1핵심
근거 출처 4개 보기
- 타이라트 (태국어) — พรุ่งนี้ 9 ก.ย. ประกาศปรับขึ้น "ราคาน้ํามัน" ทุกชนิด เว้นพรีเมียม คงเดิม"ปตท. - บางจาก" ประกาศปรับขึ้น "ราคาน้ํามัน" กลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร กลุ่มดีเซล ปรับขึ้น 0.70 บาทต่อลิตร เว้นพรีเมียม คงเดิม มีผลตั้งแต่ตี 5 พรุ่งนี้ 9 ก.ย. 69
- 마티촌 (태국어) — เข้าปั๊มด่วน! พรุ่งนี้น้ํามันขึ้น ดีเซล 70 สต. เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 80 สต.เข้าปั๊มด่วน! พรุ่งนี้น้ํามันขึ้น ดีเซล 70 สต. เบนซิน-แก [...]
- webmaster@thaipbs.or.th — พรุ่งนี้ (9 ก.ย.) ดีเซลขึ้น 70 สต./ลิตร เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขยับ 80 สต./ลิตรวันนี้ (8 ก.ย.2569) ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับขึ้นราคาน้ํามันทุกชนิด โดยกลุ่มน้ํามันดีเซลปรับขึ้น 0.70 บาทต่อลิตร และกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ปรับขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.2569 การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ เป็นผลจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ที่ส่อแววไร้ข้อยกเว้นการเจรจา เพื่อลดความตึงเครียดและเปิดเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ํามันดิบชะงัก ส่งผลให้ราคาน้ํามันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง ทําให้ภาพรวมราคาน้ํามันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันที่ 8 ก.ย. 2569 ราคาน้ํามันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่มากกว่า 172 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ํามันเบนซินอยู่ที่ประมาณ 137 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปัจจัยดังกล่าวทําให้ กบน. ต้องปรับลดการชดเชยมาจากความผันผวนของราคาน้ํามันในตลาดโลก ที่ยังคงอยู่ในระดับวิกฤต การปรับลดการชดเชยและปล่อยให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น จึงเป็นแนวทางที่จําเป็นเพื่อสร้างความสมดุล และสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ํามันฯ ที่แบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 500 ล้านบาท สําหรับกลุ่มน้ํามันดีเซล เพิ่มการชดเชยน้ํามันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา 0.03 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 5.80 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 39.84 บาทต่อลิตร ขณะที่น้ํามันดีเซลหมุนเร็ว บี 20 ลดการชดเชย 0.06 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 10.06 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 34.84 บาทต่อลิตร ส่วนน้ํามันดีเซลพรีเมี่ยม จัดเก็บ 1.50 บาทต่อลิตร สําหรับกลุ่มน้ํามันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ น้ํามันเบนซินลดการจัดเก็บ 0.27 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 4.55 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 48.08 บาทต่อลิตร น้ํามันแก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มการชดเชย 0.18 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.37 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 39.09 บาทต่อลิตร น้ํามันแก๊สโซฮอล์ 91 ปรับเพิ่มการชดเชย 0.18 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.37 บาทต่อลิตร ส่งผลราคาขายปลีกเป็น 38.72 บาทต่อลิตร ส่วนน้ํามันแก๊สโซฮอล์ E20 เพิ่มการชดเชย 0.08 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 5.77 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 34.09 บาทต่อลิตร และน้ํามันแก๊สโซฮอล์ E85 ลดการชดเชย 0.50 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.60 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 30.03 บาทต่อลิตร อ่านข่าว : ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงิน แก้วิกฤตพลังงาน เตือน 71 จังหวัด เหนือ-อีสาน-กลาง-ใต้-กทม.เฝ้าระวังน้ําท่วม 8-13 ก.ย. ทร.เลือก “Hanwha Ocean” จัดหาเรือฟริเกต 1 ลํา เสนอราคา 16,730 ล้านบาท
- webmaster@thaipbs.or.th — เชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น 3 เดือนติด ลุ้นจีดีพีโต 2.5% จับตาการเมือง ราคาน้ํามันวันนี้ (8 ก.ย.2569) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค.2569 อยู่ที่ 53.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สูงสุดรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือน มี.ค.2569 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของประชาชนเริ่มฟื้นตัว หลังความกังวลต่อภาวะสงครามและเศรษฐกิจโลกผ่อนคลายลง ปัจจัยสําคัญที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่น มาจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่านที่เริ่มคลี่คลาย ทําให้ราคาน้ํามันตลาดโลกและในประเทศยังไม่ปรับขึ้นรุนแรง ประกอบกับรัฐบาลเดินหน้ามาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 นอกจากนี้ การท่องเที่ยวในเดือน ก.ค.-ส.ค. เริ่มฟื้นตัวชัดเจนหลังชะลอลง เช่นเดียวกับการส่งออกยังขยายตัวเกือบ 20% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะเงินลงทุนจากต่างประเทศในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทั่วไป ยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 1.4 แสนล้านบาทในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนช่วยพยุงกําลังซื้อ และสร้างแรงส่งต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น แต่ดัชนีส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับต่ํา สะท้อนว่าประชาชนยังมองว่าเศรษฐกิจไทย ไม่ได้ฟื้นตัวอย่างชัดเจน เพียงแต่เริ่มเห็นสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้น โดยผู้บริโภคเริ่มมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น ต่อการซื้อรถยนต์ ที่อยู่อาศัย การเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า สําหรับปัจจัยเสี่ยงสําคัญที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สถานการณ์การเมืองและราคาน้ํามัน ขณะเดียวกัน ราคาน้ํามันตลาดโลกเริ่มขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ล่าสุดอยู่บริเวณ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่วนราคาน้ํามันในประเทศแตะระดับประมาณ 40 บาทต่อลิตรแล้ว หากสถานการณ์ยืดเยื้อ มีความเสี่ยงที่ราคาน้ํามันจะทรงตัว ในระดับสูงหรือปรับขึ้นต่อ ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนภาคธุรกิจ กําลังซื้อ และกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ก.ย.-ต.ค. จะเป็นจุดเปลี่ยนสําคัญของเศรษฐกิจไทย ว่าจะเดินหน้าฟื้นตัวต่อเนื่องหรือสะดุดลงอีกครั้ง ซึ่งต้องจับตาทั้งทิศทางสงคราม ราคาน้ํามัน การเจรจา ART กับสหรัฐฯ รวมถึงสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ สําหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย พบว่าดัชนีโดยรวมปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 6 เดือน ขณะที่ดัชนีสถานการณ์ปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน และดัชนีคาดการณ์ในอนาคตปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่ทั้งนี้ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างมีนัยสําคัญ แต่ทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจเริ่มเห็นความหวัง โดยเฉพาะการลงทุนและการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสําคัญในระยะต่อไป ขณะที่การจ้างงานมีโอกาสกลับมาดีขึ้นในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า หากรัฐบาลสามารถเดินหน้านโยบายปรับโครงสร้างพลังงาน รวมถึงการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาทในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานได้อย่างชัดเจน ควบคู่กับการต่อเนื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโครงการ คนละครึ่ง และ ไทยช่วยไทยพลัส สิ้นสุดในเดือน ก.ย. รวมถึงเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 จะช่วยประคองแรงส่งทางเศรษฐกิจให้ต่อเนื่องได้ ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปีขยายตัวเฉลี่ย 2.4% โดยไตรมาสแรกขยายตัว 2.8% และไตรมาส 2 ขยายตัว 1.9% ขณะที่หลายสํานักยังประเมินเศรษฐกิจไทย ทั้งปีไว้ในกรอบ 2.2-2.5% อย่างไรก็ตาม มองว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวแตะ 2.5% หรือสูงกว่า จากค่ากลางที่ประเมินใกล้เคียง 2.3% โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะประกาศปรับประมาณการเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ก.ย.นี้ โดยสัญญาณจากดัชนีความเชื่อมั่นทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยกําลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว และมีแนวโน้มเห็นภาพชัดขึ้นในไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกปีหน้า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยชี้ขาดในช่วง ก.ย.-ต.ค. ยังอยู่ที่สถานการณ์สงครามและราคาน้ํามัน ผลการเจรจา ART กับสหรัฐฯ ว่าไทยจะยังรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกได้เพียงใด รวมถึงเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ อ่านข่าว: ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคฟื้นรอบ 4 เดือน หวั่นสงครามปะทุรอบใหม่ทุบจีดีพีร่วง ไทยช่วยไทยพลัส-ราคาพลังงานลด ดันดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ฟื้นรอบ 4 เดือน ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคต่ําสุดรอบ 42 เดือน หวังไทยช่วยไทยดึงกําลังซื้อฟื้นครึ่งปีหลัง









