webmaster@thaipbs.or.th — ปภ.เผยน้ําท่วม 27 จังหวัด - กทม. กระทบ 1.17 ล้านครัวเรือน [한국어/English]วันนี้ (4 ต.ค.2569) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ําที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ําในภาคกลาง ทําให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 27 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์ รวม 154 อําเภอ 1,209 ตําบล 8,790 หมู่บ้าน และกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,171,165 ครัวเรือน 3,262,676 คน แบ่งเป็น ภาคเหนือ จ.เพชรบูรณ์ เกิดน้ําท่วม 3 อําเภอ ได้แก่ อ.ศรีเทพ อ.วิเชียรบุรี อ.หนองไผ่ รวม 4 ตําบล 6 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 82 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.นครสวรรค์ น้ําท่วม 14 อําเภอ ได้แก่ อ.พยุหะคีรี อ.แม่วงก์ อ.ตาคลี อ.ไพศาลี อ.ลาดยาว อ.บรรพตพิสัย อ.เก้าเลี้ยว อ.เมืองฯ อ.ชุมแสง อ.ท่าตะโก อ.ตากฟ้า อ.โกรกพระ อ.ชุมตาบง อ.หนองบัว รวม 92 ตําบล 514 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,013 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง ภาคกลาง จ.อุทัยธานี เกิดน้ําท่วม 8 อําเภอ ได้แก่ อ.หนองฉาง อ.ห้วยคต อ.สว่างอารมณ์ อ.บ้านไร่ อ.หนองขาหย่าง อ.ลานสัก อ.เมืองฯ อ.ทัพทัน รวม 56 ตําบล 413 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,785 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.ลพบุรี เกิดน้ําท่วมในพื้นที่อําเภอบ้านหมี่ รวม 7 ตําบล 30 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 975 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.ชัยนาท เกิดน้ําท่วมใน 4 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.วัดสิงห์ อ.มโนรมย์ อ.สรรพยา รวม 26 ตําบล 135 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,473 ครัวเรือน ระดับน้ําทรงตัว จ.สิงห์บุรี เกิดน้ําท่วมในพื้นที่ 3 อําเภอ ได้แก่ อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี อ.เมืองฯ รวม 5 ตําบล 16 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,220 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.สุพรรณบุรี เกิดน้ําท่วม 10 อําเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง อ.ดอนเจดีย์ อ.ศรีประจันต์ อ.เมืองฯ อ.สามชุก อ.อู่ทอง อ.เดิมบางนางบวช อ.ด่านช้าง อ.หนองหญ้าไซ รวม 107 ตําบล 923 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 28,453 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.กาญจนบุรี เกิดน้ําท่วม 12 อําเภอ ได้แก่ อ.ไทรโยค อ.ห้วยกระเจา อ.หนองปรือ อ.พนมทวน อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.ท่าม่วง อ.ท่ามะกา อ.บ่อพลอย อ.ศรีสวัสดิ์ อ.ทองผาภูมิ อ.เมืองฯ อ.สังขละบุรี รวม 85 ตําบล 822 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,937 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 คน ระดับน้ําลดลง จ.อ่างทอง เกิดน้ําท่วม 5 อําเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก อ.ไชโย อ.วิเศษชัยชาญ อ.เมืองฯ อ.สามโก้ รวม 33 ตําบล 129 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,938 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.สระบุรี เกิดน้ําท่วม 7 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.หนองแค อ.พระพุทธบาท อ.ดอนพุด อ.หนองโดน อ.วิหารแดง อ.บ้านหมอ รวม 32 ตําบล 166 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,983 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 คน ระดับน้ําลดลง จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ําท่วมใน 16 อําเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางปะหัน อ.ลาดบัวหลวง อ.อุทัย อ.นครหลวง อ.วังน้อย อ.ท่าเรือ อ.ภาชี อ.บ้านแพรก อ.บางซ้าย อ.มหาราช รวม 205 ตําบล 1,345 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 53,457 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 คน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.สมุทรปราการ เกิดน้ําท่วมใน 6 อําเภอ ได้แก่ อ.บางเสาธง อ.พระประแดง อ.บางพลี อ.เมืองฯ อ.บางบ่อ อ.พระสมุทรเจดีย์ รวม 38 ตําบล 382 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 223,346 ครัวเรือน เสียชีวิต 8 คน ระดับน้ําลดลง จ.ปทุมธานี เกิดน้ําท่วมใน 7 อําเภอ ได้แก่ อ.ธัญบุรี อ.เมืองฯ อ.สามโคก อ.คลองหลวง อ.ลําลูกกา อ.หนองเสือ อ.ลาดหลุมแก้ว รวม 62 ตําบล 510 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 169,724 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.นครปฐม เกิดน้ําท่วมใน 3 อําเภอ ได้แก่ อ.นครชัยศรี อ.บางเลน อ.ดอนตูม รวม 44 ตําบล 223 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,214 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.ราชบุรี เกิดน้ําท่วมใน 9 อําเภอ ได้แก่ อ.โพธาราม อ.บางแพ อ.เมืองฯ อ.ดําเนินสะดวก อ.บ้านโป่ง อ.วัดเพลง อ.จอมบึง อ.ปากท่อ อ.สวนผึ้ง รวม 69 ตําบล 426 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,490 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.สมุทรสงคราม เกิดน้ําท่วมใน 3 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.อัมพวา อ.บางคนที รวม 33 ตําบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,357 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.เพชรบุรี เกิดน้ําท่วมในพื้นที่อําเภอแก่งกระจาน รวม 2 ตําบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6 ครัวเรือน ระดับน้ําทรงตัว ภาคตะวันออก จ.นครนายก เกิดน้ําท่วมใน 4 อําเภอ ได้แก่ อ.ปากพลี อ.เมืองฯ อ.บ้านนา อ.องครักษ์ รวม 44 ตําบล 482 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 53,928 ครัวเรือน ระดับน้ําทรงตัว จ.ปราจีนบุรี เกิดน้ําท่วมใน 7 อําเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี อ.นาดี อ.เมืองฯ อ.ศรีมหาโพธิ อ.ประจันตคาม อ.บ้านสร้าง อ.ศรีมโหสถ รวม 65 ตําบล 691 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 46,160 ครัวเรือน เสียชีวิต 7 ราย ระดับน้ําลดลง จ.ฉะเชิงเทรา เกิดน้ําท่วมใน 11 อําเภอ ได้แก่ อ.บางน้ําเปรี้ยว อ.บางคล้า อ.พนมสารคาม อ.แปลงยาว อ.ท่าตะเกียบ อ.เมืองฯ อ.สนามชัยเขต อ.บ้านโพธิ์ อ.บางปะกง อ.คลองเขื่อน อ.ราชสาส์น รวม 88 ตําบล 728 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 58,960 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.สระแก้ว เกิดน้ําท่วมใน 2 อําเภอ ได้แก่ อ.อรัญประเทศ อ.เมืองฯ รวม 3 ตําบล 4 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 50 ครัวเรือน เสียชีวิต 6 คน ระดับน้ําลดลง จ.ชลบุรี เกิดน้ําท่วมใน 10 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.สัตหีบ อ.พนัสนิคม อ.ศรีราชา อ.บางละมุง อ.บ้านบึง อ.หนองใหญ่ อ.เกาะจันทร์ อ.พานทอง อ.บ่อทอง รวม 78 ตําบล 354 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 118,723 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.ระยอง เกิดน้ําท่วมใน 2 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.แกลง รวม 5 ตําบล 50 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 810 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.จันทบุรี เกิดน้ําท่วมใน 2 อําเภอ ได้แก่ อ.นายายอาม อ.ท่าใหม่ รวม 10 ตําบล 50 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 คน ระดับน้ําลดลง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.บุรีรัมย์ เกิดน้ําท่วมในพื้นที่อําเภอชํานิ รวม 6 ตําบล 63 หมู่บ้าน ระดับน้ําลดลง จ.ชัยภูมิ เกิดน้ําท่วมใน 2 อําเภอ ได้แก่ อ.ภูเขียว อ.จัตุรัส รวม 8 ตําบล 34 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 81 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.สุรินทร์ เกิดน้ําท่วมในพื้นที่อําเภอสังขะ รวม 2 ตําบล 36 หมู่บ้าน ระดับน้ําลดลง กรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 คน ระดับน้ําลดลง ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ลักษณะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงวันที่ 4–7 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยช่วงวันที่ 5–6 ต.ค. จะกระทบภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขณะที่ช่วงวันที่ 8–13 ต.ค. ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก และน้ําท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ํา รวมถึงพื้นที่ริมแม่น้ําเจ้าพระยา ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเพิ่มระบายน้ําท้ายเขื่อน ติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูงและพร้อมอพยพตามคําแนะนําของเจ้าหน้าที่ หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถผ่านน้ําไหลเชี่ยว และไม่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงขณะเกิดพายุฝน ปภ.จะจัดกําลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลเร่งสูบระบายน้ํา เปิดเส้นทางสัญจร และเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นลําดับแรก พร้อมส่งอาหาร น้ําดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจําเป็นถึงครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนพื้นที่ที่น้ําลดลง จะเร่งสํารวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ ควบคู่กับการแจ้งเตือนสถานการณ์และแนวทางปฏิบัติตนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าว : ทางหลวงเผยภัยพิบัติบนโครงข่ายทางหลวง 19 จังหวัด 156 แห่ง สัญจรได้ 117 แห่ง "ชุมชนเคหะร่มเกล้า" น้ําท่วมเริ่มลดลง แต่บางจุดยังสูง 1.30 ม. ประกาศ ฉ.6 ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค.เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ําท่วม