วมปฏิบัติงาน รวมถึงเสริมกําลังจากบริษัทลูกของ รฟท.เพื่อรองรับการให้บริการในระยะต่อไป นอกจากการเตรียมความพร้อมด้านการเดินรถแล้ว ประเด็นสําคัญที่ รฟท.ต้องรับมือ หลังสิ้นสุดสัญญาคือภาระทางการเงินจากการให้บริการ โดยนายพิพัฒน์ ระบุว่า หาก รฟท.ต้องเข้ามาดําเนินการเอง จะมีภาระขาดทุนประมาณเดือนละ 30 ล้านบาท หรือราว 360 ล้านบาทต่อปี กระทรวงคมนาคมจึงอยู่ระหว่างหารือแนวทางลดภาระดังกล่าว หนึ่งในแนวทางคือการเพิ่มรายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์ ภายในสถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้ามาใช้พื้นที่ค่อนข้างน้อย โดยจะต้องเร่งหาวิธีดึงดูดเอกชนเข้ามาเช่าพื้นที่เพื่อสร้างรายได้มาช่วยชดเชยต้นทุนการเดินรถ ส่วนสัญญาหลักของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินนั้น จะต้องรอหารือกับนายกฯ เพื่อกําหนดแนวทางดําเนินการ เนื่องจากมีหลายหน่วยงานและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คาดว่าขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะสามารถให้บริการได้เพิ่มเป็น 6 ขบวน และคาดว่าจะซ่อมแซมแล้วเสร็จครบทั้ง 9 คัน ช้าสุดภายในวันที่ 14 ก.ย.2569 อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เป็นการบริการสาธารณะที่ไม่สามารถหยุดให้บริการได้ ซึ่งจะมีการเสนอเรื่องดังกล่าวในการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. วันที่ 10 ก.ย.นี้ อ่านข่าว : รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ กลับมาให้บริการตามปกติ หลังแก้เหตุขัดข้อง เร่งแก้ไขแอร์พอร์ตลิงก์ตกราง "สิริพงศ์" สั่งจัดรถเสริมบริการ ปชช. อัปเดต "แอร์พอร์ต เรล ลิงก์" ยังแก้ไขไม่เสร็จ แนะผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทาง "แอร์พอร์ต เรล ลิงก์" แจ้งเหตุขัดข้องด้านเทคนิค ให้บริการเดินรถได้เพียง 1 ขบวน
9관찰
태국기타최종 59.8
근거 출처 2개 보기
10관찰
태국기타최종 57.0
근거 출처 2개 보기