TODAY, TOP 10 HOT NEWS

2026-09-23 · 오늘 · 2026-09-23T08:02:30.246764+09:00 생성

Archive timelineLatest 날짜가 노란색으로 강조됩니다
1위 핵심 이슈2–4위 주요 이슈5–7위 참고 이슈8–10위 관찰 이슈
1핵심
태국기타최종 61.7
근거 출처 7개 보기
2주요
태국기타최종 60.5
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ขวัญ กังวลความปลอดภัย หลังโดนข่มขู่ จี้ตํารวจเร่งทําคดี เชื่อมีคนอยู่เบื้องหลัง [한국어/English]
    ขวัญ กังวลความปลอดภัย หลังโดนข่มขู่ จี้ตํารวจเร่งทําคดี ช [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — พาณิชย์ดันข้าวโพดปลอดเผา เชื่อมโรงงานรับซื้อนําร่อง 7,400 ตัน [한국어/English]
    วันนี้ (22 ก.ย.2569) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างโรงงานอาหารสัตว์และสถาบันเกษตรกร เพื่อเชื่อมโยงการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากพื้นที่ปลอดการเผาเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการเชื่อมโยงระหว่างโรงงานอาหารสัตว์กับสถาบันเกษตรกร เพื่อรับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรในพื้นที่ปลอดการเผา ถือเป็นอีกก้าวสําคัญ ในการยกระดับระบบการผลิตและการตลาด ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย ให้สอดคล้องกับทิศทางการค้าสมัยใหม่ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ที่ให้ความสําคัญกับ ระบบ Traceability หรือการตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้น ทั้งในเรื่องแหล่งที่มาของวัตถุดิบ วิธีการผลิต และกระบวนการตลอดห่วงโซ่อุปทาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นวัตถุดิบสําคัญของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ สิ่งที่เราทําร่วมกันในวันนี้ จึงเป็นการแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยให้ความสําคัญกับการดูแลวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่กระบวนการผลิต ไปจนถึงสินค้าที่เข้าสู่ตลาดและการส่งออก เพื่อให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้อย่างชัดเจน สําหรับการรับซื้อในระยะแรก ตั้งเป้าหมายรวมประมาณ 7,400 ตัน ครอบคลุมเกษตรกรกว่า 8,700 ราย แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเมื่อเทียบกับปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งหมด แต่ถือเป็นกลไกสําคัญ ที่จะสามารถขยายผลไปยังกลุ่มเกษตรกร และโรงงานอาหารสัตว์รายอื่นได้ในอนาคต โดยผลผลิตที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับ ราคาสูงกว่าราคาตลาด 0.05 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมจัดช่องทางพิเศษ Fast Track เพื่ออํานวยความสะดวกในการรับซื้อ ทั้งนี้ ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตร ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่จําเป็นต้องสร้างทางเลือกให้เกษตรกรเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการไม่เผา กรมฯจึงนํา กลไกตลาด มาเป็นแรงขับเคลื่อน เชื่อมโยงผลผลิตจากพื้นที่ปลอดการเผาเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์โดยตรงตลาดนํา ตรวจสอบได้ ลดการเผา เป็นแนวทางสําคัญของความร่วมมือครั้งนี้ โดยตลาดนําคือการสร้างตลาดรองรับผลผลิตตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้เกษตรกรมีแรงจูงใจปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต ขณะที่ตรวจสอบได้ คือการพัฒนาระบบ Traceability ที่สามารถติดตามแหล่งที่มาและกระบวนการผลิตได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน และนําไปสู่เป้าหมายสําคัญ คือลดการเผา ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ด้าน นายอมรชัย คารว์ กรรมการบริษัท ไทสัน ฟีด (ไทยแลนด์) จํากัด กล่าวว่า การรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกร เนื่องจากข้าวโพดเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว์ โดยมีสัดส่วนประมาณ 40% ของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต จึงต้องการสนับสนุนข้าวโพดที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานจากพื้นที่ปลอดการเผา ทั้งนี้ หากการดําเนินงานสามารถทําได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน บริษัทมีความพร้อมที่จะพิจารณาเพิ่มปริมาณการรับซื้อในอนาคต โดยความร่วมมือในวันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทํางานร่วมกันระหว่างเกษตรกร โรงงานอุตสาหกรรมและภาครัฐ เพื่อสร้างระบบการผลิตและการจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืน ขณะที่ นางลออ ชูช่วย ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า เป็นโอกาสสําคัญของเกษตรกรในพื้นที่ตากฟ้า ในการผลิตข้าวโพดที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดการเผา โดยเกษตรกรจะมีแหล่งรับซื้อที่แน่นอน ได้รับราคาที่เป็นธรรมและสูงกว่าตลาด ซึ่งสหกรณ์มีแผนขยายความร่วมมือไปยังเกษตรกรในกลุ่มและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อส่งเสริมการผลิตข้าวโพดคุณภาพเข้าสู่โรงงานอาหารสัตว์อย่างต่อเนื่อง สําหรับ MOU ในครั้งนี้ มีคู่ความร่วมมือ 5 คู่ ได้แก่ บริษัท ไทสัน ฟีด (ไทยแลนด์) จํากัด กับ สหกรณ์นิคมแม่สอด จํากัดบริษัท ไทสัน ฟีด (ไทยแลนด์) จํากัด กับ สหกรณ์การเกษตรตากฟ้า จํากัด บริษัท ไทสัน ฟีด (ไทยแลนด์) จํากัด กับ สหกรณ์การเกษตรนาน้อย จํากัด บริษัท ไทสัน ฟีด (ไทยแลนด์) จํากัด กับ สหกรณ์การเกษตรบ้านตาก จํากัด และ บริษัท ก้าวหน้าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ จํากัด กับ สหกรณ์การเกษตรทุ่งศรีอุดม จํากัด อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เท่านั้น แต่เป็นการวางระบบตั้งแต่ต้นทาง โดยใช้ตลาดเป็นแรงจูงใจ ควบคู่กับการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้การผลิตข้าวโพดของไทย สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และกติกาการค้าในอนาคต อันจะนําไปสู่การลดการเผาในพื้นที่เกษตรและลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้ อ่านข่าว: ข้าวโพดราคาดิ่งชาวไร่เพชรบูรณ์-ตากเดือดร้อน จี้รัฐเร่งแก้ หวั่นยกระดับปิดถนน พาณิชย์ปรับแผนนําเข้าข้าวโพด ชะลอนําเข้า 6 แสนตัน คุมเข้มรับซื้อ คน.เร่งรับซื้อข้าวโพดสัตว์เลี้ยง เชื่อมโยงตลาด สร้างรายได้เกษตร
3주요
태국기타최종 60.5
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ลุ้นฟังคําสั่งศาลปกครองสูงสุดพรุ่งนี้ ยิ่งลักษณ์ ขอพิจารณาคดีใหม่ ชดใช้จํานําข้าว 1 หมื่นล้าน [한국어/English]
    ลุ้นฟังคําสั่งศาลปกครองสูงสุดพรุ่งนี้ ยิ่งลักษณ์ ขอพิจาร [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — ดัชนีค่าครองชีพพุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี ดันค่าใช้จ่ายครัวเรือนเพิ่ม 7 เท่า [한국어/English]
    วันนี้ (22ก.ย.2569) นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ดัชนีค่าครองชีพครัวเรือนไทย (CLI) ไตรมาส 3/2569 และคาดการณ์ไตรมาส 4/2569 พบว่า ดัชนีค่าครองชีพครัวเรือนไทยปรับตัวสูงขึ้น อย่างมีนัยสําคัญตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 114.4 เพิ่มขึ้น 14.5% จากไตรมาสแรก และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากมาตรการรัฐบาลผ่านโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ส่วนไตรมาส 4 คาดว่าดัชนีค่าครองชีพจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 111.8 เพิ่มขึ้น 0.9% จากปัจจัยราคาพลังงาน โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ซึ่งอาจกดดันราคาน้ํามันดิบในตลาดโลก และราคาน้ํามันขายปลีกในประเทศให้ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ การปรับขึ้นของราคาน้ํามันขายปลีกในประเทศเฉลี่ย 26.6% ส่งผลกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนไทยอย่างชัดเจน โดยค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 7 เท่า และยังอยู่ในระดับสูงกว่าไตรมาสแรก เมื่อจําแนกตามภูมิภาค พบว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑล มีภาระค่าครองชีพสูงที่สุดมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 10,170 บาทต่อครัวเรือนต่อไตรมาส หรือเฉลี่ย 3,390 บาทต่อเดือน รองลงมาคือภาคใต้ เพิ่มขึ้น 8,960 บาทต่อไตรมาส หรือ 2,987 บาทต่อเดือน ส่วนภาคกลางเพิ่มขึ้น 8,617 บาทต่อไตรมาส หรือ 2,872 บาทต่อเดือน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้น 7,083 บาทต่อไตรมาส หรือ 2,361 บาทต่อเดือน และภาคเหนือเพิ่มขึ้น 7,043 บาทต่อไตรมาส หรือ 2,347 บาทต่อเดือน ภาพรวมทั้งประเทศ ภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8,362 บาทต่อครัวเรือน ต่อไตรมาส หรือ 2,787บาทต่อเดือน ทั้งนี้ ราคาน้ํามันที่เพิ่มขึ้น ยังส่งผลให้โครงสร้างค่าใช้จ่ายของครัวเรือนไทยเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่หมวดอาหารและที่อยู่อาศัยเป็นค่าใช้จ่ายหลัก กลายเป็นว่าในไตรมาส 2 ค่าเดินทางและการขนส่งขึ้นมาเป็นค่าใช้จ่ายอันดับ 1 คิดเป็นสัดส่วน 49.3% หรือภาระเพิ่มขึ้น 1,373 บาทต่อเดือน รองลงมาคือ อาหารและเครื่องดื่ม สัดส่วน 23.7% หรือเพิ่มขึ้น 660 บาทต่อเดือน และที่อยู่อาศัย สัดส่วน 16.8% หรือเพิ่มขึ้น 468 บาทต่อเดือน สะท้อนว่าราคาพลังงาน ไม่ได้กระทบเฉพาะต้นทุนการเดินทาง แต่ยังส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจด้วย สําหรับกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากภาระค่าครองชีพเพิ่มขึ้นมาก พบว่าใน กรุงเทพฯ และปริมณฑล พนักงานประจํามีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสูงสุด 6,565 บาทต่อเดือน รองลงมาคือผู้ประกอบการ SMEs 4,589.7 บาทต่อเดือน ขณะที่ในต่างจังหวัด ผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกร เป็นกลุ่มที่ต้องแบกรับภาระสูง ทั้งนี้ ข้อเสนอแนวทางเชิงนโยบาย 7 ข้อ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ รัฐควรนําดัชนีค่าครองชีพมาใช้ประกอบการกําหนดนโยบาย และติดตามข้อมูลเป็นรายไตรมาส โดยจําแนกตาม ภูมิภาค อาชีพ และระดับรายได้ เพื่อให้การกําหนดค่าจ้าง สวัสดิการ และมาตรการช่วยเหลือสอดคล้องกับภาระที่ประชาชนแต่ละกลุ่มเผชิญ มาตรการเงินช่วยเหลือแบบเจาะจง พิจารณาร่วมกันทั้งรายได้ อาชีพ ภูมิภาค และสัดส่วนค่าใช้จ่ายจําเป็น เนื่องจากภาระค่าครองชีพ ของแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน พร้อมติดตามการส่งผ่านต้นทุนสินค้า โดยเฉพาะอาหาร น้ํามัน และสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อป้องกันการปรับราคาสูงกว่าต้นทุนจริง แต่ไม่ควรใช้การควบคุมราคาจนกระทบต่อปริมาณสินค้าในตลาด นอกจากนี้ ควรออกมาตรการแตกต่างกันตามพื้นที่ เช่น กทม.และปริมณฑล เน้นลดภาระค่าเดินทางและค่าโดยสาร ขณะที่ภาคใต้ ควรลดต้นทุนขนส่งสินค้าและพลังงาน ส่วน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ควรช่วยเหลือเกษตรกรด้านน้ํามัน เครื่องจักร ปัจจัยการผลิต และการขนส่งผลผลิต สําหรับ SMEs ควรเน้นการลดต้นทุนผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ํา การลดค่าไฟฟ้าและต้นทุนขนส่งชั่วคราว รวมถึงสนับสนุนการประหยัดพลังงาน มากกว่าการใช้มาตรการควบคุมราคาโดยตรง ขณะเดียวกัน ควรลดต้นทุนอาหารตั้งแต่ต้นทาง ทั้งปุ๋ย อาหารสัตว์ พลังงาน และโลจิสติกส์ พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้บริโภคโดยตรง รวมถึงช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและก๊าซหุงต้มแบบกําหนดเพดานการใช้ เพื่อให้ความช่วยเหลือมุ่งไปยังครัวเรือนรายได้น้อยและปานกลาง อ่านข่าว: ค่าครองชีพสูง-รายได้ไม่พอ ดันหนี้ครัวเรือนพุ่ง 8 แสนบาทต่อครัวเรือน ผังเมืองใหม่ กทม. เขย่าสมรภูมิอสังหาฯ ดึงกําลังซื้อไหลกลับเข้าเมือง กดดันย่านปริมณฑล ​เศรษฐกิจชะลอ หนี้สูง ต้นทุนพุ่ง ฉุดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย.ลด
4주요
태국기타최종 59.9
근거 출처 3개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ราศีใด ช่วงนี้ดาวศุกร์ส่องสว่างในเรือนลาภผล ดวงการเงินราบรื่นมาก สิ่งใดที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ก็จะได้รับเข้ามา [한국어/English]
    ราศีใด ช่วงนี้ดาวศุกร์ส่องสว่างในเรือนลาภผล ดวงการเงินร [...]
  • 마티촌 (태국어) — รวบเฒ่า 66 แอบอ้างที่ปรึกษา ผบช.น. หลอกฝากลูกสาวเข้าตํารวจ ตุ๋นเงินเพื่อนวิทยุสมัครเล่นเกือบแสน [한국어/English]
    ฝ่ายสืบสวนสน.วัดพระยาไกร รวบเฒ่า 66 อ้างที่ปรึกษา ผบช.น [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — สดร.เผยภาพ “ดาวศุกร์สว่างที่สุด” ครั้งแรกของปี 2569 [한국어/English]
    วันนี้ (22 ก.ย.2569) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร. หรือ NARIT) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยภาพ “ดาวศุกร์” ในคืนสว่างที่สุดครั้งแรกของปี เมื่อค่ําวันที่ 22 ก.ย.2569 ปรากฏสว่างสุกใส โดดเด่นทางทิศตะวันตก แม้จะอยู่ในช่วงฤดูฝน แต่หลายพื้นที่ของประเทศไทยยังสามารถสังเกตเห็นดาวศุกร์ได้อย่างชัดเจน ดาวศุกร์สว่างที่สุด (The Greatest Brilliancy) เป็นช่วงที่ดาวศุกร์มีขนาดเสี้ยวค่อนข้างใหญ่ และโคจรห่างจากโลกในระยะที่เหมาะสม จึงปรากฏสว่างมากบนท้องฟ้า สําหรับในช่วงอื่น แม้ดาวศุกร์จะมีเสี้ยวที่หนากว่า แต่ด้วยตําแหน่งอยู่ที่ห่างจากโลก ความสว่างจึงลดลงตามไปด้วย ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้า เมื่อสังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศน์จะมองเห็นดาวศุกร์ปรากฏเป็นเสี้ยวเสมอ เนื่องจากเป็นดาวเคราะห์วงใน โคจรรอบดวงอาทิตย์ใกล้กว่าโลก จึงไม่สามารถเห็นดาวศุกร์สว่างเต็มดวงได้ เพราะจะปรากฏสว่างเต็มดวงเมื่ออยู่หลังดวงอาทิตย์ ความหนาบางของเสี้ยวจะแตกต่างกันไปในแต่ละตําแหน่งของวงโคจร และปรากฏอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ได้มากที่สุด 47.8 องศา เราจึงสังเกตเห็นดาวศุกร์ได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นหรือหลังดวงอาทิตย์ตกเท่านั้น ไม่เคยปรากฏอยู่กลางท้องฟ้าหรือในช่วงเวลาดึก หากดาวศุกร์ปรากฏบนฟ้าในช่วงหัวค่ําทางทิศตะวันตก หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า คนไทยจะเรียกว่า “ดาวประจําเมือง” แต่หากดาวศุกร์ปรากฏในช่วงเช้ามืดทางทิศตะวันออก ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น คนไทยจะเรียกว่า “ดาวประกายพรึก” หลังจากนี้ ความสว่างของดาวศุกร์จะลดลงเล็กน้อย และจะกลับมาสว่างที่สุดอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 27 พ.ย.2569 ทางทิศตะวันออก ตั้งแต่เวลาประมาณ 03.40 น. จนกว่าดวงอาทิตย์จะขึ้นในตอนเช้า อ่านข่าว : อุตุฯ ยันฝนตกหนัก 23-27 ก.ย. ไม่ใช่ "มหาอุทกภัย" เช็กพื้นที่ได้รับผลกระทบล่าสุด ญี่ปุ่นลดระดับเตือน "ไต้ฝุ่นตู้เจวียน" พบเสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน แบนสื่อ-สื่อแบนกลับ "ทรัมป์" แก้เกมเปิด "Trump TV" ส่งข่าวเอง 24 ชม.
5참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
6참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
  • 타이라트 (태국어) — มวลน้ําล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมชุมชน "ตลาดเก่า 100 ปี" ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ํา [한국어/English]
    มวลน้ําแควหนุมาน-แควพระปรงเพิ่มสูงต่อเนื่อง เอ่อล้นตลิ่งและผุดจากท่อระบายน้ํา ไหลเข้าท่วมชุมชน "ตลาดเก่า 100 ปี" เจ้าหน้าที่เร่งช่วยชาวบ้านขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
  • webmaster@thaipbs.or.th — เตือน 8 จังหวัดตะวันออกเฝ้าระวังน้ําท่วม - 5 ลําน้ําเสี่ยงล้นตลิ่ง [한국어/English]
    วันนี้ (22 ก.ย.2569) สํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ (สทนช.) แจ้งเตือนเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออก ช่วงวันที่ 22-27 ก.ย.นี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน ที่ปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีกําลังอ่อนลง ขณะที่ร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ํากําลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กําลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนและประเทศไทยตอนบน ปัจจัยดังกล่าวทําให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อาจส่งผลให้เกิดน้ําท่วมฉับพลัน น้ําหลากและน้ําท่วมขัง โดยให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง 8 จังหวัด ได้แก่ จ.นครนายก บริเวณ อ.ปากพลี บ้านนา และเมืองนครนายก จ.ปราจีนบุรี บริเวณ อ.เมืองปราจีนบุรี นาดี กบินทร์บุรี และประจันตคาม จ.สระแก้ว บริเวณ อ.เมืองสระแก้ว และวัฒนานคร จ.ฉะเชิงเทรา บริเวณ อ.สนามชัยเขต และท่าตะเกียบ จ.ชลบุรี เฝ้าระวัง อ.บ่อทอง ศรีราชา บางละมุง หนองใหญ่ และสัตหีบ จ.ระยอง บริเวณ อ.เมืองระยอง เขาชะเมา และบ้านค่าย จ.จันทบุรี บริเวณ อ.มะขาม ท่าใหม่ แก่งหางแมว โป่งน้ําร้อน ขลุง และเขาคิชฌกูฏ จ.ตราด บริเวณ อ.เมืองตราด เขาสมิง คลองใหญ่ และบ่อไร่ นอกจากนี้ ให้เฝ้าระวังระดับน้ําเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน รวมถึงน้ําล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ําบริเวณแม่น้ํานครนายก จ.นครนายก, แม่น้ําปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี, คลองพระสทึงและคลองพระปรง จ.สระแก้ว และแม่น้ําจันทบุรี จ.จันทบุรี สทนช.ยังขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสภาพอากาศ และสถานการณ์น้ําอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง และพื้นที่ที่เกิดน้ําท่วมเป็นประจํา พร้อมตรวจสอบและซ่อมแซมแนวคันริมแม่น้ํา กําจัดสิ่งกีดขวางทางน้ํา ปรับการบริหารจัดการน้ําตั้งแต่ต้นน้ําถึงปลายน้ํา ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และอิทธิพลน้ําทะเลขึ้น-ลง พร้อมให้เร่งระบายและพร่องน้ํา ในแหล่งเก็บกักเพื่อรองรับฝนที่คาดว่าจะตกหนัก เตรียมบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมือ ลอกท่อระบายน้ํา และเตรียมแผนรับสถานการณ์น้ําหลาก รวมทั้งแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบ ให้เตรียมพร้อมอพยพได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ อ่านข่าว อุตุฯ ยันฝนตกหนัก 23-27 ก.ย. ไม่ใช่ "มหาอุทกภัย" เช็กพื้นที่ได้รับผลกระทบล่าสุด สทนช.เตือน 24 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-น้ําท่วม 22-26 ก.ย.นี้ ญี่ปุ่นลดระดับเตือน "ไต้ฝุ่นตู้เจวียน" พบเสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน
7참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
8관찰
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
9관찰
태국기타최종 59.9
근거 출처 5개 보기
10관찰
태국기타최종 59.9
근거 출처 4개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ออมสินสุดปลื้มกลับมาติดทีมชาติ ร่วมคว้าแชมป์เอเชีย-ตั๋วโอลิมปิก-เหรียญเอเชี่ยนเกมส์ [한국어/English]
    ออมสินสุดปลื้มกลับมาติดทีมชาติ ร่วมคว้าแชมป์เอเชีย-ตั๋ว [...]
  • 마티촌 (태국어) — ยามาฮ่าประดับดาวทอง เชิดชูแชมป์เอเชียคนล่าสุด ไอเดีย ผงาดแชมป์ ARRC [한국어/English]
    ยามาฮ่าประดับดาวทอง เชิดชูแชมป์เอเชียคนล่าสุด ไอเดีย ผง [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — จีน ชนะ ญี่ปุ่น คว้าเหรียญทองวอลเลย์บอลหญิงเอเชียนเกมส์ 2026 สรุปอันดับล่าสุด [한국어/English]
    วันนี้ (22 ก.ย.2569) การแข่งขันวอลเลย์บอล มหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 ที่สนามปาร์ค อารีนา โคมากิ ประเทศญี่ปุ่น ในรอบชิงชนะเลิศ ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติจีน เจอกับเจ้าภาพญี่ปุ่น โดยผลการแข่งขันทีมชาติจีน ชนะ ญี่ปุ่น 3 เซตรวด ด้วยคะแนน 25-19, 25-20 และ 25-23 คว้าเหรียญทอง เอเชียนเกมส์ไปครองเป็นสมัยที่ 10 ขณะที่ญี่ปุ่นได้เหรียญเงินไปครองเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน สรุปอันดับการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเอเชียนเกมส์ 2026 อันดับ 1 จีน อันดับ 2 ญี่ปุ่น อันดับ 3 ไทย อันดับ 4 เกาหลีใต้ อันดับ 5 ไชนีส ไทเป อันดับ 6 อินโดนีเซีย อันดับ 7 เวียดนาม อันดับ 8 คาซัคสถาน อันดับ 9 ฟิลิปปินส์ อันดับ 10 ฮ่องกง อันดับ 11 มองโกเลีย อันดับ 12 เนปาล อันดับ 13 คีร์กีซสถาน อันดับ 14 กาตาร์ อ่านข่าว : วอลเลย์บอลหญิงไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต คว้าเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ 2026 อัปเดต 18.00 น. สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 22 ก.ย.69 จีน 31 ทอง, ไทย 4 ทอง "แอม กัญจุฑา" MMA หญิงคว้าเหรียญทอง หลังชนะบาห์เรน เอเชียนเกมส์ 2026
  • webmaster@thaipbs.or.th — อัปเดต 18.00 น. สรุปเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 22 ก.ย.69 จีน 31 ทอง, ไทย 4 ทอง [한국어/English]
    วันนี้ (22 ก.ย.2569) เวลา 18.00 น. สรุปเหรียญการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 หรือ "Asian Games 2026" ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 10 ก.ย.-4 ต.ค.2569 โดยมีการแข่งขันทั้งหมด 43 ชนิดกีฬา 71 ประเภท และมีรายการชิงเหรียญรางวัลรวม 469 รายการ อันดับ 1 จีน 31 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน 8 เหรียญทองแดง รวม 52 เหรียญ อันดับ 2 ญี่ปุ่น 11 เหรียญทอง 15 เหรียญเงิน 19 เหรียญทองแดง รวม 45 เหรียญ อันดับ 3 เกาหลีใต้ 6 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 17 เหรียญทองแดง รวม 27 เหรียญ อันดับ 4 คาซัคสถาน 6 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง รวม 12 เหรียญ อันดับ 5 ไทย 4 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง รวม 6 เหรียญ อันดับ 6 ฮ่องกง 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง รวม 12 เหรียญ อันดับ 7 ทาจิกิสถาน 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง รวม 4 เหรียญ อันดับ 8 อินเดีย 1 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง รวม 7 เหรียญ อันดับ 9 อุซเบกิสถาน 1 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง รวม 6 เหรียญ อันดับ 10 ไชนีส ไทเป 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง รวม 9 เหรียญ ติดตามข่าว ผลการแข่งขัน และโปรแกรมแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ได้ที่ www.thaipbs.or.th/AsianGames2026 อ่านข่าว : วอลเลย์บอลหญิงไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต คว้าเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ 2026 "แอม กัญจุฑา" MMA หญิงคว้าเหรียญทอง หลังชนะบาห์เรน เอเชียนเกมส์ 2026 "ชนิภรณ์" ปั่นสุดแกร่งคว้าที่ 9 เอเชียนเกมส์ ผงาดที่ 1 อาเซียน