TODAY, TOP 10 HOT NEWS

2026-09-29 · 오늘 · 2026-09-29T08:03:54.082672+09:00 생성

Archive timelineLatest 날짜가 노란색으로 강조됩니다
1위 핵심 이슈2–4위 주요 이슈5–7위 참고 이슈8–10위 관찰 이슈
1핵심
태국기타최종 61.7
근거 출처 10개 보기
2주요
태국기타최종 60.5
근거 출처 4개 보기
  • 마티촌 (태국어) — สุชาติ สั่ง คพ.ตรวจสอบน้ําป่าหลากกาญจนบุรี เร่งเก็บตัวอย่างน้ํา-ตะกอน เฝ้าระวังโลหะหนักปนเปื้อน [한국어/English]
    “สุชาติ” สั่งการด่วน คพ. ตรวจสอบสถานการณ์น้ําป่าหลากบ้าน [...]
  • 마티촌 (태국어) — สทนช. สั่งเฝ้าระวัง 6 ลุ่มน้ําหลัก รับมือฝนหนัก เผยเขื่อนใหญ่ใกล้เต็มความจุ เร่งปรับแผนระบาย [한국어/English]
    สทนช. สั่งเฝ้าระวัง 6 ลุ่มน้ําหลัก รับมือฝนตกหนัก เผยเขื [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — เตือน 3 จังหวัดรับมือน้ําสูงขึ้น กรมชลฯ หน่วงน้ําเหนือเขื่อนเจ้าพระยา [한국어/English]
    วันนี้ (28 ก.ย.2569) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานปรับเพิ่มระดับการทดน้ําบริเวณหน้าเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อหน่วงน้ําจากลุ่มน้ําเจ้าพระยาตอนบนไว้เหนือเขื่อนเป็นการชั่วคราว เนื่องจากขณะนี้พื้นที่ลุ่มน้ําเจ้าพระยาตอนล่างบางแห่งยังมีน้ําท่วมขัง รวมถึงชุมชนริมแม่น้ําที่อยู่นอกคันกั้นน้ํายังได้รับผลกระทบ การบริหารจัดการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณน้ํา ที่ไหลลงไปยังพื้นที่ตอนล่างในช่วงที่ยังมีน้ําท่วมอยู่ โดยกรมชลประทานจะควบคุมระดับน้ําบริเวณหน้าเขื่อนให้อยู่ในระดับที่กําหนด และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารน้ําเหนือและท้ายเขื่อนเกิดผลกระทบน้อยที่สุด มวลน้ําเหนือสมทบ ดันปริมาณน้ําผ่านเขื่อน จ่อแตะ 2,400 ลบ.ม./วินาที สาเหตุสําคัญมาจากฝนที่ตกหนักและฝนสะสมในพื้นที่ตอนบน ทําให้มีน้ําไหลลงสู่แม่น้ําเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น โดยเมื่อวันนี้ (28 ก.ย.2569) เวลา 06.00 น. สถานีวัดน้ํา C.2 จังหวัดนครสวรรค์ ตรวจวัดปริมาณน้ําไหลผ่านได้ 1,904 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทาน คาดว่าปริมาณน้ําบริเวณดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,000-2,200 ลบ.ม./วินาที และเมื่อรวมกับน้ําจากลําน้ําสาขาที่ไหลเข้ามาสมทบ หรือที่เรียกว่า Side Flow แล้ว คาดว่าจะมีปริมาณน้ําไหลผ่านบริเวณเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 2,200-2,400 ลบ.ม./วินาที การเพิ่มระดับทดน้ําหน้าเขื่อนเจ้าพระยา จะทําให้ระดับน้ําบริเวณเหนือเขื่อนมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลที่ประชาชนในพื้นที่เหนือเขื่อนต้องเฝ้าระวัง โดยกรมชลประทานกําหนดว่าจะควบคุมระดับน้ําหน้าเขื่อนไม่ให้เกิน +18.00 เมตร รทก. ดังนั้น การหน่วงน้ําครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าน้ําจะหายไป แต่เป็นการชะลอและควบคุมจังหวะการไหลของน้ํา โดยเก็บน้ําไว้เหนือเขื่อนชั่วคราว เพื่อช่วยลดปริมาณน้ําที่ไหลลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนในช่วงที่พื้นที่ดังกล่าวยังมีน้ําท่วมขัง กรมชลประทาน จึงแจ้งเตือนพื้นที่เหนือเขื่อนใน 3 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท ให้ติดตามระดับน้ําอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเพิ่มระดับทดน้ําอาจทําให้ระดับน้ําในพื้นที่เหนือเขื่อนสูงขึ้นตามไปด้วย ริมแม่น้ํา-ผู้ประกอบการต้องยกของขึ้นที่สูง นายวิทยา ขอให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับแจ้งเตือน รวมถึงผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในแม่น้ําหรือริมแม่น้ํา เตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ําที่อาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกิจกรรมหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ใกล้ทางน้ํา เช่น งานก่อสร้าง เขื่อนป้องกันตลิ่ง และแพร้านอาหาร สิ่งที่ควรดําเนินการล่วงหน้าคือยกสิ่งของ เครื่องใช้ และทรัพย์สินที่อยู่ในระดับต่ําขึ้นไว้บนที่สูง รวมถึงเตรียมป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากระดับน้ําที่เพิ่มขึ้น พร้อมติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์น้ําจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทาน ระบุว่า จะติดตามทั้งปริมาณน้ําจากพื้นที่ตอนบน ระดับน้ําเหนือเขื่อน และสถานการณ์พื้นที่ท้ายเขื่อนอย่างใกล้ชิด ก่อนปรับแผนบริหารจัดการน้ําให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อพยายามลดผลกระทบต่อประชาชนทั้ง 2 ด้าน อ่านข่าว : แบงก์รัฐ-พาณิชย์ ออกมาตรการ เยียวยา“ลูกค้า-ลูกหนี้” ฝ่าวิกฤตน้ําท่วม "สิตางศุ์" ฉายภาพอุทกภัย 69 ฝนถล่มหลายพื้นที่ น้ําท่วมกระจายทั่วหลายลุ่มน้ํา ตั้งวอร์รูมสู้ภัยน้ําท่วม "แฟลตคลองจั่น" ช่วยประชาชน 20,000 ชีวิต
  • webmaster@thaipbs.or.th — เฝ้าระวัง 6 ลุ่มน้ํารับสถานการณ์ฝน ปรับแผนระบายน้ําวันต่อวัน [한국어/English]
    วันนี้ (28 ก.ย.2569) นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะ โฆษก สทนช. กล่าวถึงการติดตามและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ลุ่มน้ําเจ้าพระยา แม่กลอง ท่าจีน ป่าสัก บางปะกง ชายฝั่งทะเลตะวันออก และเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ นายไพฑูรย์ ระบุว่า ช่วงวันที่ 28-29 ก.ย. อิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ําบริเวณอ่าวมะตะบัน ส่งผลให้มีฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของประเทศไทย บริเวณภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน ตาก กําแพงเพชร กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ระยอง จันทบุรี ตราด และนครนายก จากนั้นปริมาณฝนจะเริ่มลดลง สทนช.ประสานทุกหน่วยงานและจังหวัด เร่งเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ําในแต่ละลุ่มน้ําอย่างใกล้ชิด โดยสถานการณ์น้ําลุ่มน้ําชายฝั่งทะเลตะวันออกและลุ่มน้ําบางปะกง จากฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ตะวันออก ส่งผลให้ระดับน้ําใน อ.เมืองจันทบุรี และคลองวังตโนด เอ่อล้นตลิ่งและมีแนวโน้มแผ่ขยายวงกว้าง ขณะที่เขื่อนประแสร์ มีปริมาณน้ําสูงถึง 112% เนื่องจากที่ผ่านมาต้องหน่วงน้ําไว้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน และเขื่อนขุนด่านปราการชล มีปริมาณน้ํา 98% เร่งพร่องระบายน้ําที่อัตรา 250 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ําในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา (อ.คลองเขื่อน อ.บางน้ําเปรี้ยว และ อ.บางคล้า) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และ จ.ปราจีนบุรี ระดับน้ําล้นตลิ่ง 45 ซม. ส่วนลุ่มน้ําเจ้าพระยาและลุ่มน้ําป่าสัก ปริมาณน้ําจากแม่น้ําปิงที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ (28 ก.ย.) ประกอบกับลําน้ําสาขาไหลมาสมทบ ทําให้น้ําไหลผ่านสถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ เพิ่มขึ้นแตะระดับ 2,100 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยา มีระดับน้ําเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.50 เมตร เทียบกับระดับทะเลปานกลาง (เกณฑ์สูงสุด) ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน มีมติให้กรมชลประทานพิจารณาผันน้ําเข้าพื้นที่ลุ่มต่ําฝั่งตะวันตกและตะวันออก รวมถึงทุ่งรับน้ําที่เก็บเกี่ยวแล้ว เพื่อคงอัตราการระบายน้ําของเขื่อนเจ้าพระยาไว้ที่ 2,000 ลบ.ม./วินาที ให้ได้นานที่สุด ก่อนพิจารณาปรับเพิ่มขึ้นตามความจําเป็น ด้านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ําสูงถึง 96% และมีความเสี่ยงเกินความจุในช่วง 1-2 วันนี้ จึงต้องระบายน้ําลงแม่น้ําป่าสัก ส่งผลให้เขื่อนพระรามหก เตรียมปรับเพิ่มการระบายเป็น 600 ลบ.ม./วินาที โดยยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยน้ําทะเลหนุนสูง ซึ่งคาดว่าจะทรงตัวไปจนถึงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ต.ค. รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ลุ่มน้ําแม่กลองยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ําค่อนข้างมากจนเกือบเต็มความจุ โดย 2 วันที่ผ่านมามีปริมาณน้ําไหลเข้าเขื่อนวชิราลงกรณมากกว่า 300 ล้าน ลบ.ม. อีกทั้งกําลังจะมีปริมาณฝนเข้ามาเพิ่ม จึงมีความจําเป็นต้องพิจารณาเปิดประตูระบายน้ําล้น หรือสปิลเวย์ เพื่อความปลอดภัยของโครงสร้างเขื่อน เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์น้ําบริเวณท้ายเขื่อนแม่กลอง ที่ประชุมฯ ให้กรมชลประทาน ร่วมกับ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม พิจารณาแนวทางการรับมือ หากดําเนินการปรับการระบายน้ําผ่านเขื่อนแม่กลองที่ระดับ 1,500-2,000 ลบ.ม./วินาที โดยจังหวัดท้ายน้ําจัดตั้งศูนย์พักคอย พร้อมติดตั้งเครื่องจักรผลักดันน้ํา และแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าแล้ว ด้านลุ่มน้ําเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันเขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ําอยู่ที่ 94% เหลือพื้นที่รับน้ําเพียง 40 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าเต็มความจุภายในวันนี้ (28 ก.ย.) จึงต้องระบายน้ําเพิ่มที่อัตรา 100 ลบ.ม./วินาที โดยเขื่อนเพชรบุรีเตรียมรับมวลน้ําดังกล่าว ซึ่งกรมชลประทานวางแผนผันน้ําเข้าคลองส่งน้ําฝั่งซ้าย-ขวา และควบคุมการระบายลงแม่น้ําเพชรบุรีที่อัตรา 160 ลบ.ม./วินาที จะทําให้มีน้ําไหลผ่านตัวเมืองเพชรบุรี โดยจ.เพชรบุรี เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว ส่วนลุ่มน้ําท่าจีน รับน้ําจากฝั่งตะวันตกและตะวันออก เข้าสู่แม่น้ําท่าจีนในอัตรา 80 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้มีน้ําเอ่อล้นตลิ่งและท่วมขังในบางจุดของ จ.นครปฐมและสมุทรสาคร ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ํา และเครื่องผลักดันน้ํา เพื่อเร่งระบายน้ําออกสู่ทะเลโดยเร็ว นายไพฑูรย์ ยืนยันว่า สทนช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันบริหารจัดการน้ําอย่างเต็มกําลังและสมดุล เร่งระบายน้ําลงสู่ทะเล เพื่อให้ประชาชนและชุมชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด อ่านข่าว : ตั้งวอร์รูมสู้ภัยน้ําท่วม "แฟลตคลองจั่น" ช่วยประชาชน 20,000 ชีวิต "สิตางศุ์" ฉายภาพอุทกภัย 69 ฝนถล่มหลายพื้นที่ น้ําท่วมกระจายทั่วหลายลุ่มน้ํา แบงก์รัฐ-พาณิชย์ ออกมาตรการ เยียวยา “ลูกค้า-ลูกหนี้” ฝ่าวิกฤตน้ําท่วม
3주요
태국기타최종 60.5
근거 출처 11개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ทอ.เสริมกําลังพลอีก 100 นาย ช่วยผู้โดยสาร สุวรรณภูมิ เคลียร์สัมภาระ-สินค้าตกค้าง เหตุน้ําท่วม [한국어/English]
    ทอ.เสริมกําลังพล 100 นาย ลุยสุวรรณภูมิ เร่งเคลียร์สัมภาร [...]
  • 마티촌 (태국어) — ยศชนัน ส่ง ‘อาสาโดรนกู้ภัย’ ลําเลียงอาหาร-สิ่งของ ช่วยผู้ประสบภัยน้ําท่วม จุดเข้าไม่ถึง [한국어/English]
    ยศชนัน ผนึกกําลัง พม.-มจพ.-สอป.-กู้ภัยร่มไทร ส่ง “อาสาโด [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — สธ.เผยน้ําท่วม 23 จังหวัด เสียชีวิต 19 คน สั่ง 8 มาตรการรับมือ-เร่งย้ายผู้ป่วย [한국어/English]
    วันนี้ (28 ก.ย.2569) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ว่า ความคืบหน้าการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ําท่วม มีการส่งทีมแพทย์และสาธารณสุขลงพื้นที่ต่างๆ เช่น ทีม MiniMERT กรมการแพทย์ ลงพื้นที่เคหะร่มเกล้า เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ดูแลความปลอดภัยและสุขภาพประชาชน, เขตสุขภาพที่ 9 ลงพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แบ่ง 3 ทีมครอบคลุมชุมชนและพื้นที่ประสบภัย สํารวจผลกระทบ ติดตามการดูแลประชาชนในศูนย์พักพิง เตรียมบุคลากร ยา เวชภัณฑ์ และทรัพยากรที่จําเป็นดูแลกลุ่มเปราะบาง, สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ราชบุรี เตรียมรับการระบายน้ําจากเพิ่มจากเขื่อนแม่กลอง โดยประเมินพื้นที่เสี่ยงพร้อมแผนอพยพประชาชน เตรียมศูนย์พักพิง และระบบการแพทย์และสาธารณสุข และเขตสุขภาพที่ 4 ลงพื้นที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ออกเยี่ยมผู้ป่วยและผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ติดตามการเข้าถึงยาและบริการรักษาพยาบาล พร้อมให้คําแนะนําด้านสุขภาพ เป็นต้น ส่วน รพ.แกลง จ.ระยอง ที่มวลน้ําทะลักเข้าพื้นที่ ให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เตรียมทีม Sky Doctor พร้อมลงพื้นที่ทันที ที่ได้รับการร้องขอให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลปลายทาง นายพัฒนา กล่าวต่อว่า สถานการณ์เร่งด่วนวันนี้อยู่ที่ กาญจนบุรี ราชบุรี ปราจีนบุรี ระยอง (อ.แกลง) นครนายก กทม. และปริมณฑล ระบบสุขภาพมีความเสี่ยงสูงที่ต้องเฝ้าระวัง 2 แห่ง คือ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี และ รพ.นครนายก รวมถึงต้องติดตามต่อในสถานบริการริมลุ่มน้ําแม่กลอง รพ.และ รพ.สต.ปลายน้ํากระแสร์ อ.แกลง และ รพ.สต.ในพระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และสระแก้ว ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นลําดับต้น คือ จ.ระยอง ที่ รพ.บ้านค่าย ยังคงมีปริมาณน้ําสูง สามารถให้บริการได้เฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน มีแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจํานวน 30 ราย ไป รพ.เฉลิมพระเกียรติฯ ส่วน รพ.แกลง น้ําท่วมขังและเข้าในพื้นที่โรงพยาบาลสูงขึ้น อยู่ระหว่างดําเนินการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤต 8-10 คน ไปยัง รพ.ระยอง ผู้ป่วยอีก 100 คน ไปยัง รพ.เฉลิมพระเกียรติฯ ที่ประชุมฯ จึงมีข้อสั่งการ ดังนี้ 1.ให้ผู้ตรวจราชการฯ และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด กํากับดูแลโรงพยาบาลในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความพร้อมระบบสนับสนุนที่สําคัญ ได้แก่ ยา เวชภัณฑ์ ระบบไฟฟ้าสํารอง น้ําประปา ออกซิเจน และทรัพยากรจําเป็นอื่น ๆ 2.สํารวจและสนับสนุนส้วมกระดาษ เน้นจัดสรรเพื่อใช้ในศูนย์พักพิงเป็นลําดับแรก 3.สื่อสารความเสี่ยงและข้อมูลที่จําเป็นแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง 4.เร่งจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ตามรายการที่พื้นที่ร้องขอ พร้อมติดตามสถานการณ์จัดส่งแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน โดยให้ สสจ.เป็นจุดรับหลักและกระจายต่อไปยังพื้นที่ หน่วยงาน หรือตัวแทนประชาชน 5.เตรียมทีมซ่อมบํารุงเข้าดําเนินการทันทีหลังระดับน้ําลดลง เพื่อฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบสื่อสาร เครื่องมือและอุปกรณ์ สาธารณูปโภคที่จําเป็นให้กลับมาเปิดให้บริการได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว 6.เร่งดูแลช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยติดบ้านและผู้ป่วยติดเตียง ให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ ได้รับยาอย่างต่อเนื่อง และติดตามเฝ้าระวังสุขภาพอย่างใกล้ชิด 7.เร่งป้องกันและลดผลกระทบจากน้ําท่วมโรงพยาบาล โดยประสานจังหวัด อบจ. และหน่วยทหาร สนับสนุนกําลัง ยานพาหนะ และเครื่องสูบน้ํา พร้อมจัดทําแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตามความเร่งด่วน ประสานโรงพยาบาลปลายทางให้พร้อมรองรับ และเตรียมแผนสํารองกรณีระดับน้ําเพิ่มสูงขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบความต่อเนื่องในการรักษาพยาบาล 8.จัดทําแผนและแนวทางการดําเนินงานในระยะฟื้นฟู กําหนดภารกิจที่ต้องดําเนินการ พร้อมสํารวจและจัดทํารายการยา เวชภัณฑ์ และทรัพยากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่จําเป็น เพื่อเตรียมสํารองและสนับสนุนพื้นที่ได้อย่างเพียงพอ ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 23 จังหวัด สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบเพิ่มเป็น 49 แห่ง ในจํานวนนี้ เปิดบริการปกติ 24 แห่ง ปิดบางส่วน 3 แห่ง และปิดบริการ 22 แห่ง มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 19 คน ส่วนใหญ่มาจากการพลัดตกน้ําจมน้ํา และไฟฟ้าช็อต จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่น้ําท่วมเพิ่มความระมัดระวัง เพราะระดับน้ํา กระแสน้ํา และพื้นที่ใต้น้ําจะเปลี่ยนไปจากเดิม หากจําเป็นต้องลงไปในน้ํา ควรนําอุปกรณ์ที่ช่วยพยุงตัว เช่น เสื้อชูชีพ แกลลอนพลาสติก ติดไปด้วยเพื่อใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน กรณีน้ําท่วมเข้าภายในบ้าน ควรตัดการจ่ายไฟและงดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ทั้งนี้ ประชาชนที่มีแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" สามารถติดตามข้อมูลและคําแนะนําการปฏิบัติตัวในช่วงสถานการณ์น้ําท่วมได้อีกทางหนึ่ง อ่านข่าว : กทม.กางแผน 3 ระยะ รับมือขยะน้ําท่วม ลุย Big Cleaning หลังน้ําลด เตือน 3 จังหวัดรับมือน้ําสูงขึ้น กรมชลฯ หน่วงน้ําเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เฝ้าระวัง 6 ลุ่มน้ํารับสถานการณ์ฝน ปรับแผนระบายน้ําวันต่อวัน
  • 마티촌 (태국어) — บสย.เคาะมาตรการอุ้ม ‘ลูกค้า-ลูกหนี้’ ฝ่าวิกฤตน้ําท่วม พักค่าธรรมเนียม-ค่างวด 6 เดือน เปิดลงทะเบียน 26 ก.ย.-31 ต.ค.นี้ [한국어/English]
    บสย.เคาะมาตรการด่วนอุ้ม “ลูกค้า-ลูกหนี้” ฝ่าวิกฤตน้ําท่ว [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — กองทัพส่ง "กําลังพล" ช่วยเคลียร์สัมภาระ-สินค้าตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิ [한국어/English]
    วันนี้ (28 ก.ย.2569) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อ.อนุรักษ์ รมณารักษ์ เสนาธิการทหารอากาศ ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ พร้อมส่งกําลังพลทหารร่วมสนับสนุน การบริหารจัดการภายในสนามบิน ทั้งด้านการขนย้ายสัมภาระ อํานวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร และสนับสนุนภารกิจที่จําเป็น รมว.กลาโหม หารือร่วมกับผู้บริหารบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ AOT และผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรับทราบสถานการณ์และความต้องการสนับสนุน พร้อมร่วมวางแผนการใช้กําลังพล ให้สอดคล้องกับภารกิจและจุดที่มีความจําเป็น เน้นบูรณาการการทํางานระหว่างหน่วยทหาร และเจ้าหน้าที่สนามบินอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยลดผลกระทบและอํานวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางให้ได้มากที่สุด กองทัพอากาศ จัดกําลังพลรวม 100 นาย ประกอบด้วย กําลังพลจากกรมทหารอากาศโยธิน จํานวน 69 นาย, กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ จํานวน 23 นาย และกองบิน 46 จ.พิษณุโลก จํานวน 8 นาย เข้าปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นของบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) และเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เพื่อเร่งดําเนินการจัดการสัมภาระและสินค้าตกค้าง โดยจะปฏิบัติภารกิจไปจนกว่าสถานการณ์น้ําท่วมจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนกองทัพบก จัดกําลังพลจากหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน จํานวน 31 นาย เข้าสนับสนุนภารกิจด้านครัวการบิน เพื่อเสริมกําลังในส่วนที่มีความจําเป็น และสนับสนุนให้ระบบการให้บริการของท่าอากาศยานสามารถดําเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รวมกําลังพลจากกองทัพบกและกองทัพอากาศ ที่เข้าปฏิบัติภารกิจสนับสนุนในครั้งนี้ 131 นาย โดยกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ พร้อมประสานการทํางานร่วมกับ AOT และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งในด้านกําลังพล การบริหารจัดการและการสื่อสารข้อมูลต่อประชาชน โดยจะติดตามสถานการณ์ และประเมินความต้องการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบริหารจัดการสัมภาระ การให้บริการและการอํานวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อ่านข่าว : กทม.กางแผน 3 ระยะ รับมือขยะน้ําท่วม ลุย Big Cleaning หลังน้ําลด เฝ้าระวัง 6 ลุ่มน้ํารับสถานการณ์ฝน ปรับแผนระบายน้ําวันต่อวัน แบงก์รัฐ-พาณิชย์ ออกมาตรการ เยียวยา“ลูกค้า-ลูกหนี้” ฝ่าวิกฤตน้ําท่วม
4주요
태국기타최종 59.9
근거 출처 3개 보기
  • 마티촌 (태국어) — อนุทิน สวมบู๊ตลุยเคหะคลองจั่น วันที่2 เช็กเมนูผัดกระเพรา เสียงชม-ด่าขรม แจงเหตุไม่สูบน้ํา [한국어/English]
    “อนุทิน” ลุยน้ําท่วมแฟลตคลองจั่นวันที่ 2 โต้ทํางานบนหอคอย [...]
  • 마티촌 (태국어) — เช็กเส้นทางเดินรถ กองทัพบกจัด 20 คันรับ-ส่งช่วงน้ําท่วมกทม. ตลอด 6 วัน [한국어/English]
    ทบ. ระดมรถทหารช่วยประชาชนพื้นที่น้ําท่วม กทม. จัดกําลังวิ [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — นายกฯ ลงพื้นที่คลองจั่นวันที่ 2 ยันไม่ได้ทํางานบนหอคอยงาช้าง และไม่ตอบโต้ประชาชนที่ตะโกนต่อว่า [한국어/English]
    วันนี้ (28 ก.ย.2569) นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี ​และ ​รมว.​มหาดไทย​ ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ แฟลตเคหะคลองจั่น ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ว่า เมื่อเช้าเรียกประชุม ไม่ได้ทํางานบนหอคอยงาช้าง อย่างที่หลายคนพูด และเร่งระดมสิ่งของต่างๆ เข้าพื้นที่ ล่าสุด นํารถปรุงอาหาร และกรมพัฒนาชุมชน ก็ระดมอาหารจากกลุ่มแม่บ้านที่มีเครือข่ายอยู่ สังเกตได้เลยว่าเมื่อเข้าไปที่แฟลตเคหะคลองจั่นแล้ว ก็จะเห็นว่าอาหารที่เคยขาดแคลน เสียงที่บอกว่า วันนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลย 2 วันแล้ว ก็ไม่มีแล้ว อาหารเข้าไปแล้ว ไฟเข้าไปแล้ว อาคารทุกหลังมีไฟแล้ว และน้ําก็กําลังจะต่อเข้าไป ขณะเดียวกันมีการจัดน้ําดื่ม สิ่งของสําคัญและถุงยังชีพเข้าไปหมดแล้ว ใครจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็แล้วแต่ แต่อย่างวันนี้ เราเอาข้าวไปให้เขา เขาบอกว่าข้าวพอแล้ว อันนี้ก็อย่างน้อยความเป็นห่วงในเรื่องของปากท้อง ในเรื่องของการบริโภค เราใช้เวลาชั่วข้ามคืน ในการดําเนินงาน เดี๋ยวผมจะไปที่ร่มเกล้า ลาดกระบัง มันต้องลงพื้นที่ เพื่อไปดูว่าเขาขาดอะไร ถ้าไม่ไปดู ก็ไม่รู้ว่าเขาขาดอะไร ก็ใส่เข้าไป โดยที่ไม่รู้ วันนี้เราก็ลงในรายละเอียดที่เราเร่งทําได้ และประสานกับทางผู้ว่าฯ กทม.ตลอด ประชุมร่วมกัน นายอนุทิน กล่าวต่อว่า มีหลายคนตั้งคําถามทําไมไม่สูบน้ํา วันนี้ถ้าสูบ น้ําก็วนกลับเข้ามา เพราะระดับน้ําที่หนุนอยู่ข้างนอกสูงกว่า สูบออกไปเท่าไหร่ ก็วนกลับเข้ามา จึงต้องรอน้ําในคลองต่างๆ ค่อยๆ ระบายลงทะเล สิ่งที่เห็นวันนี้ แนวโน้มดีขึ้น คือไม่มีฝนมาเติม ก็จะเป็นโอกาสที่น้ําจะถูกระบายออกไป และเมื่อน้ําระบายได้ ก็จะรีบโหมสูบน้ําออกมา และแจ้งไปแล้วว่า ปั๊มน้ําที่ไหนเสียให้ซื้อใหม่ จะใช้งบของตนเองในการสนับสนุน จัดหาปั๊มน้ําเพิ่ม มาสูบน้ําออกไป สําหรับประเด็นที่ว่า ระดับน้ําจะหยุดหนุนจนสามารถสูบน้ําออกได้ ต้องใช้ระยะเวลากี่วัน นายอนุทิน กล่าวว่า ทางกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า 1-2 วัน ซึ่งพูดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ดังนั้นวันนี้คือวันที่ 2 ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนา อย่าให้มีฝนตกลงมาเติม และก็เร่งในเรื่องของการฟื้นฟูด้วย ซึ่งกันงบกลางส่วนที่เหลือจะคืนคลังไว้ ออกมาเยียวยา ตามระเบียบของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กันเอาไว้แล้ว 2,000 กว่าล้าน พรุ่งนี้เข้าที่ประชุม​คณะ​รัฐมนตรี​ ตอนนี้ทําทั้งแก้ปัญหาปัจจุบัน และก้าวไปสู่กระบวนการฟื้นฟูเยียวยา ส่วนเสียงสะท้อนเชิงลบของประชาชน นายกรัฐมนตรี​ กล่าวว่า ต้องปล่อยให้ท่านได้ระบายอารมณ์อย่างเต็มที่ รัฐบาลพร้อมรับฟัง ซึ่งหากเราเป็นเขา อาจจะแรงกว่านี้ก็ได้ ไม่ว่าจะพูดอะไรก็แล้วแต่ ก็เป็นการให้โอกาสเขาได้ระบาย และสุดท้ายโดยส่วนรวม ส่วนใหญ่ ก็มีคนที่ขอบคุณ ขอบใจซึ่งกันและกัน ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนตอนนี้ เราจะไปคาดหวังให้เขาดีได้อย่างไร รัฐบาลคาดหวังอย่างนั้นไม่ได้ แต่เราต้องทําหน้าที่ของเรา วันนี้จะบอกว่าห้ามน้ําท่วมห้ามไม่ได้หรอก แต่เมื่อน้ําท่วมแล้ว ความพร้อมในการช่วยเหลือ ช่วยประชาชนอย่างไร อันนั้นเป็นสิ่งแรก ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุผลว่า ทําไมเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเดินเท้าเปล่าไม่ใส่รองเท้า ระหว่างลงพื้นที่แฟลตคลองจั่น นายกฯ ตอบว่า เนื่องจากกลัวรองเท้าอับ ไม่ต้องไปตีความอะไรเลย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินยังตรวจเยี่ยมโรงครัว พร้อมให้คําแนะนําเรื่องการปรุงอาหาร และลงเรือนําอาหาร น้ําดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค ถุงยังชีพ แจกผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบติดค้างในแฟลตคลองจั่น มีรายงานว่า ทันทีที่เรือของนายกฯ ผ่านเข้าไปด้านใน มีทั้งเสียงขอบคุณ และให้กําลังใจว่า ”นายกฯมาก็ดีใจแล้ว“ และตะโกนว่า “ภูมิใจไทย ภูมิใจไทย” ขณะเดียวกัน มีชาวบ้านตะโกนแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก พร้อมด่าด้วยคําผรุสวาท แต่ก็มีชาวบ้านอีกกลุ่มพูดปรามกันว่า “อย่าพูดอย่างนั้น” โดยนายกฯ ไม่ได้ตอบโต้ ได้แต่ยกมือไหว้ และ มอบถุงยังชีพต่อ พร้อมบอกชาวบ้านว่า ”ดูแลตัวเองดีๆ ตอนนี้ยังสูบน้ําไม่ได้ เนื่องจากน้ําท่วมสูง แต่จะมาส่งอาหารและน้ําทุกวัน“ อ่านข่าว : กองทัพส่ง "กําลังพล" ช่วยเคลียร์สัมภาระ-สินค้าตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิ กทม.กางแผน 3 ระยะ รับมือขยะน้ําท่วม ลุย Big Cleaning หลังน้ําลด เตือน 3 จังหวัดรับมือน้ําสูงขึ้น กรมชลฯ หน่วงน้ําเหนือเขื่อนเจ้าพระยา สธ.เผยน้ําท่วม 23 จังหวัด เสียชีวิต 19 คน สั่ง 8 มาตรการรับมือ-เร่งย้ายผู้ป่วย
5참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 6개 보기
6참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — คน.ดัน Farm Outlet เปิดสูตร สร้างคอนเทนต์ เพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกรไทย [한국어/English]
    คน.ดัน Farm Outlet เปิดสูตร สร้างคอนเทนต์ เพิ่มโอกาสทาง [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — สปส. เปิดทางเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ถึง 30 ก.ย.นี้ [한국어/English]
    วันนี้ (28 ก.ย.2569) สํานักงานประกันสังคม ขอให้นายจ้างและผู้ประกันตน ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและสถานที่เลือกตั้งของตนเอง หลังมีการเลื่อนการเลือกตั้งบอร์ดสํานักงานประกันสังคมจากสถานการณ์อุทกภัย โดยผู้ที่มีสิทธิแต่ไม่ปรากฏชื่อ หรือไม่พบข้อมูลสถานที่เลือกตั้ง สามารถดําเนินการเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อได้ ภายในกรอบเวลาที่สํานักงานกําหนด ผู้มีสิทธิสามารถตรวจสอบข้อมูลรายชื่อและสถานที่เลือกตั้งได้ ผ่านเว็บไซต์ของสํานักงานประกันสังคม https://www.sso.go.th/ รวมถึงระบบ e-Service สําหรับนายจ้าง และ e-Self Service สําหรับผู้ประกันตน ตลอดจนแอปพลิเคชัน SSO Plus และ LINE @ssothai หรือสอบถามได้ที่สํานักงานประกันสังคมทั่วประเทศ สําหรับระบบตรวจสอบสิทธิของสํานักงานประกันสังคม ผู้มีสิทธิสามารถกรอกข้อมูลเพื่อค้นหารายชื่อและสถานที่ใช้สิทธิ โดยระบบจะแสดงสถานที่เลือกตั้งและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ สปส.แนะนําให้ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งก่อนถึงวันเลือกตั้ง เนื่องจากมีการปรับปรุงสถานที่เลือกตั้งในบางพื้นที่ด้วย หากตรวจสอบแล้วพบว่า ตนเองเป็นผู้มีสิทธิ แต่ไม่ปรากฏชื่อในระบบ หรือไม่พบสถานที่เลือกตั้ง สามารถยื่นความประสงค์ เพิ่มชื่อ–ถอนชื่อ ได้ โดยในวันที่ 28–30 ก.ย.2569 สามารถติดต่อสํานักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สํานักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสํานักงานประกันสังคมที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศในวันและเวลาราชการ นอกจากนี้ ยังสามารถสอบถามผ่านหมายเลข 0-2956-2929 ของศูนย์อํานวยการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน (ศอ.ลต.) รวมถึงสายด่วน 1506 กด 9 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และช่องทาง LINE @ssothai ส่วนผู้ที่ต้องการยื่นเพิ่มชื่อ–ถอนชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถดําเนินการได้ในวันที่ 29–30 ก.ย.2569 ผ่านเว็บไซต์สํานักงานประกันสังคม แอปพลิเคชัน SSO Plus และ LINE @ssothai สถานที่เลือกตั้งกําหนดจากข้อมูลที่แจ้งไว้ สําหรับผู้ที่ไม่เคยแจ้งความประสงค์เลือกสถานที่เลือกตั้ง สํานักงานประกันสังคม จะเป็นผู้กําหนดสถานที่เลือกตั้ง โดย ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ นายจ้าง จะใช้ข้อมูลที่ตั้งของสถานประกอบการเป็นหลัก ขณะที่ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40 จะใช้ข้อมูลที่อยู่ที่แจ้งไว้กับสํานักงานประกันสังคม ดังนั้น ผู้มีสิทธิควรตรวจสอบทั้งชื่อของตนเอง และสถานที่เลือกตั้งให้ถูกต้อง หากข้อมูลไม่ตรงหรือไม่พบข้อมูล ควรรีบดําเนินการภายในระยะเวลาที่กําหนด เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการใช้สิทธิ สํานักงานประกันสังคม ขอให้นายจ้างและผู้ประกันตนตรวจสอบข้อมูล และดําเนินการยื่นคําร้องภายในเวลาที่กําหนด เพื่อให้บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีความถูกต้อง และเป็นการรักษาสิทธิของผู้มีสิทธิแต่ละคน สําหรับข้อมูลเกี่ยวกับประกาศ รายชื่อผู้มีสิทธิ สถานที่เลือกตั้ง และระเบียบต่าง ๆ สามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์สํานักงานประกันสังคม ขณะที่ระบบตรวจสอบสิทธิของ สปส. ระบุให้ผู้มีสิทธิไปใช้สิทธิ ณ หน่วยเลือกตั้งตามสถานที่ที่ระบบกําหนด เนื่องจากบัญชีรายชื่อถูกจัดแยกตามหน่วยเลือกตั้ง อ่านข่าว : อ.ส.ค. ส่งนม 79,200 กล่อง ช่วยประชาชน 5 เขต รับมือน้ําท่วม กทม. กรรมการสรรหากรรมการ กสทช. เตรียมยื่นศาลปกครองมีคําสั่งให้ “นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” พ้นประธาน กสทช. “คลัง” เตือน ผู้ถือมีสิทธิ บัตรสวัสดิการฯ อย่าลืม ยืนยันตัวตน ก่อนเริ่มใช้สิทธิ 1 ต.ค.นี้
8관찰
9관찰
10관찰
태국기타최종 55.2
근거 출처 1개 보기