TODAY, TOP 10 HOT NEWS

2026-09-13 · 최근 업데이트 · 2026-09-13T08:06:21.657258+09:00 생성

Archive timelineLatest 날짜가 노란색으로 강조됩니다
1위 핵심 이슈2–4위 주요 이슈5–7위 참고 이슈8–10위 관찰 이슈
1핵심
태국기타최종 63.2
근거 출처 8개 보기
2주요
태국기타최종 61.7
근거 출처 3개 보기
  • 마티촌 (태국어) — อนุทิน เปิดเวทีแก๊สเทค2026 บูมศก.2ล้านล. รับเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก เศรษฐกิจดิจิทัล-อุตฯอนาคต
    อนุทินเปิดเวทีแก๊สเทค2026 บูมศก.2ล้านล. รับเปลี่ยนผ่านพ [...]
  • 마티촌 (태국어) — อนุทิน เปิด Gastech 2026 14 ก.ย. รวม 18 รมต.-บิ๊กพลังงาน หวังดันลงทุน 6 หมื่นล้านดอลล์
    18 รัฐมนตรี-บิ๊กพลังงาน ร่วม Gastech 2026 อนุทิน เปิด 1 [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — "พลพีร์" ยันไม่ล็อกสเปก ชงงบ 7.5 หมื่นล้าน ลุยโซลาร์รูฟท็อป 1.5 ล้านครัวเรือน
    วันนี้ (12 ก.ย.2569) กระทรวงมหาดไทย เสนอรายละเอียดโครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคครัวเรือน เพื่อขอใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ วงเงินสูงสุดประมาณ 75,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าช่วยเหลือประชาชน 1,500,000 ครัวเรือน ในอัตราครัวเรือนละ 50,000 บาท นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ซึ่งกํากับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ระบุว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้งบ พ.ร.ก.กู้เงินฯ แล้วเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา เป้าหมายโครงการเพิ่มขึ้นจากแนวคิดเดิมที่กําหนดไว้ 1,000,000 ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม โครงการยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรอง และยังต้องรอประกาศรายละเอียด หลักเกณฑ์ ตลอดจนขั้นตอนการรับสมัคร หากผ่านความเห็นชอบตามกระบวนการ สํารวจหลังคา-ปรับมิเตอร์ ก่อนเชื่อมระบบและขายไฟคืน หากโครงการได้รับอนุมัติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าสํารวจความพร้อมของหลังคาเรือนและพื้นที่ติดตั้งของผู้ที่ประสงค์เข้าร่วม เพื่อประเมินความเหมาะสมทั้งด้านโครงสร้างอาคาร ความปลอดภัย และการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า ในส่วนการรับซื้อไฟฟ้าคืน การไฟฟ้าจะรับซื้อไฟฟ้าได้ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์/ครัวเรือน โดยมีเงื่อนไขว่า ระบบต้องได้รับการเปลี่ยนเป็นสมาร์ตมิเตอร์ และสามารถเชื่อมต่อไฟฟ้าแบบ 2 ทางได้ก่อน เพื่อรองรับทั้งการใช้ไฟภายในบ้านและการส่งไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่โครงข่าย ประเด็นดังกล่าวเป็นส่วนสําคัญที่ต้องพิจารณาควบคู่กับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เนื่องจากการขยายจํานวนผู้ผลิตไฟฟ้าภาคครัวเรือนในระดับ 1,500,000 ราย จะส่งผลต่อการบริหารโครงข่าย การวัดหน่วยไฟฟ้า และระบบรับซื้อไฟฟ้าของการไฟฟ้าในพื้นที่ต่าง ๆ ยืนยันไม่ล็อกสเปก เปิดเอกชนร่วมติดตั้ง นายพลพีร์ยืนยันว่า โครงการไม่สามารถดําเนินการในลักษณะล็อกสเปก หรือผูกขาดให้บริษัทใดบริษัทหนึ่ง เนื่องจากต้องผ่านระบบและมาตรฐานของทั้ง กฟภ. และ กฟน. อีกทั้งปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ขึ้นบัญชี และมีความเชี่ยวชาญด้านการติดตั้งมากกว่า 2,300 บริษัท การไฟฟ้าคาดว่า จะสามารถดําเนินการติดตั้งได้เองราว 300,000-400,000 ครัวเรือน ส่วนที่เหลือจะเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมดําเนินการ เพื่อให้การติดตั้งครอบคลุมตามเป้าหมายและไม่กระจุกตัวอยู่กับผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ราย แม้โครงการจะถูกวางเป้าหมายให้ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของครัวเรือนและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด แต่ประเด็นที่ต้องติดตามต่อคือ หลักเกณฑ์คัดเลือกผู้ได้รับสิทธิ ความพร้อมของระบบโครงข่ายในแต่ละพื้นที่ มาตรฐานอุปกรณ์และการติดตั้ง รวมถึงกลไกกํากับดูแลการใช้งบประมาณจํานวนมากให้เกิดความคุ้มค่าและตรวจสอบได้ อ่านข่าว : "ศุภชัย" โต้ "อภิสิทธิ์" ปมคดีฮั้ว สว. ลั่น กกต.มีอํานาจ "ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์" "โภคิน" ชี้การเมืองไทยวนลูปอํานาจนิยม-อุปถัมภ์ องค์กรอิสระกลายเป็นเครื่องมือ "ชวน" ชี้องค์กรอิสระถูกแทรกแซง จี้ยึดซื่อสัตย์เหนือบุญคุณการเมือง
3주요
태국기타최종 59.9
근거 출처 3개 보기
  • 타이라트 (태국어) — "กองระบาดวิทยา" พร้อมเฝ้าระวังโรค SFTS มีพาหะคือ "เห็บ" ชี้ไทยมีปัจจัยเสี่ยงระบาด
    "กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค" เผยแนวทางเฝ้าระวัง "โรค SFTS" มีพาหะจาก "เห็บ" เผยไทยมีความเสี่ยงต่อการเกิดผู้ป่วยรายใหม่ ปัจจุบันผู้ป่วยกระจายตัวอยู่ 6 จังหวัด เตรียมพร้อมเข้มตรวจจับโรค
  • 타이라트 (태국어) — โรงพยาบาลเสียใจ เหตุผู้ป่วยเด็กชาย 1 ขวบนิ้วชี้ขาด ยันพร้อมชดเชยเยียวยาเต็มที่
    "รพ.สมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา" เสียใจเหตุผู้ป่วยเด็กชาย 1 ขวบนิ้วชี้ข้างขวาบาดเจ็บรุนแรง ขณะเจ้าหน้าที่ดําเนินการถอดสายให้สารน้ําบนตัว ยันพร้อมรับผิดชอบเยียวยาตามสิทธิอย่างเต็มที่และเป็นธรรม
  • webmaster@thaipbs.or.th — "หนูอยากเป็นหมอ" สานฝัน "น้องซันนา" วัย 4 ขวบ มอบไตต่อลมหายใจ 2 ผู้ป่วย
    เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2569 เฟซบุ๊ก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ข้อความ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ร่วมสดุดีและแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ "น้องซันนา" เด็กหญิงวัย 4 ขวบ ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าอยู่ในภาวะสมองตายจากอุบัติเหตุ โดยครอบครัวได้ตัดสินใจครั้งสําคัญในการบริจาคอวัยวะเพื่อส่งต่อโอกาสในการรักษาและต่อชีวิตให้แก่ผู้ป่วยรายอื่น นับเป็นผู้บริจาคอวัยวะรายที่ 53 ของ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ จากฝันอยากเป็นหมอ สู่นางฟ้าผู้ให้ชีวิตใหม่ แม้ในวัยเพียง 4 ขวบ "น้องซันนา" เคยมีความฝันและบอกเล่ากับครอบครัวว่า "หนูอยากเป็นหมอ" เพื่อช่วยเหลือผู้คน แต่ด้วยเหตุสุดวิสัยจากอุบัติเหตุทําให้เด็กน้อยต้องจากไปก่อนวัยอันควร อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีโอกาสได้เติบโตขึ้นมาใส่ชุดกาวน์รักษาคนไข้ตามที่ตั้งใจ แต่การตัดสินใจของครอบครัวในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้า ได้เปลี่ยนเด็กน้อยให้กลายเป็นนางฟ้าผู้มอบชีวิตและสร้างทานบารมีอันยิ่งใหญ่ในบั้นปลายชีวิต ภายหลังจากทีมแพทย์ได้วินิจฉัยภาวะสมองตายอย่างเป็นทางการ คณะแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ หอผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ได้ร่วมกับศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ดําเนินกระบวนการรับบริจาคอวัยวะอย่างละเอียดอ่อน สมเกียรติ และเปี่ยมด้วยมนุษยธรรม โดยอวัยวะที่ได้รับบริจาคในครั้งนี้คือ ไตทั้ง 2 ข้าง ซึ่งได้รับการจัดส่งต่อไปยังผู้ป่วยที่ลงทะเบียนรอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ ทําให้สามารถช่วยชีวิตและมอบโอกาสในการกลับมาใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งให้แก่ผู้ป่วยถึง 2 ราย "พินัยกรรมแห่งการให้" เปลี่ยนความโศกเศร้าเป็นทานบารมี ทางการแพทย์ถือว่าการบริจาคอวัยวะจากผู้ป่วยภาวะสมองตาย เปรียบเสมือน "พินัยกรรมแห่งการให้" ที่มอบไว้ให้แก่เพื่อนมนุษย์ แม้การแสดงความจํานงอาจเกิดขึ้นล่วงหน้า แต่ขั้นตอนสําคัญที่สุดคือการยินยอมจากครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิต การตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยวและเปี่ยมด้วยน้ําใจของครอบครัวน้องซันนา จึงถือเป็นสะพานบุญสําคัญที่เปลี่ยนความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นความหวังและคุณค่าอันยั่งยืน ทั้งนี้ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ขออํานวยพรให้ดวงวิญญาณของน้องซันนาไปสู่สุคติในสัมปรายภพ และขอให้บุญกุศลแห่งการให้ครั้งนี้ ดลบันดาลให้ครอบครัวของผู้บริจาคประสบแต่ความสุข ความเข้มแข็ง และมีกําลังใจสู้ชีวิตต่อไป อ่านข่าว : กกต.คุมเข้มวันลงมติคดีฮั้ว สว. 14 ก.ย. จัดตํารวจ 1 กองร้อยรับมือมวลชน งบยังเหลือ! "อนุทิน" สั่ง "เอกนิติ" ขยาย "ไทยช่วยไทยพลัส" อีก 1-2 เดือน "อนุทิน" ฉลองแซยิด 60 ปี ขอพรให้ประเทศแข็งแกร่ง-ประชาชนมีความสุข
4주요
태국기타최종 59.9
근거 출처 3개 보기
  • 마티촌 (태국어) — #สั่งฟ้องสว.! นัดรวมพลบี้กกต. เปิด 5 เส้นทาง เดิน วิ่ง ปั่น สู่หอศิลป์
    #สั่งฟ้องสว.! นัดรวมพลบี้กกต. เปิด 5 เส้นทาง เดิน วิ่ง [...]
  • 마티촌 (태국어) — พริษฐ์ เปรียบฮั้ว สว.ไวรัสสีน้ําเงิน ชี้กกต.ต้องฟ้องทั้ง229คน ไม่งั้นทําวิกฤตศรัทธาหนักกว่าเดิม
    พริษฐ์ กาง 3 ทาง คดีฮั้ว สว. เปรียบเป็นไวรัสสีน้ําเงิน จ [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — “พริษฐ์” ชี้ กกต.มีหลักฐานมากพอเอาผิดคดีฮั้ว สว.-แนะจับตามติกล้าเอาผิดหรือไม่
    วันนี้ (12 ก.ย.2569) เวลา​12.45 น.​ที่รัฐสภา​ นายพริษฐ์​ วั​ชร​สินธุ​ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน​ กล่าวถึงการจัดงานของคณะกรรมาธิการ​ ศาล และองค์กรอิสระฯ​ ที่ต้องการชี้ให้เห็นว่า องค์กรอิสระต้องทําหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ปราศจากการถูกแทรกแซงทางการเมือง พวกเรามองว่า กรณีศึกษาที่สังคมกําลังดูอยู่คือ บทบาทขององค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต.) ต่อคดีการโกง สว.​ ซึ่งข้อเรียกร้องยังคงเหมือนเดิมคือ กกต.ทั้ง 7 คน จะต้องลงมติในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย.ในลักษณะ สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน​ ตามข้อเสนอ ของคณะอนุฯ ชุดที่ 26 ซึ่งไม่ใช่เป็นการฟันธงไปแล้วว่า ทั้ง 229 คน นั้นมีความผิด แต่เห็นว่า มีหลักฐานเพียงพอที่ กกต.ควรสั่งฟ้อง และให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์เพื่อให้สิ้นต่อข้อสงสัย ว่า สว.ทั้ง 229 คนนั้น มีใครบ้างที่กระทําความผิด และเข้าข่ายการโกง สว. และอีกเหตุผลที่เรียกร้องให้ กกต.ส่งฟ้อง มีอยู่ 2 เหตุผลหลักคือ เรื่องของหลักฐาน หากเปรียบเทียบหลักฐานคดีในอดีต กกต.เคยสั่งฟ้องในคดีที่มีเพียงแชทไลน์ ข้อความที่เป็นการแลกคะแนน หรือจับคู่กัน ไม่มีเรื่องการเสนอเงิน หรือผลประโยชน์ ฉะนั้นเรามองว่า หลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ที่มีการทํางาน ในลักษณะที่เป็นขบวนการและมีหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับเส้นเงิน การนัดหมายการทําโพย และการทําโพยที่ให้ถูกนําไปใช้ในวันเลือก มีความชัดเจนกว่าในไลน์​ที่มีเพียงข้อความไม่กี่ข้อความ นายพริษฐ์กล่าวว่า หลักฐานนั้นชัดกว่าคดีก่อน ๆ ที่กกต.เคยส่งฟ้อง​ ขณะเดียวกันยังกล่าวถึงอีกหนึ่งเหตุผลคือ กกต.อย่างน้อย 4-7 คน อยู่ในสถานะที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือผลัดกันซึ่งผลประโยชน์ เพราะในจํานวนนี้ มีบุคคลที่มาเป็นกกต.ได้ผ่านการรับรองจาก สว.ชุดนี้ ซึ่งตนเข้าใจดีว่า ในเชิงหลักการจะเห็น กกต.4 คนนี้ ถอนตัวจากการพิจารณา แต่เข้าใจว่าในเชิงเทคนิค อย่างไรก็ตาม กกต.4 คน ก็ควรอยู่ต่อเพื่อให้ครบองค์ประชุม ซึ่งจริง ๆ แล้วสาระสําคัญของข้อเรียกร้อง คือ กกต.4 คน จะต้องใช้ดุลยพินิจของตนเอง ในลักษณะที่เป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหา ที่รับรองพวกเขามาเป็น กกต.​ นายพริ​ษฐ์​กล่าวต่อถึงทางออกว่า กกต.ควรสั่งฟ้องเพื่อให้ศาลเป็นผู้พิพากษาว่า ผู้ถูกกล่าวหาเหล่านี้ผิดหรือไม่ แทนการใช้ดุลยพินิจของตนเองมาตัดสิน หรืออย่างน้อยที่สุด สิ่งที่ทําได้ก็คือ ดูว่า กกต.อีก 3 คน ไม่ได้มีปัญหาที่ขัดผลประโยชน์กัน​ มีความเห็นเป็นเช่นไรและลงมติไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อไม่ให้ถูกครหาว่า มีการตัดตอนความต่อเนื่องเพราะขัดกันด้วยผลประโยชน์​ ส่วนที่มีการตั้งคําถามถึงการจัดกิจกรรมของพรรคประชาชน และภาคประชาชนจะเป็นการกดดันการทําหน้าที่ของ กกต.ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ด้วยหรือไม่ นายพริษฐ์​กล่าวว่า​ ตนคิดว่าการที่ผู้แทนราษฎรหรือภาคประชาชน เรียกร้องให้องค์กรอิสระทําหน้าที่ ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เราไม่ได้เรียกร้องให้ กกต.ทําอะไรที่ผิดกฎหมาย แต่เรากังวลว่า กกต.จะปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และกระทําการที่ผิดกฎหมาย ใช้มาตรฐานแต่ละคดีที่แตกต่างกัน จึงต้องจัดกิจกรรมที่สื่อสารข้อมูลต่อสังคม หวังว่าองค์กรอิสระอย่าง กกต.จะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งการออกมาเรียกร้องเช่นนี้ ไม่ได้มีอะไรที่ผิด แต่เป็นหน้าที่พื้นฐานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้อ่านเอกสารหลุดของคดีฮั้วเลือก สว.บ้างแล้วหรือไม่ นายพริษฐ์​ กล่าวว่า เราจะเรียกว่าเอกสารหลุดหรือเอกสารปล่อย เพราะตรงกับเอกสารที่ สส.พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายไว้ในสภา ซึ่งตนมองว่า ในประการแรก หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการโกง สว.มีหลักฐานที่เยอะและหลากหลายมาก ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่คําให้การของพยานคนเดียว​ เราเชื่อว่าพยานบุคคล 1 คนนี้ ที่มีการกลับคําให้การ และเราเชื่อคํา การกลับคําให้การ ก็ไม่ได้ทําให้พยานหลักฐานของการโกง สว.นั้นหายไป เพราะมีพยานหลักฐานที่มาจากคนอีกหลายร้อยคน เส้นทางการ หลักฐานการนัดหมาย ประวัติการโทรศัพท์พูดคุย​ โพยใบสั่ง​ และบัตรลงคะแนนที่ตรงกับโพย ก่อนที่จะย้ําว่า​ มีช้างทั้งตัว พยานกลับคําให้การคนเดียว ไม่ได้ทําให้ช้างตัวนั้นหายไป นอกจากนี้นายพริษฐ์​ ยังตั้งข้อสังเกตว่า หากจะอธิบายให้เห็นภาพ พยานคนดังกล่าวเป็นคนขอนแก่น มีคําให้การครั้งแรก เป็นการให้การในลักษณะที่ไม่เป็นคุณกับพรรคภูมิใจไทย แต่การให้การครั้งที่ 2 กลับเป็นคุณกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งคําให้การครั้งที่ 2 พยายามจะบอกว่า รอบแรกที่เขาให้ ซึ่งไม่เป็นคุณกับพรรคภูมิใจไทยนั้น เพราะเจอแรงกดดันจากบางฝ่ายทางการเมือ งที่อาจมีอํานาจอยู่ในช่วงนั้น ในช่วงที่พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มีอํานาจ ตนขอชวนคิดว่า จะต้องตรวจสอบเช่นกันว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าความจริงแล้ว การกลับคําให้การในครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นที่ช่วงพรรคภูมิใจไทยมีอํานาจ นั่นอาจมีแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองจึงกลับคําให้การ จึงจําเป็นต้องตั้งคําถามทั้ง 2 ช่วงเช่นกัน แต่ท้ายที่สุดตนมองว่า เมื่อมีคําให้การทั้งสองครั้งขัดแย้งกัน คาดหวังว่า หน่วยงานตรวจสอบซึ่งทําอยู่แล้วว่า เอาหลักฐานที่มีถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับคําให้การทั้ง 2 ครั้ง​ว่า ครั้งไหนสอดรับกับพยานหลักฐานประเภทอื่น คําให้การครั้งไหนกันแน่ที่เกิดแรงกดดันทางการเมือง นายพริ​ษฐ์​ ยังกล่าวว่า​ หากดูในสาระคําให้การ ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นคุณกับพรรคภูมิใจไทย ขัดแย้งต่อข้อเท็จจริง​ เนื่องจากครั้งแรกมีการพูดถึงการทําโพยแต่ครั้งที่ 2 กลับพูดว่า ไม่มีการทําเช่นนั้น จะอธิบายอย่างไร เนื่องจากกล้องวงจรปิดในวันเลือก​ ก็เห็นว่า มีผู้สมัครหลายคนยื่นโพยให้กับ กกต.เนื่องจากถูกริบ หรือหากบอกว่า สิ่งที่เห็นนี้ถูกทําขึ้นมาย้อนหลัง ผมอยากบอกว่า ในเชิงคณิตศาสตร์การที่ทํา 20 กลุ่ม มีการกระจายตัว ในลักษณะที่เหมือนกัน เคยมี 6 คน ที่ได้คะแนนสูงมาก และลําดับที่ 7 ก็จะลดลําดับลงมา จะเป็นไปได้อย่างไรว่า เป็นการทําโพยย้อนหลัง ซึ่งเป็นความชัดเจนแล้วว่า การกลับคําให้การย้อนแย้งกับข้อเท็จจริง ส่วนหลังวันที่ 14 ก.ย.นี้ จะมีการประเมินท่าทีของ กกต.อย่างไร นายพริษฐ์​ กล่าวว่า​ หาก กกต.ยกคําร้องหรือไม่สั่งฟ้องใครทั้งที่มีหลักฐาน เรื่องนี้ไม่จบอย่างแน่นอน ในเชิงการเมือง กกต.เตรียมคําตอบไว้ได้เลย ในวันที่ต้องมารายงานผลการดําเนินการประจําปี ในวันพุธหน้าในสภาฯ ซึ่งจะต้องตอบคําถามต่อสภาผู้แทนราษฎร และประชาชนอย่างไร ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาที่อยู่ในฝ่ายบริหาร หากมีการยกคําร้องเกี่ยวกับเขา ทั้งที่มีหลักฐานชัด ก็เตรียมคําตอบไว้เลยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้นในเชิงการเมือง ก็ต้องเดินหน้าต่อ ส่วนในเชิงกฎหมายอยากสื่อสารถึง 2 กลุ่ม คือ ผู้ถูกกล่าวหา​ แม้หาก กกต.ยกคําร้องในวันจันทร์นี้ก็ขออย่าชะล่าใจว่า เรื่องจะไปไม่ถึงศาลฎีกา​ ส่วนประเด็นที่ 2 อยากฝากไปถึง กกต.ว่า หากมีการยกคําร้อง ทั้งที่หลักฐานชัดก็ถือเป็นสิทธิ์ของพวกเราในการดําเนินการกับกกต.ในกรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่ทางพรรคประชาชน เคยดําเนินการไป ในกรณีคิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไปแล้ว เมื่อถามว่า ส่วนของการฟ้อง กกต.จะฟ้องในคดีอาญาเรื่องทุจริตใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า เป็นการดําเนินคดี ในคดีการประพฤติหน้าที่โดยมิชอบ ถ้าเกี่ยวกับมาตรา 157 ประกอบมาตรา 69 ของ พ.ร.บ.กกต. ซึ่งอาจจะต้องเป็นผู้เสียหายที่เป็นคนยื่น​ ดังนั้นอาจจะไม่ได้เป็นในส่วนของพรรคการเมือง แต่อาจเป็นผู้เสียหายที่ต้องการใช้สิทธิ์ ซึ่งเรามองว่า เป็นสิทธิ์ที่ควรจะเกิดขึ้น​ นายพริษฐ์กล่าวด้วยว่า พร้อมที่จะทําทุกวิถีทางภายใต้กรอบกฎหมายและสิทธิ์ที่เรามี เพื่อทําให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้น และตนคิดว่าถ้า กกต.มีการตัดตอนให้เรื่องของใครไปไม่ถึงศาลก็เชื่อว่าความยุติธรรมไม่เกิดขึ้น สิ่งที่พูดเสมอว่า หากคดีโกง สว.นี้ สําเร็จโดยที่ไม่มีใครต้องรับผิด สิ่งที่จะได้รับกลับคืนมา คือระบอบการเมืองที่สีน้ําเงินทําอะไรก็ไม่ผิด เดี๋ยวนี้หลายคนพูดถึงเหนือดวง แต่สิ่งที่ตนกลัวที่สุดคือ​มีบางสีที่อยู่เหนือกฎหมาย อ่านข่าว : เปิดพฤติการณ์ 2 จนท.DSI รับหิ้วเงินสด-เรียกเพิ่มเท่าตัว ปมทุจริตสอบ เสียงสะท้อนวงการผ้าเหลือง ทําอย่างไรให้ทุกบาทจากศรัทธาโปร่งใส ? ส่อง 3 แนวทาง 14 ก.ย. กกต. เคาะชะตากรรม 229 คน ปมฮั้ว สว. "พริษฐ์" จี้ กกต. มีหน้าที่สั่งฟ้องคดีฮั้ว สว. ไม่ใช่ศาลอย่าตัดสินผิดถูกเอง
5참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 3개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ไอคอนคราฟต์ เปิดนิทรรศการความสําเร็จชุมชนดอนกอย จากผืนผ้าท้องถิ่นสู่เวทีนานาชาติ
    ไอคอนคราฟต์ เปิดนิทรรศการความสําเร็จชุมชนดอนกอย จากผืนผ้ [...]
  • 마티촌 (태국어) — ปลาหมอคางดํา จากวิกฤตชนิดพันธุ์รุกราน สู่ความรับผิดทางนิเวศและความเป็นธรรม
    ปลาหมอคางดํา จากวิกฤตชนิดพันธุ์รุกราน สู่ความรับผิดทางนิ [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — กาฬสินธุ์ปูพรมล่า "ปลาหมอคางดํา" เขื่อนลําปาว หวั่นสะเทือนเศรษฐกิจ 2 พันล้าน
    วันนี้ (12 ก.ย.2569) จังหวัดกาฬสินธุ์ เร่งตรวจสอบสถานการณ์ปลาหมอคางดําในเขื่อนลําปาว หลังมีรายงานพบปลาในพื้นที่ อ.หนองกุงศรี ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ส.ค. ต่อเนื่องถึงต้นเดือน ก.ย. โดยล่าสุดชาวประมงพื้นบ้านจับปลาต้องสงสัยได้เพิ่มอีก 3 ตัว บริเวณท้ายเขื่อนลําปาว ก่อนนําส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ผลตรวจยืนยันว่า เป็นปลาหมอคางดํา โดยในจํานวนที่พบมีปลา 2 ตัวที่มีไข่เต็มท้อง สะท้อนความเสี่ยงต่อการขยายพันธุ์ในแหล่งน้ํา หากไม่สามารถควบคุมได้อย่างรวดเร็ว การพบครั้งล่าสุดนับเป็นการพบปลาหมอคางดําต่อเนื่อง ในพื้นที่เขื่อนลําปาว และทําให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มระดับการเฝ้าระวัง ปลาหมอคางดําเป็นสัตว์น้ําต่างถิ่นที่สามารถแข่งขันแย่งอาหารและพื้นที่อาศัยกับสัตว์น้ําท้องถิ่น จึงอาจส่งผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศในระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งน้ําขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับชุมชนประมงหลายอําเภอ ปูพรมตรวจ 5 จุดเสี่ยง สํานักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจและเก็บตัวอย่างสัตว์น้ําใน 5 จุดสําคัญ ได้แก่ บริเวณสันเขื่อนและประตูระบายน้ําลําปาว หาดดอกเกตุ อ.เมืองกาฬสินธุ์ สะพานไหลหลอด อ.ท่าคันโท และบ้านโคกสะอาด อ.วังสามหมอ การตรวจสอบใช้เครื่องมือประมงในหลายรูปแบบ เพื่อสํารวจชนิดและปริมาณสัตว์น้ํา รวมถึงบันทึกข้อมูลเพื่อติดตามว่า ปลาหมอคางดํายังจํากัดอยู่ในจุดเดิม หรือเริ่มเคลื่อนย้ายและกระจายไปยังพื้นที่อื่นของเขื่อนลําปาวแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทาง และแหล่งที่มาของปลาหมอคางดําที่พบในพื้นที่ เบื้องต้นตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการนําปลาเข้ามาโดยมนุษย์ เนื่องจากการปรากฏของปลาชนิดนี้ในเขื่อนลําปาวสร้างข้อกังวลต่อชาวประมงและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ําในพื้นที่ จับตาผลกระทบประมงเศรษฐกิจ 2 พันล้านบาท เขื่อนลําปาวเป็นแหล่งประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ําสําคัญของ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะการเลี้ยงปลานิลในกระชัง ซึ่งมีผลผลิตมากกว่า 21,000 ตัน/ปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,288 ล้านบาท ขณะที่กุ้งก้ามกรามสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 703 ล้านบาท/ปี เมื่อรวมเฉพาะปลานิลและกุ้งก้ามกราม มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเกือบ 2,000 ล้านบาท/ปี ทําให้การควบคุมการแพร่กระจายของปลาหมอคางดําเป็นภารกิจเร่งด่วน เพราะหากปลาแพร่กระจายเป็นวงกว้าง อาจกระทบต่อผลผลิต ต้นทุนการเพาะเลี้ยง และรายได้ของชุมชนประมง ช่วงบ่ายวันนี้ (12 ก.ย.) นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณสะพานเทพสุดาและจุดที่พบปลา เพื่อประเมินสถานการณ์ กําหนดมาตรการควบคุม และวางแนวทางกําจัดปลาอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายจํากัดการแพร่พันธุ์ให้ได้ก่อนส่งผลกระทบในวงกว้าง อ่านข่าว : "รุทธพล" ชี้ "คุกมีไว้ขังคนจน" เป็นคําพูดในอดีต ยันมีกองทุนยุติธรรมช่วยสู้คดี "เต้ อาชีวะ" พาภรรยาเจ้าของสวนสัตว์สมุย ยื่นอุทธรณ์ มท.ทบทวนคําสั่งเนรเทศ “พริษฐ์” ชี้ กกต.มีหลักฐานมากพอเอาผิดคดีฮั้ว สว.-แนะจับตามติกล้าเอาผิดหรือไม่
6참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 6개 보기
7참고
태국기타최종 58.0
근거 출처 3개 보기
8관찰
태국기타최종 57.1
근거 출처 3개 보기
  • webmaster@thaipbs.or.th — กกต.คุมเข้มวันลงมติคดีฮั้ว สว. 14 ก.ย. จัดตํารวจ 1 กองร้อยรับมือมวลชน
    วันนี้ (12 ก.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันจันทร์ที่ 14 ก.ย.2569 มีวาระสําคัญคือการลงมติในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งจะเริ่มขึ้นในเวลา 10:00 น. โดยขั้นตอนการลงมติดังกล่าว กกต. แต่ละคนจะส่งใบลงมติของตนเองที่มีต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน ใน 7 ข้อกล่าวหา ซึ่งใบลงมติดังกล่าว กกต. แต่ละคนได้รับไปนับตั้งแต่เสร็จสิ้นกระบวนการรับฟังข้อเท็จจริงในสํานวนเมื่อวันที่ 28 ส.ค. จากนั้นเจ้าหน้าที่สํานักการประชุมจะรวบรวมผลและทําการขานมติอย่างเป็นทางการ โดย กกต. ได้มีการประชุมทําความเข้าใจในขั้นตอนการลงมติไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา สําหรับกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้รวมทั้งสิ้น 229 คน สามารถจําแนกออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบันจํานวน 138 คน รัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย จํานวน 21 คน เครือข่ายพรรคภูมิใจไทย จํานวน 20 คน สว. สํารอง และผู้สมัคร สว. อีกจํานวน 50 คน คาดแถลงผลเย็น 14 ก.ย. ไม่เปิดชื่อ-ไม่ระบุจํานวนเสียง ภายหลังจากที่ กกต. มีมติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนของสํานักงาน กกต. ในการรวบรวมความเห็นของกรรมการแต่ละคนที่เป็นเสียงข้างมากหรือมติเอกฉันท์ เพื่อจัดทําเป็นคําวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ ซึ่งตามกฎหมายจะต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน และหากมีมติให้ส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณา ก็จะใช้ระยะเวลาในการจัดทําคําร้อง 60 วันเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ สํานักงาน กกต. ได้เตรียมการแถลงผลการประชุมในช่วงเย็นของวันที่ 14 ก.ย. โดยจะเปิดให้สื่อมวลชนลงทะเบียนในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. อย่างไรก็ตาม แต่ตามรายงานข่าว มีความเป็นไปได้สูงที่การแถลงข่าวจะไม่ระบุจํานวนเสียงลงมติของ กกต. ว่าเป็นเท่าใด และจะไม่เปิดเผยรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา กรณีที่ กกต. มีมติให้ส่งศาลฎีกาฯ พิจารณา แต่จะเป็นการระบุเพียงจํานวนคนเท่านั้น โดยขอให้รอความชัดเจนจากคําวินิจฉัยและคําสั่งรับฟ้องของศาลฎีกาเป็นหลัก วางกําลัง ตร. 1 กองร้อย ตรึงพื้นที่ศูนย์ราชการรับมือมวลชน นอกจากนี้ สํานักงาน กกต. ได้ประเมินสถานการณ์ว่า อาจมีกลุ่มมวลชนต่าง ๆ เดินทางมาติดตามการลงมติและจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์บริเวณหน้าสํานักงาน กกต. ตั้งแต่ช่วงเช้า จึงได้ยกระดับมาตรการอารักขาความปลอดภัย โดยประสานงานร่วมกับกองบังคับการตํารวจนครบาล 2 (บก.น.2) และ สน.ทุ่งสองห้อง ขอกําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจจํานวน 1 กองร้อย เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อย พร้อมทั้งทําการกั้นพื้นที่ให้สื่อมวลชนและประชาชนอยู่บริเวณภายนอกอาคารสํานักงานฯ และจะอนุญาตให้เฉพาะสื่อมวลชนเข้ามาในพื้นที่เมื่อใกล้ถึงเวลาแถลงข่าวเท่านั้น อ่านข่าว : งบยังเหลือ! "อนุทิน" สั่ง "เอกนิติ" ขยาย "ไทยช่วยไทยพลัส" อีก 1-2 เดือน "อนุทิน" ฉลองแซยิด 60 ปี ขอพรให้ประเทศแข็งแกร่ง-ประชาชนมีความสุข "พลพีร์" ยันไม่ล็อกสเปก ชงงบ 7.5 หมื่นล้าน ลุยโซลาร์รูฟท็อป 1.5 ล้านครัวเรือน
  • 마티촌 (태국어) — กกต. คุมเข้มวันชี้ชะตาฮั้ว สว. 14 ก.ย. นี้ ระดมตร. 1 กองร้อย รับมือมวลชน จ่อแถลงผลช่วงเย็น
    กกต.คุมเข้มวันลงมติฮั้ว สว. 14 ก.ย. จัดตํารวจ 1 กองร้อย [...]
  • 마티촌 (태국어) — วงเสวนาชี้ 14 ก.ย. เดิมพันอนาคตปชต. ธงทองปลุกกกต. ใช้มาตรฐานวิญญูชน สิริพรรณเชื่อ ฟ้องฮั้วสว.บางส่วน
    “ธงทอง” จี้ กกต.ใช้มาตรฐานวิญญูชน ชี้คดีฮั้ว สว. ลั่น ห [...]
9관찰
태국기타최종 57.1
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ศุภชัย โต้มาร์ค พูดจริงครึ่งเดียว ยันกกต.มีอํานาจวินิจฉัย ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ เหวี่ยงแหส่งศาล เสี่ยงโดนฟ้องกลับ
    “ศุภชัย” โต้ “อภิสิทธิ์” ปมจี้ กกต. ส่งเรื่องฮั้วสว.ให้ [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — "ศุภชัย" โต้ "อภิสิทธิ์" ปมคดีฮั้ว สว. ลั่น กกต.มีอํานาจ "ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์"
    วันนี้ (12 ก.ย.2569) นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย แถลงโต้ตอบกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้ กกต. ส่งเรื่องคดีฮั้วเลือก สว. ให้ศาลวินิจฉัยในวันที่ 14 ก.ย.นี้ โดยไม่ต้องใช้ดุลพินิจ นายศุภชัยระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นความเห็นเชิงอคติ และเป็นการพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 ได้ระบุอํานาจหน้าที่ของ กกต. ไว้อย่างชัดเจนว่า มีอํานาจใช้ดุลพินิจพิจารณา หากเห็นว่าไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทําความผิด กกต. ก็มีสิทธิ์ที่จะยกคําร้องดังกล่าวได้ ยัน กกต. มีอํานาจสกรีนสํานวน นายศุภชัย กล่าวว่า กกต. ไม่ใช่ "บุรุษไปรษณีย์" ที่เมื่อคณะกรรมการไต่สวนสรุปสํานวนเสร็จแล้ว จะต้องส่งต่อให้ศาลทันทีโดยไม่มีการกลั่นกรอง แต่ กกต. มีหน้าที่ตามกฎหมายในการวินิจฉัยข้อเท็จจริงในทุกคดี ซึ่งที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามหลักการนี้มาโดยตลอด ทั้งในการเลือกตั้งระดับชาติและท้องถิ่น การพยายามกดดันให้ กกต. ส่งเรื่องเพียงอย่างเดียวจึงถือเป็นการไม่เคารพอํานาจขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการทํางานของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่เสนอให้ดําเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องมากถึง 229 ราย ว่ามีลักษณะเป็นการฟ้องแบบเหวี่ยงแห โดยไม่ได้แยกแยะพฤติการณ์ความผิดของแต่ละบุคคลอย่างชัดเจน การลงโทษทางอาญาจําเป็นต้องมีพยานหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายกระทําความผิดอย่างไร การอ้างเพียงการพักอาศัยอยู่ด้วยกัน หรือการติดต่อทางโทรศัพท์ ไม่สามารถนํามาเป็นหลักฐานเอาผิดได้ และหาก กกต. ยื่นฟ้องโดยขาดองค์ประกอบทางกฎหมาย กกต. เองก็อาจเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องดําเนินคดีได้เช่นกัน ป้อง 9 สมาชิกภูมิใจไทยบริสุทธิ์ เปรย 14 ก.ย. มีคดีช็อกแน่นอน ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า พรรคไม่ได้มีเจตนาปกป้องผู้กระทําความผิด หากมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าใครผิดก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย แต่สําหรับสมาชิกพรรคภูมิใจไทยจํานวน 9 รายที่มีชื่อปรากฏตามข่าว ขอยืนยันว่าทุกคนไม่ได้มีส่วนรับรู้หรือเกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดตามที่ถูกกล่าวหา การออกมาแถลงครั้งนี้จึงเป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดจากการชี้นํา ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่เคยระบุว่า ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ จะมีเรื่องช็อกเกิดขึ้น นายศุภชัย กล่าวว่า คําว่าช็อกขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล แต่เชื่อว่าจะมีเหตุการณ์ที่ทําให้เกิดความประหลาดใจอย่างแน่นอน จึงอยากให้ทุกฝ่ายติดตามอย่างใจเย็นและเคารพการตัดสินใจตามกระบวนการทางกฎหมาย อ่านข่าว : "โภคิน" ชี้การเมืองไทยวนลูปอํานาจนิยม-อุปถัมภ์ องค์กรอิสระกลายเป็นเครื่องมือ "ชวน" ชี้องค์กรอิสระถูกแทรกแซง จี้ยึดซื่อสัตย์เหนือบุญคุณการเมือง 3 นักวิชาการสับยับองค์กรอิสระ ชี้คดีฮั้ว สว. เดิมพันใหญ่ประชาธิปไตยไทย
10관찰
태국기타최종 57.1
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — พบ มูลนิธิหวันโชติ เพิ่งตั้งเมื่อต้นปี ตั้งข้อสังเกต อาจใช้ฟอกเงิน คล้ายวัดพระบาทน้ําพุ
    กองปราบฯ เร่งสอบเส้นเงิน มูลนิธิอดีตอาจารย์โชติ พบตั้งม [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — กองปราบฯ แกะเส้นเงินมูลนิธิอดีตพระโชติ พบเพิ่งตั้งต้นปี-รูปแบบคล้ายพระบาทน้ําพุ
    วันนี้ (12 ก.ย.2569) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการจัดตั้งมูลนิธิของนายอติโชติ ทันประเสริฐ หรือ อดีตพระวชิรญาณ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มูลนิธิดังกล่าวเพิ่งเริ่มจัดตั้งขึ้นเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะนี้ทางตํารวจกําลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับคณะกรรมการมูลนิธิว่ามีผู้ใดร่วมด้วยบ้าง ทั้งนี้ แม้ยังไม่สามารถระบุเจตนาที่แท้จริงของการจัดตั้งได้ แต่จากพฤติการณ์ที่ตรวจพบ ตํารวจได้ตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการนําเงินเข้ามาเพื่อฟอกเงิน ซึ่งมีลักษณะบางประการคล้ายคลึงกับการดําเนินงานของวัดพระบาทน้ําพุ สําหรับสถานะทางการเงินทั้งหมด ขณะนี้กองบังคับการปราบปรามอยู่ระหว่างการประสานขอข้อมูลจากสํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบรายละเอียดทิศทางของเงิน ทั้งรายการเงินไหลเข้าและเงินไหลออก รวมถึงการพิสูจน์ที่มาและปลายทางของเงินแต่ละส่วน เพื่อให้เห็นภาพเส้นทางการเงินที่ชัดเจน ส่วนประเด็นการจัดทําพระเครื่องและวัตถุมงคลของวัดที่มีมาอย่างต่อเนื่องหลายปีนั้น แม้พบว่ามีการจัดทําหลายประเภท แต่การตรวจสอบรายได้จากส่วนนี้ทําได้ยาก เนื่องจากมีการชําระด้วยเงินสดและโอนเงินโดยไม่ได้ระบุรายละเอียดที่ชัดเจน ผบก.ป. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เงินที่ได้จากการเช่าบูชาวัตถุมงคล ไหลเข้าสู่มูลนิธิหรือเข้าบัญชีของวัด เนื่องจากตํารวจเพิ่งเข้าตรวจค้นและตรวจยึดพยานหลักฐานออกมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจาก ปปง. ซึ่งปัจจุบันตํารวจเห็นเพียงตัวเลขของเงิน แต่ยังไม่เห็นเส้นทางที่มาและปลายทางอย่างแน่ชัด จึงต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์อย่างละเอียด เพราะการดําเนินคดีอาญาไม่สามารถยึดเพียงคําให้การหรือคําซัดทอดของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ แต่ต้องอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์การเงินในการพิสูจน์ความจริง อ่านข่าว : กาฬสินธุ์ปูพรมล่า "ปลาหมอคางดํา" เขื่อนลําปาว หวั่นสะเทือนเศรษฐกิจ 2 พันล้าน "รุทธพล" ชี้ "คุกมีไว้ขังคนจน" เป็นคําพูดในอดีต ยันมีกองทุนยุติธรรมช่วยสู้คดี "เต้ อาชีวะ" พาภรรยาเจ้าของสวนสัตว์สมุย ยื่นอุทธรณ์ มท.ทบทวนคําสั่งเนรเทศ