TODAY, TOP 10 HOT NEWS

2026-10-05 · 최근 업데이트 · 2026-10-05T08:02:22.916684+09:00 생성

Archive timelineLatest 날짜가 노란색으로 강조됩니다
1위 핵심 이슈2–4위 주요 이슈5–7위 참고 이슈8–10위 관찰 이슈
1핵심
태국기타최종 65.7
근거 출처 15개 보기
2주요
태국기타최종 63.8
근거 출처 7개 보기
  • 마티촌 (태국어) — เนเน่ ซึ้งน้ําตาไหล เพลง ‘เนเน่นายแน่มาก’ น้าแอ๊ดแต่งให้ นึกถึงจุดเริ่มต้นสู่ฝันที่เป็นจริง [한국어/English]
    เนเน่ ฟังแล้ว! เพลงน้าแอ๊ดแต่งให้ ซึ้งน้ําตาไหล ชวนนึกถึ [...]
  • 마티촌 (태국어) — ชาวสวนอัมพวาระทม น้ําท่วมสวน 20 ไร่ หวั่นส้มโอ 1,700 ต้น-ลิ้นจี่-ทุเรียนรากเน่า ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ [한국어/English]
    ชาวสวนอัมพวาระทม น้ําท่วมสวน 20 ไร่ หวั่นส้มโอ 1,700 ต้น [...]
  • 마티촌 (태국어) — วรศิษฎ์ สั่ง อจน.ฉีดพ่นจุลินทรีย์บําบัดน้ําเสีย-ลดกลิ่น เคหะร่มเกล้า ควบคู่เร่งสูบระบาย แจ้งจุดเหม็นได้ทันที [한국어/English]
    “วรศิษฎ์” สั่งองค์การจัดการน้ําเสีย ฉีดพ่นจุลินทรีย์บําบั [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — องครักษ์อ่วม น้ําท่วมสูง สวนไม้ประดับเสียหาย 2 หมื่นไร่ ชาวบ้านร้องเร่งระบาย [한국어/English]
    วันนี้ (4 ต.ค.2569) สถานการณ์น้ําท่วมในพื้นที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ยังคงน่าเป็นห่วง หลังมวลน้ําไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและชุมชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ําที่ท่วมขังต่อเนื่อง จากการสํารวจพบว่าต้นไม้ประดับจํานวนมาก ต้องจมน้ํามานานกว่า 6 วัน โดยสวนแห่งหนึ่ง มีไม้ประดับรวมกันกว่า 30,000 ต้น ซึ่งเจ้าของเตรียมไว้สําหรับส่งขายในช่วงต้นเดือนหน้า แต่เมื่อถูกน้ําหลากเข้าท่วม และไม่สามารถระบายออกได้ทัน ทําให้คาดว่าจะสูญเสียรายได้ จากการจําหน่ายกว่า 200,000 บาท ยังไม่รวมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นางเยาว์ เจ้าของสวนหลายคน บอกว่า น้ําท่วมครั้งนี้ มองว่าผลกระทบรุนแรงกว่าปี 2554 ชนิดที่ยังมองไม่เห็นหาทางที่จะฟื้นตัว ฟื้นอาชีพ สําหรับพื้นที่การเกษตรบริเวณดังกล่าว ซึ่งเดิมเป็นแหล่งเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ปัจจุบันถูกน้ําไหลเข้าท่วมเป็นวงกว้าง มีข้อมูลว่ามีเกษตรกรได้รับผลกระทบมากกว่า 2,000 ราย และคาดว่ามีพื้นที่เสียหายกว่า 20,000 ไร่ ครอบคลุม 3 ตําบล ได้แก่ ต.คลองใหญ่ ต.บางปลากด และ ต.โพธิ์แทน ทีมข่าวไทยพีบีเอส เข้าไปสํารวจชุมชนบางปลากด พบว่าน้ํายังสูงกว่าระดับเข่า ชาวบ้าน บอกว่า หนักกว่าปี 2554 เพราะท่วมสูงและขังนาน มวลน้ําหลากลึกเข้าไปถึงหมู่บ้านโพธิ์แทน ซึ่งปีนี้รับทั้งน้ําจาก อ.หนองแค จ.สระบุรี แม่น้ํานครนายก รวมถึงปริมาณฝนสะสม สําหรับสถานการณ์น้ําใน อ.องครักษ์ วันนี้พบว่าช่วงบ่ายที่ผ่านมา ระดับน้ําเพิ่มขึ้น 4-5 เซนติเมตร โดย นายกอบลาภ ดาวแจ้ง นายก อบต.องครักษ์ ระบุว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการเปิดพื้นที่เกาะกลางถนนรังสิต-นครนายก เพื่อช่วยระบายน้ําจากพื้นที่บ้านนา-โพธิ์แทน ขณะที่ถนนหน้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) องครักษ์ ระดับน้ําท่วมสูง บางจุดต้องใช้รถยกสูงในการสัญจร อีกประเด็นสําคัญขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มสะท้อนปัญหา เรื่องการระบายน้ําที่ไม่ทันกับปริมาณน้ํา ซึ่งอ.องครักษ์ ต้องรับมาจากหลายทิศทาง โดยเฉพาะการระบายลงแม่น้ําบางปะกง ที่ตอนนี้ระดับน้ํา ในแม่น้ําบางปะกงเองยังสูง ล่าสุด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พิจารณาเปิดประตูระบายน้ําคลอง 13 จํานวน 2 บานๆ ละ 10 เซนติเมตร แทนคลอง 12 หลังชาวบ้านออกมาเรียกร้องว่า จะช่วยให้การระบายน้ําทําได้ดีกว่า แต่ก็อาจจะยังไม่พอลดระดับน้ําในพื้นที่ ทั้งนี้ พรุ่งนี้ (5 ต.ค.) มีรายงานว่า หน่วยงานท้องถิ่นจะเข้าร่วมหารือกับจังหวัด เพื่อวางแนวทางการระบายน้ําในพื้นที่อีกครั้ง อ่านข่าว : ปภ.เผยน้ําท่วม 27 จังหวัด - กทม. กระทบ 1.17 ล้านครัวเรือน ทางหลวงเผยภัยพิบัติบนโครงข่ายทางหลวง 19 จังหวัด 156 แห่ง สัญจรได้ 117 แห่ง "ชุมชนเคหะร่มเกล้า" น้ําท่วมเริ่มลดลง แต่บางจุดยังสูง 1.30 ม.
  • 카오솟 (태국어) — วิน จยย. ผวา! เพื่อนร่วมวิน ขี่ดักปาดหน้า รัวหมัด-กระทืบซ้ํา รุมทําร้าย เจ็บสาหัส แจ้งความคดีไม่คืบ [한국어/English]
    วิน จยย.ผวา! เพื่อนร่วมวิน ขี่ดักปาดหน้า รัวหมัด-กระทืบซ้ํา รุมทําร้าย เจ็บสาหัส ไม่พอใจมีงานเยอะกว่า แจ้งความแล้วคดีไม่คืบ ร้อง “สายไหมต้องรอด” ช่วย เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 ต.ค.2569 นายพฤกษา (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี เดินทางเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือกับ “สายไหมต้องรอด” หลังถูกเพื่อนร่วมวินจักรยานยนต์รับจ้างเดียวกันดักทําร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยม จนบาดเจ็บสาหัสและไม่กล้ากลับไปทํามาหากิน เพราะเกรงกลัวอิทธิพลของกลุ่มผู้ก่อเหตุ นายพฤกษา เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19.00 น. ขณะที่ตนกําลังขับขี่รถจักรยานยนต์ไปรับของที่ตลาดมารวย เมื่อมาถึงบริเวณหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มี นายเบียร์ และ นายปอนด์ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมวินเดียวกัน ขี่รถจักรยานยนต์มาดักปาดหน้าจนตนต้องหยุดรถ ทันใดนั้น นายเบียร์ ลงจากรถตรงเข้ามารัวหมัดใส่ใบหน้าตนไม่ยั้งกว่า 10 เข็มจนรถเสียหลักล้มลง ก่อนตามเข้ามาเตะซ้ําอย่างแรง เมื่อตนพยายามยันกายลุกขึ้น นายปอนด์ก็ตรงเข้ามารุมต่อยซ้ําอีกหลายครั้ง จนกระทั่งมีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนช่วยเหลือ ทั้งสองจึงรีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป [...]
3주요
태국기타최종 63.8
근거 출처 6개 보기
  • 카오솟 (태국어) — อนุทิน ลุยเยี่ยมชาวปราจีนบุรีน้ําท่วม จับตะหลิว แต่ไม่ได้ทํากับข้าว บอกเดี๋ยวโดนว่าอีก [한국어/English]
    อนุทิน ลุยเยี่ยมชาวปราจีนบุรีน้ําท่วม จับตะหลิว แต่ไม่ได้ทํากับข้าว บอกเดี๋ยวโดนว่าอีก ยันมีงบเยียวยาแน่ ขอให้วางใจ ชมทีมนายก อบจ. ทําหน้าที่ดีมาก วันที่ 4 ต.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดําเนินงานโรงพยาบาลสนามค่ายจักรพงษ์ มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี โดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และนายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมลงพื้นที่ จุดแรกนายกฯ เดินทางไปตรวจเยี่ยม และรับฟังปัญหา ที่โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ซึ่งเป็นที่รองรับผู้ป่วย ที่ต้องอพยพออกมาจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และโรงพยาบาลบ้านสร้าง โดยเข้าไปเยี่ยมผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลสนาม พร้อมให้กําลังใจทีมแพทย์ในการทําหน้าที่ดูแลประชาชน ขณะที่ทีมแพทย์รายงานว่าปัจจุบัน [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — ปราจีนบุรีน้ําท่วม 7 อําเภอ กระทบกว่า 5.5 หมื่นครัวเรือน นายกฯ ลงพื้นที่ [한국어/English]
    วันนี้ (4 ต.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางมาติดตามสถานการณ์น้ําท่วมในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี โดยรับฟังปัญหาการดูแลผู้ป่วยโรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ซึ่งเป็นที่รองรับผู้ป่วย ที่ต้องอพยพออกมาจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และโรงพยาบาลบ้านสร้าง พร้อมเข้าไปให้กําลังใจผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนาม และทีมแพทย์ที่ทําหน้าที่ดูแลประชาชน นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า จ.ปราจีนบุรี ถือเป็นจังหวัดที่น้ําท่วมหนักมากกว่าจังหวัดอื่น ๆ ถึงขั้นที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ต้องปิดรับผู้ป่วย ต้องย้ายผู้ป่วยทั้งหมด ไปตามสถานพยาบาลอื่น ๆ และโรงพยาบาลสนาม ด้านทีมแพทย์รายงานว่า ปัจจุบันยังต้องการความสนับสนุน เครื่องช่วยหายใจ 4 เครื่อง สายเครื่องช่วยหายใจ 8 เซ็ต เครื่องให้ออกซิเจน 40 เครื่อง เครื่องดูดเสมหะแบบเคลื่อนที่ 30 เครื่อง เครื่องควบคุมน้ําเกลือ 20 เครื่อง แต่ภาพรวมนายกรัฐมนตรีสะท้อนว่า จังหวัดบริหารจัดการเรื่องผู้ป่วยได้ดี โดยใช้แผนจากสถานการณ์โควิด-19 มาปรับใช้ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังให้กําลังใจประชาชน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และจิตอาสา ที่ศูนย์พักพิงสํานักงานขนส่งใหม่ปราจีนบุรี ยืนยันว่าจะมีงบประมาณมาช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ําท่วมแน่นอน ขอให้ไว้วางใจ ไม่ต้องกังวล โดยประชาชนสะท้อนว่า หลังจากน้ําลดแล้ว ขอให้นายกรัฐมนตรีดูแล จ.ปราจีนบุรีเป็นพิเศษด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบกลับว่า ดูแลอยู่แล้ว เพราะน้ําท่วมเกิน 7 วัน ส่วนการระบายน้ําในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ทุกพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด ต้องแก้ปัญหาน้ําในระบบ ให้มีปริมาณลดลง ก่อนจะแก้ปัญหาน้ําท่วมชุมชน หากไม่สามารถระบายน้ําในระบบได้ ก็ไม่สามารถทําให้น้ําที่ท่วมบ้านประชาชนลดลงได้ เบื้องต้นสั่งการให้เพิ่มศูนย์พักพิง เพื่ออํานวยความสะดวกประชาชน ขณะที่ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมสูง จนไม่สามารถพักอาศัยอยู่ภายในบ้าน รวมถึงผู้ป่วยและผู้สูงอายุ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี จัดเตรียมศูนย์พักพิงไว้ 2 แห่ง เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ แห่งแรกคือศูนย์พักพิงบริเวณ บขส.ใหม่ ขณะนี้มีผู้อพยพเข้าพักรวม 376 คน ส่วนศูนย์พักพิงวัดแหลม มีผู้อพยพเข้าพักรวม 57 คน มีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลต่าง ๆ เข้ามาดูแล พร้อมจัดเตรียมอาหารให้ผู้ประสบภัยทั้ง 3 มื้อ ส่วนสถานการณ์น้ําในพื้นที่ อ.เมือง โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ยังคงได้รับผลกระทบต่อเนื่อง หลังระดับน้ํายังสูงกว่าผิวการจราจรประมาณ 1 เมตร รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ประชาชนที่จําเป็นต้องออกจากบ้านต้องเดินลุยน้ําหรือใช้เรือ โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหลายพื้นที่เข้ามาสนับสนุนเรือรับ-ส่งประชาชน ในเขตเทศบาล ส่วนการช่วยเหลือด้านอาหารและน้ําดื่ม ยังคงมีประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ร่วมกันจัดทําข้าวกล่อง พร้อมใช้เรือท้องแบน ลําเลียงเข้าไปแจกจ่ายตามบ้านเรือน โดยเฉพาะพื้นที่บ้านจัดสรรและชุมชนที่ถูกน้ําท่วมสูง และรถยนต์ไม่สามารถเข้าถึง ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในห้วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ จ.ปราจีนบุรี เกิดน้ําท่วม 7 อําเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี อ.บ้านสร้าง อ.ประจันตคาม อ.นาดี อ.เมืองปราจีนบุรี อ.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมโหสถ รวม 65 ตําบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 55,286 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 9 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ต.ค.2569 เวลา 07.00 น.) โดยประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจํานวน 7 อําเภอ 65 ตําบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน สําหรับพื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับผลกระทบ 13 ตําบล 142 หมู่บ้าน 17 ชุมชน 15,597 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 คน จากเหตุไฟฟ้าช็อตและจมน้ํา ปัจจุบันระดับน้ําลดลง อ่านข่าว : องครักษ์อ่วม น้ําท่วมสูง สวนไม้ประดับเสียหาย 2 หมื่นไร่ ชาวบ้านร้องเร่งระบาย ปภ.เผยน้ําท่วม 27 จังหวัด - กทม. กระทบ 1.17 ล้านครัวเรือน สทนช.​เผยมวลน้ําเหนือถึง​อยุธยาวันนี้​ ​ริมฝั่งเจ้าพระยา-แม่น้ําน้อยรับน้ําเพิ่ม 10​ ซม.​
  • 마티촌 (태국어) — 27 จังหวัด-กทม.ยังท่วม กระทบ 1.17 ล้านครัวเรือน ปภ.เร่งระบาย-ฟื้นฟู เตือนฝนหนักซ้ํา 4-7 ต.ค. [한국어/English]
    27 จว.-กทม.ยังจมน้ํา กระทบกว่า 1.1 ล้านครัวเรือน ปภ.เร่ง [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — ปภ.เผยน้ําท่วม 27 จังหวัด - กทม. กระทบ 1.17 ล้านครัวเรือน [한국어/English]
    วันนี้ (4 ต.ค.2569) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ําที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ําในภาคกลาง ทําให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 27 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์ รวม 154 อําเภอ 1,209 ตําบล 8,790 หมู่บ้าน และกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,171,165 ครัวเรือน 3,262,676 คน แบ่งเป็น ภาคเหนือ จ.เพชรบูรณ์ เกิดน้ําท่วม 3 อําเภอ ได้แก่ อ.ศรีเทพ อ.วิเชียรบุรี อ.หนองไผ่ รวม 4 ตําบล 6 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 82 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.นครสวรรค์ น้ําท่วม 14 อําเภอ ได้แก่ อ.พยุหะคีรี อ.แม่วงก์ อ.ตาคลี อ.ไพศาลี อ.ลาดยาว อ.บรรพตพิสัย อ.เก้าเลี้ยว อ.เมืองฯ อ.ชุมแสง อ.ท่าตะโก อ.ตากฟ้า อ.โกรกพระ อ.ชุมตาบง อ.หนองบัว รวม 92 ตําบล 514 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,013 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง ภาคกลาง จ.อุทัยธานี เกิดน้ําท่วม 8 อําเภอ ได้แก่ อ.หนองฉาง อ.ห้วยคต อ.สว่างอารมณ์ อ.บ้านไร่ อ.หนองขาหย่าง อ.ลานสัก อ.เมืองฯ อ.ทัพทัน รวม 56 ตําบล 413 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,785 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.ลพบุรี เกิดน้ําท่วมในพื้นที่อําเภอบ้านหมี่ รวม 7 ตําบล 30 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 975 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.ชัยนาท เกิดน้ําท่วมใน 4 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.วัดสิงห์ อ.มโนรมย์ อ.สรรพยา รวม 26 ตําบล 135 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,473 ครัวเรือน ระดับน้ําทรงตัว จ.สิงห์บุรี เกิดน้ําท่วมในพื้นที่ 3 อําเภอ ได้แก่ อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี อ.เมืองฯ รวม 5 ตําบล 16 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,220 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.สุพรรณบุรี เกิดน้ําท่วม 10 อําเภอ ได้แก่ อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง อ.ดอนเจดีย์ อ.ศรีประจันต์ อ.เมืองฯ อ.สามชุก อ.อู่ทอง อ.เดิมบางนางบวช อ.ด่านช้าง อ.หนองหญ้าไซ รวม 107 ตําบล 923 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 28,453 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.กาญจนบุรี เกิดน้ําท่วม 12 อําเภอ ได้แก่ อ.ไทรโยค อ.ห้วยกระเจา อ.หนองปรือ อ.พนมทวน อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.ท่าม่วง อ.ท่ามะกา อ.บ่อพลอย อ.ศรีสวัสดิ์ อ.ทองผาภูมิ อ.เมืองฯ อ.สังขละบุรี รวม 85 ตําบล 822 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,937 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 คน ระดับน้ําลดลง จ.อ่างทอง เกิดน้ําท่วม 5 อําเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก อ.ไชโย อ.วิเศษชัยชาญ อ.เมืองฯ อ.สามโก้ รวม 33 ตําบล 129 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,938 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.สระบุรี เกิดน้ําท่วม 7 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.หนองแค อ.พระพุทธบาท อ.ดอนพุด อ.หนองโดน อ.วิหารแดง อ.บ้านหมอ รวม 32 ตําบล 166 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,983 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 คน ระดับน้ําลดลง จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดน้ําท่วมใน 16 อําเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.บางบาล อ.ผักไห่ อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางปะหัน อ.ลาดบัวหลวง อ.อุทัย อ.นครหลวง อ.วังน้อย อ.ท่าเรือ อ.ภาชี อ.บ้านแพรก อ.บางซ้าย อ.มหาราช รวม 205 ตําบล 1,345 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 53,457 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 คน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.สมุทรปราการ เกิดน้ําท่วมใน 6 อําเภอ ได้แก่ อ.บางเสาธง อ.พระประแดง อ.บางพลี อ.เมืองฯ อ.บางบ่อ อ.พระสมุทรเจดีย์ รวม 38 ตําบล 382 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 223,346 ครัวเรือน เสียชีวิต 8 คน ระดับน้ําลดลง จ.ปทุมธานี เกิดน้ําท่วมใน 7 อําเภอ ได้แก่ อ.ธัญบุรี อ.เมืองฯ อ.สามโคก อ.คลองหลวง อ.ลําลูกกา อ.หนองเสือ อ.ลาดหลุมแก้ว รวม 62 ตําบล 510 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 169,724 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.นครปฐม เกิดน้ําท่วมใน 3 อําเภอ ได้แก่ อ.นครชัยศรี อ.บางเลน อ.ดอนตูม รวม 44 ตําบล 223 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,214 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.ราชบุรี เกิดน้ําท่วมใน 9 อําเภอ ได้แก่ อ.โพธาราม อ.บางแพ อ.เมืองฯ อ.ดําเนินสะดวก อ.บ้านโป่ง อ.วัดเพลง อ.จอมบึง อ.ปากท่อ อ.สวนผึ้ง รวม 69 ตําบล 426 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 16,490 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.สมุทรสงคราม เกิดน้ําท่วมใน 3 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.อัมพวา อ.บางคนที รวม 33 ตําบล 255 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 22,357 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.เพชรบุรี เกิดน้ําท่วมในพื้นที่อําเภอแก่งกระจาน รวม 2 ตําบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6 ครัวเรือน ระดับน้ําทรงตัว ภาคตะวันออก จ.นครนายก เกิดน้ําท่วมใน 4 อําเภอ ได้แก่ อ.ปากพลี อ.เมืองฯ อ.บ้านนา อ.องครักษ์ รวม 44 ตําบล 482 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 53,928 ครัวเรือน ระดับน้ําทรงตัว จ.ปราจีนบุรี เกิดน้ําท่วมใน 7 อําเภอ ได้แก่ อ.กบินทร์บุรี อ.นาดี อ.เมืองฯ อ.ศรีมหาโพธิ อ.ประจันตคาม อ.บ้านสร้าง อ.ศรีมโหสถ รวม 65 ตําบล 691 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 46,160 ครัวเรือน เสียชีวิต 7 ราย ระดับน้ําลดลง จ.ฉะเชิงเทรา เกิดน้ําท่วมใน 11 อําเภอ ได้แก่ อ.บางน้ําเปรี้ยว อ.บางคล้า อ.พนมสารคาม อ.แปลงยาว อ.ท่าตะเกียบ อ.เมืองฯ อ.สนามชัยเขต อ.บ้านโพธิ์ อ.บางปะกง อ.คลองเขื่อน อ.ราชสาส์น รวม 88 ตําบล 728 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 58,960 ครัวเรือน ระดับน้ําเพิ่มขึ้น จ.สระแก้ว เกิดน้ําท่วมใน 2 อําเภอ ได้แก่ อ.อรัญประเทศ อ.เมืองฯ รวม 3 ตําบล 4 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 50 ครัวเรือน เสียชีวิต 6 คน ระดับน้ําลดลง จ.ชลบุรี เกิดน้ําท่วมใน 10 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.สัตหีบ อ.พนัสนิคม อ.ศรีราชา อ.บางละมุง อ.บ้านบึง อ.หนองใหญ่ อ.เกาะจันทร์ อ.พานทอง อ.บ่อทอง รวม 78 ตําบล 354 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 118,723 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.ระยอง เกิดน้ําท่วมใน 2 อําเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.แกลง รวม 5 ตําบล 50 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 810 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.จันทบุรี เกิดน้ําท่วมใน 2 อําเภอ ได้แก่ อ.นายายอาม อ.ท่าใหม่ รวม 10 ตําบล 50 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 คน ระดับน้ําลดลง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.บุรีรัมย์ เกิดน้ําท่วมในพื้นที่อําเภอชํานิ รวม 6 ตําบล 63 หมู่บ้าน ระดับน้ําลดลง จ.ชัยภูมิ เกิดน้ําท่วมใน 2 อําเภอ ได้แก่ อ.ภูเขียว อ.จัตุรัส รวม 8 ตําบล 34 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 81 ครัวเรือน ระดับน้ําลดลง จ.สุรินทร์ เกิดน้ําท่วมในพื้นที่อําเภอสังขะ รวม 2 ตําบล 36 หมู่บ้าน ระดับน้ําลดลง กรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 4 คน ระดับน้ําลดลง ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ลักษณะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงวันที่ 4–7 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยช่วงวันที่ 5–6 ต.ค. จะกระทบภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขณะที่ช่วงวันที่ 8–13 ต.ค. ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก และน้ําท่วมขัง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ํา รวมถึงพื้นที่ริมแม่น้ําเจ้าพระยา ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเพิ่มระบายน้ําท้ายเขื่อน ติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด เตรียมยกสิ่งของขึ้นที่สูงและพร้อมอพยพตามคําแนะนําของเจ้าหน้าที่ หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถผ่านน้ําไหลเชี่ยว และไม่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงขณะเกิดพายุฝน ปภ.จะจัดกําลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลเร่งสูบระบายน้ํา เปิดเส้นทางสัญจร และเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นลําดับแรก พร้อมส่งอาหาร น้ําดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจําเป็นถึงครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนพื้นที่ที่น้ําลดลง จะเร่งสํารวจความเสียหาย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ ควบคู่กับการแจ้งเตือนสถานการณ์และแนวทางปฏิบัติตนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าว : ทางหลวงเผยภัยพิบัติบนโครงข่ายทางหลวง 19 จังหวัด 156 แห่ง สัญจรได้ 117 แห่ง "ชุมชนเคหะร่มเกล้า" น้ําท่วมเริ่มลดลง แต่บางจุดยังสูง 1.30 ม. ประกาศ ฉ.6 ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค.เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ําท่วม
  • webmaster@thaipbs.or.th — "น้ําท่วม" กระทบสถานประกอบการกว่า 4.2 พันแห่ง "วราวุธ" สั่งเตรียมแผนฟื้นฟูธุรกิจ-อุตฯ เร่งด่วน [한국어/English]
    เมื่อวันที่ 3 ต.ค.2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยและผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมว่า จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุดของศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม (ศูนย์ CMC) ณ วันที่ 2 ต.ค.2569 พบสถานประกอบการได้รับผลกระทบในพื้นที่ 55 จังหวัด รวม 4,216 ราย ประกอบด้วย โรงงานอุตสาหกรรม 126 ราย ผู้ประกอบการ SMEs 4,006 ราย วิสาหกิจชุมชน 82 ราย และเหมืองแร่ 2 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นรวม 147.84 ล้านบาท สถานประกอบการใน "กรุงเทพฯ" กระทบมากสุด จังหวัดที่มีสถานประกอบการได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 1,114 ราย สมุทรปราการ 499 ราย ปราจีนบุรี 405 ราย ระยอง 272 ราย และปทุมธานี 232 ราย ขณะที่จังหวัดที่มีมูลค่าความเสียหายสูงสุด ได้แก่ สระแก้ว 58.17 ล้านบาท นครปฐม 16.65 ล้านบาท สมุทรปราการ 14.34 ล้านบาท ปทุมธานี 14.15 ล้านบาท และจันทบุรี 9.58 ล้านบาท นายวราวุธ กล่าวว่า จากการสํารวจส่วนใหญ่ร้อยละ 95 ผู้ประกอบการต้องการความช่วยเหลือด้านการเงิน ประมาณร้อยละ 5 ต้องการความช่วยเหลือที่ไม่ใช่การเงิน เช่น ต้องการระบายน้ําออกจากพื้นที่รอบโรงงาน ขอกระสอบทราย ถุงบิ๊กแบ็ค เครื่องสูบน้ํา ขอถุงยังชีพน้ําดื่มของจําเป็น และการฟื้นฟูซ่อมแซมอาคาร ทําความสะอาด ซ่อมเครื่องจักร อุปกรณ์ระบบไฟฟ้า และการขอยกเว้นค่าธรรมเนียม ด้านความช่วยเหลือที่ไม่ใช่การเงิน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้ร่วมกับสํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยพื้นที่ที่ยังมีน้ําท่วมขังได้ให้คําปรึกษาผ่านโทรศัพท์และวิดีโอคอล ส่วนพื้นที่ที่น้ําลดแล้วจะจัดทีมลงพื้นที่ตามลําดับความเร่งด่วน โดยมีแผนเริ่มดําเนินการทันทีในสัปดาห์หน้า ขณะนี้มีผู้ประกอบการแจ้งขอความช่วยเหลือแล้วกว่า 200 ราย ส่งถุงยังชีพช่วยเหลือเบื้องต้น นายวราวุธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรม มีการแจกถุงยังชีพแล้ว 9,100 ถุง รวมถึงถุงยังชีพช่วยเหลือพนักงานโรงงานและประชาชน ที่ไม่สามารถออกจากพื้นที่ใน จ.สุพรรณบุรี และ จ.จันทบุรี อีก 560 ถุง พร้อมสนับสนุนถุงบิ๊กแบ็ค 150 ถุง ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ประสานผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานประกอบการขนาดใหญ่และเหมืองแร่ ร่วมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งด้านอาหาร น้ําดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค กระสอบทราย และรถบรรทุกขนาดใหญ่สําหรับเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังศูนย์พักพิง ขณะเดียวกัน กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้จัดเตรียมถุงบิ๊กแบ็คอีก 1,000 ถุง เพื่อสนับสนุนหน่วยงานหรือสถานประกอบการที่ร้องขอ พร้อมเปิดสายด่วน 1564 รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากโรงงาน SMEs และวิสาหกิจชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ เร่งฟื้นสถานประกอบการหลังน้ําท่วม รมว.อุตสาหกรรม ยังกล่าวถึงการฟื้นฟูหลังน้ําท่วมว่า จะเร่งให้สถานประกอบการกลับมาเดินเครื่องจักรและดําเนินธุรกิจได้โดยเร็ว โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเดินหน้าโครงการ Rebuild SMEs ส่งทีมนักวินิจฉัยสถานประกอบการประเมินสุขภาพธุรกิจ วิเคราะห์ปัญหา และจัดผู้เชี่ยวชาญให้คําปรึกษาและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการแต่ละราย ขณะที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เตรียมออกประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีแก่โรงงานในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในช่วงฟื้นฟูกิจการ SME D Bank พักหนี้เงินต้น-ดอกเบี้ย 12 เดือน ส่วนมาตรการทางการเงิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เตรียมช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ด้วยมาตรการพักชําระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน พร้อมมาตรการเติมทุนฉุกเฉินสําหรับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยตรง วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม สูงสุด 200,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ผ่อนชําระสูงสุด 3 ปี ปลอดชําระเงินต้น 12 เดือน ส่วนกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ มีมาตรการพักชําระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจัดเตรียมสินเชื่อ เงินไว ฟื้นภัยพิบัติ วงเงินรวม 50 ล้านบาท สําหรับลูกหนี้รายเดิมชั้นดี ให้พักชําระเงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติ 4 เดือน ลดภาระค่างวดรายเดือน 50% เป็นเวลา 6 เดือน ขยายระยะเวลาชําระหนี้ได้ไม่เกิน 2 ปี และสามารถขอรีไฟแนนซ์ตามเงื่อนไขที่กําหนด ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถขอสินเชื่อสูงสุด 1 ล้านบาทต่อรายหรือกิจการ โดยกําหนดอัตราดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งระดมทุกกลไกเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ การฟื้นฟูสถานประกอบการ และการสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถกลับมาดําเนินกิจการอย่างต่อเนื่อง อ่านข่าว : "ชุมชนเคหะร่มเกล้า" น้ําท่วมเริ่มลดลง แต่บางจุดยังสูง 1.30 ม. กทม.ระดม "เรือลุงถั่ว" เร่งระบายน้ําคลองประเวศฯ ออกพระโขนง ยื่นขอเยียวยาน้ําท่วมผ่านแอปฯ ทางรัฐ แล้ว 7 แสนคน มากสุด กทม. ประกาศ ฉ.6 ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค.เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ําท่วม เตือน 8-13 ต.ค. "ตะวันออก-กลาง-กทม.-ใต้" เจอฝนเพิ่มขึ้น-ตกหนัก
4주요
태국기타최종 63.8
근거 출처 6개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ฝนหนัก-ลมแรง ต้นไม้และเสาไฟล้มทับกระบะ ซอยลาดพร้าว 94 เจ็บ 2 ราย ไฟดับบางพื้นที่ [한국어/English]
    ฝนหนัก-ลมแรง ต้นไม้และเสาไฟล้มทับกระบะ ซอยลาดพร้าว 94 เ [...]
  • 카오솟 (태국어) — เพื่อไทยลงพื้นที่เคหะร่มเกล้า-ลาดกระบัง ประสาน ‘ศูนย์ซ่อมสร้างสุข’ ผ่าน Traffy Fondue [한국어/English]
    เพื่อไทยลงพื้นที่เคหะร่มเกล้า ลาดกระบัง แจกถุงยังชีพ-ประสาน ‘ศูนย์ซ่อมสร้างสุข’ ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า-มอเตอร์ไซค์ฟรี ผ่าน Traffy Fondue บรรเทาทุกข์พี่น้องคนทํางาน เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายธงธรรม เวชยชัย และน.ส.ณัฐธิดา เทพสุทิน สส.แบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงนายสุรชาติ เทียนทอง และนางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ําท่วมขัง ณ ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ทันทีหลังเสร็จสิ้นภารกิจติดตามและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการประสานการทํางานร่วมกับ ดร.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งเกาะติดสถานการณ์และประสานความช่วยเหลือในพื้นที่เขตลาดกระบังอย่างใกล้ชิดมาอย่างต่อเนื่อง นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า จากการสํารวจพื้นที่จริง การรับฟังรายงานจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และการรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน พบว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ําท่วมขัง ทั้งในส่วนของที่พักอาศัยและเส้นทางสัญจร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตประจําวันและการเดินทางไปทํางานของกลุ่มคนทํางาน ทําให้มีภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางเพิ่มขึ้น คณะทํางานจึงได้ร่วมกันลําเลียงถุงยังชีพและสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จําเป็นเข้าแจกจ่าย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเร่งฟื้นฟูความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ พรรคเพื่อไทยขอประชาสัมพันธ์บริการจาก ‘ศูนย์ซ่อมสร้างสุข’ ที่เปิดจุดตรวจเช็กและซ่อมแซมความเสียหายจากน้ําท่วมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้แก่ [...]
  • 카오솟 (태국어) — วงจรปิดจับภาพนาที เสี่ยเจ้าของสถานตรวจสภาพรถ ขับกระบะพุ่งชนต้นไม้ เสียชีวิตสลด [한국어/English]
    วงจรปิดจับภาพนาที เสี่ยเจ้าของสถานตรวจสภาพรถ ขับกระบะพุ่งชนต้นไม้ เสียชีวิตสลด เผยช่วงเกิดเหตุมีฝนโปรยปรายลงมา ทําให้รถเสียหลัก ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพัทลุงว่า เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 4 ต.ค.2569 พ.ต.ท.เกียรติชัย เกื้อมิตร สารวัตรเวร สภ.เขาชัยสน จ.พัทลุง รับแจ้งเหตุรถกระบะเสียหลักชนต้นไม้ริมทาง ทําให้มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดริมถนนเพชรเกษมฝั่งขาขึ้น ตรงปากทางบ้านไร่ลุ่ม พื้นที่ ม.7 ต.เขาชัยสน เดินทางตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุง แพทย์เวร รพ.เขาชัยสน ที่เกิดเหตุ พบ รถกระบะ อีซูชุ สีดํา ชนต้นไม้ริมทางเครื่องยนต์หลุดออกมาจากตัวรถ ะคนขับถูกอัดติดกับพวงมาลัย เสียชีวิต ทราบชื่อ นายวรวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่นําร่างออกจากตัวรถและนําชันสูต ที่รพ.เขาชัยสน พร้อมทั้งเก็บทรัพย์สินของผู้ตายที่มีทั้งเงินสด สร้อยคอให้ญาติมารับต่อไป จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิต ซึ่งเปิดสถานตรวจสภาพรถหลายแห่งในภาคใต้ เดินทางออกมาจากสถานตรวจสภาพรถในพื้นที่ แม่ขรี อ.ตะโหมด ปลายทาง จ.นครศรีธรรมราช แต่มาถึงที่เกิดเหตุเป็นจังหวะที่มีฝนตกโปรย ทําให้รถที่ขับมาเสียหลักชนต้นไม้ริมทางจนเสียชีวิต [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — "ชัชชาติ" เผยน้ําท่วม กทม.เริ่มคลี่คลาย เคหะร่มเกล้าพรุ่งนี้พื้นที่แห้งเพิ่ม 80% [한국어/English]
    วันนี้ (4 ต.ค.2569) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์น้ําท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า สถานการณ์น้ําในคลองหลัก ๆ ถือว่าดีขึ้น ยกเว้นคลองประเวศบุรีรมย์ ที่มีผลต่อพื้นที่ร่มเกล้า ลาดกระบัง สะพานสูง ที่ต้องมีการระบายน้ําออกทางคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งสถานการณ์น้ําท่วมร่มเกล้า และลาดกระบัง สูบน้ําไปแล้วและน้ําลดลง 50 เซนติเมตร ขณะที่ศูนย์พักพิงรถสามารถเข้าออกได้แล้ว ซึ่งคาดว่าในวันพรุ่งนี้ (5 ต.ค.) สถานการณ์จะดีขึ้นอย่างมาก และเริ่มการฟื้นฟูต่อไป ขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงของการฟื้นฟู และเร่งระบายน้ําส่วนที่เหลือ ยอมรับที่มีหลายหมู่บ้านที่น้ําเข้าแล้วออกยาก ดังนั้น กทม. ก็จะเข้าไปสูบน้ําออกให้ ส่วนหมู่บ้านที่สูบน้ําออกแล้วก็เร่งฟื้นฟู เช่น เคหะคลองจั่น แต่ก็พบว่ามีขยะเป็นจํานวนมาก จึงมีการทํางานร่วมกับกระทรวงกลาโหม ในการจัดทําแผนจัดเก็บขยะ สถานการณ์ในพื้นที่ กทม. ค่อย ๆ คลี่คลาย ไปในทางที่ดีขึ้น ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่เคหะร่มเกล้า น้ําจะแห้งสนิทเมื่อใดนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า เคหะร่มเกล้ามีพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ หากจะให้แห้งพร้อมกันหมดก็เป็นไปไม่ได้ วันนี้มีบางพื้นที่เริ่มแห้งแล้ว ขณะที่วันพรุ่งนี้ (5 ต.ค.) ก็คาดว่า จะมีพื้นที่แห้งเพิ่มขึ้น 80 เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์จะค่อย ๆ ดีขึ้น มีการแบ่งการฟื้นฟูเป็น 4 โซน โดยมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมรับผิดชอบ นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ 1-2 วันนี้ว่า มีการเตรียมพร้อมพร่องน้ําให้มากที่สุด ซึ่งตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศไว้ จะมีฝนตกประมาณ 30 มิลลิเมตร ก็คิดว่าหากฝนไม่ตกแช่ อาจจะมีน้ําเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวล ในครั้งนี้ต้องเช็คสภาพอากาศในวันใกล้เคียงอีกครั้ง เมื่อถามว่า สถานการณ์น้ําใน กทม. จะซ้ํารอยสัปดาห์ที่ผ่านมาหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ต้องรอดูการพยากรณ์อากาศในปัจจุบัน แต่ฝนก็ไม่ได้มากเหมือนที่ผ่านมา ที่มีปริมาณถึง 300 มิลลิเมตร ที่ตกหนักและปูพรมทั่วกรุงเทพฯ ยืนยันว่าจะไม่ซ้ํารอย เพราะเป็นคนละรูปแบบ เนื่องจากเหตุการณ์ที่ผ่านมามีฝนตกแช่ทั้ง 3 วัน และปริมาณมาก แต่ฝนที่เป็นปกติ เหมือนมรสุมธรรมดา และน้ําเหนือ น้ําหนุนตามปกติ ก็สามารถดูแลได้ เช่น ถ้าน้ําเหนือและน้ําหนุน ต้องดูแลพี่น้องประชาชนตามริมแม่น้ําเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่นอกคันกั้นน้ํา ซึ่ง กทม. ดูแลและเร่งเสริมกระสอบทราย เมื่อถามว่า ทําไมฝนตกเพียงครึ่งชั่วโมง แต่น้ําท่วมถนนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นายชัชชาติ กล่าวว่า เพราะมีน้ําขังในพื้นที่ ซึ่งคลองแต่ละจุดเต็ม เมื่อมีน้ําฝนมาเติม ก็จะล้นขึ้นมาได้เร็ว แต่ก่อนหน้านี้ แม้จะพร่องน้ําไว้แล้ว และมีพื้นที่รองรับน้ําไว้ แต่ก็ยังมีน้ําปริ่มในพื้นที่และดินก็ชุ่มน้ํา ไม่สามารถที่จะซับน้ําได้ ส่วนน้ําทะเลหนุนจะส่งผลต่อการระบายน้ําหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า น้ําทะเลกับน้ําเหนือที่ไหลลงมา ถือเป็นน้ําที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งจะไหลลงแม่น้ําเจ้าพระยา ตอนนี้ยังไม่ส่งผลกระทบอะไร เพราะคันกั้นน้ํา ยังมีพื้นที่เหลืออีกจํานวนมาก ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศว่าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เพราะน้ําเหนือไม่ได้มีจํานวนมาก สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ จึงขออย่ากังวลในเรื่องนี้ อ่านข่าว : สทนช.​เผยมวลน้ําเหนือถึง​อยุธยาวันนี้​ ​ริมฝั่งเจ้าพระยา-แม่น้ําน้อยรับน้ําเพิ่ม 10​ ซม.​ ปภ.เผยเงินเยียวยาภัยพิบัติ อยู่ขั้น อปท.สํารวจความเสียหาย "ชุมชนเคหะร่มเกล้า" น้ําท่วมเริ่มลดลง แต่บางจุดยังสูง 1.30 ม.
  • webmaster@thaipbs.or.th — สทนช.​เผยมวลน้ําเหนือถึง​อยุธยาวันนี้​ ​ริมฝั่งเจ้าพระยา-แม่น้ําน้อยรับน้ําเพิ่ม 10​ ซม.​ [한국어/English]
    วันนี้ (4 ต.ค.2569) นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ​ (สทนช.) รายงานสถานการณ์​น้ําล่าสุด​ว่า​ ลุ่มน้ําเจ้าพระยาปริมาณน้ําที่ลงมายัง จ.นครสวรรค์ น้ําในแม่น้ําปิง และแม่น้ําน่านมีปริมาณลดลง โดยในเวลา 09.00 น ที่ผ่านมา ปริมาณน้ําที่ จ.นครสวรรค์​ ที่สถานี C.2 หรือ​ สถานีวัดปริมาณน้ําบนแม่น้ําเจ้าพระยา​ ตั้งอยู่ที่บริเวณค่ายจิระประวัติ อ.เมือง จ.นครสวรรค์​ ประมาณ 2,119 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่การระบายน้ําท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังคงอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากน้ําจากแม่น้ําสะแกกรัง ยังมีปริมาณอยู่ โดยคาดว่า 2-3 วัน ปริมาณน้ําจากแม่น้ําสะแกกรังจะลดลงและสามารถระบายน้ําได้คงที่ ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ําไหลเข้า กับปริมาณน้ําไหลออกเท่ากัน ดังนั้นการระบายน้ําปัจจุบันอยู่ที่ 450 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทําให้บริเวณเขื่อนพระราม 6 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ระบายน้ําอยู่ที่ 655 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งนี้จะมีพื้นที่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณริมฝั่งแม่น้ําเจ้าพระยา และแม่น้ําน้อย อาจจะมีปริมาณน้ําเพิ่มสูงขึ้น ประมาณ 10​ เซนติเมตร เนื่องจากมวลน้ําที่เดินทางจากเขื่อนเจ้าพระยาจะถึงบริเวณ จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันนี้​ โดยมวลน้ําก้อนดังกล่าวจะเข้ามายัง จ.ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเนื่องจากระดับคันกั้นน้ําของ จ.ปทุมธานี นนทบุรี​ และกรุงเทพมหานคร​ ยังสูงกว่าค่อนข้างมากในบางจุด แต่อาจจะมีบางพื้นที่ลุ่มต่ํา​ ชานแม่น้ําหรือนอกคันกั้นน้ํา ได้รับผลกระทบ ขณะที่ฝั่งตะวันตก​ เขื่อนวชิราลงกรณ​ ยังสามารถรับน้ําได้อีก 83 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีการระบายอยู่ที่ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร​ และวันนี้มีปริมาณน้ําเข้า 45 ล้านลูกบาศก์เมตร และในปัจจุบันมีปริมาณน้ําไหลเข้าและไหลออกใกล้เคียงกัน ทําให้ระดับน้ําเหนือเขื่อนคงที่ ด้านเขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ําอยู่ที่ 99.55% ยังสามารถรับน้ําได้อีก 700 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนท้ายเขื่อนแม่กลองระดับน้ําปัจจุบันอยู่ที่ 1,189 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทําให้ระดับน้ําในแม่น้ําแม่กลอง กลับเข้าสู่ตลิ่งเกือบทุกจุด ทําให้น้ําท่วมขังบริเวณ จ.ราชบุรี สมุทรสงคราม โดยเฉพาะ อ.บางคนที และ อ.อัมพวา น้ําจะไหลกลับเข้าสู่แม่น้ําแม่กลอง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพอสมควร​ เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากน้ําขึ้นและลงของทะเล ขณะที่สถานการณ์น้ําลุ่มแม่น้ําเพชรบุรี จากที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าฝนจะตกหนักที่ อ.แก่งกระจาน มีแนวโน้มที่จะทําให้ปริมาณน้ําในเขื่อนแก่งกระจาน อาจจะต้องมีการระบายน้ําที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดและกรมชลประทาน ตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์ ในการที่จะชี้แจงข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบ ด้านภาคตะวันออก พื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา มีปริมาณน้ําเพิ่มขึ้น และ อ.องครักษ์​ จ.นครนายก มีประเด็นเรื่องของการระบายน้ํา โดยโครงการชลประทานคลองรังสิตใต้​ หรือ​ โครงการส่งน้ําและบํารุงรักษารังสิตใต้​ และกรุงเทพมหานคร​ ช่วยในการระบายน้ํา ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการดําเนินการภาพรวมทุกพื้นที่ ประกอบกับการคาดการณ์ปริมาณน้ําฝน ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในส่วนวันที่ 5-8 ต.ค.นี้ คาดว่าจะไม่ทําให้ปริมาณน้ําในลุ่มเจ้าพระยาและเขื่อนแม่กลองเพิ่มสูงขึ้นมากนัก ยังสามารถบริหารจัดการน้ําได้ อ่านข่าว : น้ําท่วมป้ายทะเบียนรถหาย-ป้ายภาษีชํารุด ทําใหม่ได้ ไม่ต้องใช้เล่มจริง ถึง 30 พ.ย.69 "ชุมชนเคหะร่มเกล้า" น้ําท่วมเริ่มลดลง แต่บางจุดยังสูง 1.30 ม. ยื่นขอเยียวยาน้ําท่วมผ่านแอปฯ ทางรัฐ แล้ว 7 แสนคน มากสุด กทม.
5참고
태국기타최종 61.7
근거 출처 2개 보기
6참고
태국기타최종 60.5
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ‘บรรเจิด-อดีต รมช.สธ.’ โต้เก็บภาษีบาป 2% ผ่านกฎกระทรวงทําไม่ได้จริง ชี้หลอกปชช.-เอื้อนายทุนสุรา ยาสูบ [한국어/English]
    ‘บรรเจิด-อดีต รมช.สธ.’ โต้ออกกฎกระทรวงทดแทน [...]
  • 카오솟 (태국어) — บรรเจิด ค้านออกกฎกระทรวงเก็บภาษีทดแทน ยกเลิกภาษีบาป 2% ชี้อุ้มนายทุนสุรา-ยาสูบ [한국어/English]
    บรรเจิด ค้านออกกฎกระทรวงเก็บภาษีทดแทนการยกเลิกภาษีบาป 2% หลอกลวงประชาชน ทําไม่ได้จริง ชี้เอื้อประโยชน์อุ้มนายทุนสุรา-ยาสูบ ยัน Earmarked Tax สมเหตุสมผล ไม่ขัดหลักวินัยการเงินการคลัง 100% ด้านอดีตรมช.สธ. อัดยับ “รัฐบาล” ใช้อะไรคิด เงินน้อย เศรษฐกิจแย่ เก็บภาษีได้น้อย แต่ชงแก้กฎหมายเลิกเก็บภาษีบาป ส่อทําลายระบบป้องกันส่งเสริมสุขภาพอ่อนแอ ทําคนไทยป่วยเพิ่ม ดักคอเฉือนงบสาธารณสุข ซ้ําเติมปัญหา รพ.ขาดทุน วันที่ 4 ต.ค. 2569 ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเสนอให้ยกเลิกภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) หรือภาษีบาป โดยให้ไปใช้งบประมาณปกติ อ้างเหตุผลให้เป็นไปตามหลักวินัยการเงินการคลังว่า การดําเนินงานของทั้ง 4 กองทุน ที่ได้รับภาษีบาป รวมถึสํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ยืนยันว่า ไม่ขัดกับหลักวินัยทางการเงินการคลัง และรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 26 [...]
7참고
태국기타최종 60.4
근거 출처 3개 보기
  • 마티촌 (태국어) — กรมอุตุ ประกาศฉบับ 7 ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค. ระวังฝนตกหนัก-ลมกระโชกแรง [한국어/English]
    กรมอุตุ ประกาศฉบับ 7 ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค. ระวั [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — อุตุฯ ฉบับ 7 เตือน 4-7 ต.ค.อากาศแปรปรวน ฝนหนัก-หนักมาก กทม.รับมือฝน 5-6 ต.ค. [한국어/English]
    วันนี้ (4 ต.ค.2569) กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 7 เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 4-7 ต.ค.2569 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปร ปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ตามช่วงเวลาดังนี้ ในวันที่ 4 ต.ค.2569 : บริเวณภาคเหนือตอนบนและด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 5-6 ต.ค.2569: บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน สําหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง ในวันที่ 7 ต.ค. 69 ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝนบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน ที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะทําให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทําให้เกิดน้ําท่วมฉับพลันและน้ําป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ําไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ําซึ่งอาจเกิดน้ําท่วมขังได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สําหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย จะมีกําลังแรงขึ้น บริเวณฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 9-13 ต.ค.2569 ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา อ่านข่าว : ประกาศ ฉ.6 ไทยตอนบนอากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค.เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ําท่วม เตือน 8-13 ต.ค. "ตะวันออก-กลาง-กทม.-ใต้" เจอฝนเพิ่มขึ้น-ตกหนัก ปภ.เผยน้ําท่วม 27 จังหวัด - กทม. กระทบ 1.17 ล้านครัวเรือน
  • 카오솟 (태국어) — พรุ่งนี้หนักสุด กรมอุตุฯ เตือนฉบับที่ 7 อากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค.นี้ ฝนถล่ม ลมแรง เปิดรายชื่อจังหวัดโดนเต็มๆ [한국어/English]
    พรุ่งนี้หนักสุด กรมอุตุฯ เตือนฉบับที่ 7 อากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค.นี้ ฝนถล่ม ลมแรง เปิดรายชื่อจังหวัดโดนเต็มๆ ระวังอันตรายน้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าหลาก วันที่ 4 ต.ค.2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 4-7 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 7 (241/2569) ในช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ตามช่วงเวลาดังนี้ ในวันที่ 4 ต.ค. 69: บริเวณภาคเหนือตอนบนและด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 5-6 ต.ค. 69: บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน สําหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนลดลง ในวันที่ 7 ต.ค. 69: ด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงปลายฤดูฝนบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน [...]
8관찰
태국기타최종 59.9
근거 출처 6개 보기
9관찰
태국기타최종 59.9
근거 출처 7개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ‘ณัฐพงศ์’ จี้ ‘ชัชชาติ’ ตรวจฐานะผู้รับเหมาอุโมงค์หนองบอน 9.5 พันล้าน หวั่นทิ้งงาน-น้ําท่วมซ้ํา [한국어/English]
    ‘ณัฐพงศ์‘ สส.ปชน. จี้ ‘ชัชชาติ’ ใช้อํานาจตามข้อ 6.5 ตรวจ [...]
  • 카오솟 (태국어) — สส.ปชน. จี้ ‘ชัชชาติ’ ตรวจบริษัทเสี่ยง รับเหมาสร้างอุโมงค์ระบายน้ํา หวั่นเทกลางทาง [한국어/English]
    ‘ณัฐพงศ์’ สส.ปชน. จี้ ‘ชัชชาติ’ ใช้อํานาจตามข้อ 6.5 ตรวจบริษัทเสี่ยง รับเหมาสร้างอุโมงค์ระบายน้ําบึงหนองบอน งบ 9.5 พันล้าน หวั่นทิ้งงานกลางทาง คนกรุงฯ เจอน้ําท่วมซ้ําซาก วันที่ 4 ต.ค. 2569 นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน เรียกร้องนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เร่งสร้างความชัดเจนต่อโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ําบึงหนองบอนส่วนต่อขยาย จากคลองประเวศบุรีรมย์ถึงคลองสี่ วงเงิน 9,561 ล้านบาท โดยระบุว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ําท่วมทุกวัน พบว่าประสิทธิภาพการระบายน้ําของคลองประเวศบุรีรมย์ในปัจจุบัน ไม่เพียงพอและระบายน้ําได้ช้าที่สุดในกรุงเทพฯ แม้อุโมงค์ระบายน้ําบึงหนองบอนเฟสแรกจะก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่การลําเลียงน้ําจากคลองประเวศฯ ทําได้น้อยมาก เพราะต้องผ่านคลองสายเล็กอย่างคลองหนองบอนและคลองมะขามเทศ ทําให้บึงหนองบอนที่สามารถกักเก็บน้ําได้ถึง 5 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังถูกใช้งานไม่เต็มศักยภาพเมื่อเกิดวิกฤต นายณัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนเห็นด้วยและสนับสนุนให้โครงการส่วนต่อขยายนี้เดินหน้า เพื่อดึงน้ําจากคลองประเวศฯ ไปยังบึงหนองบอนให้ได้เร็วและปริมาณมากขึ้น แต่ปัญหาใหญ่คือบริษัทที่เสนอราคาต่ําสุดและอาจได้งานนี้ไป คือบริษัทที่กําลังเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ บริษัทเดียวกันนี้รับงานของสํานักการระบายน้ํา กทม. อยู่แล้วหลายโครงการ เช่น อุโมงค์คลองเปรมประชากร [...]
  • 카오솟 (태국어) — เสี่ยแฮงค์ ช่วยเหลือชาวชัยนาทถูกน้ําท่วม มอบสิ่งของบรรเทาความเดือดร้อน [한국어/English]
    เสี่ยแฮงค์ อนุชา นาคาศัย ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านถูกน้ําท่วม มอบสิ่งของบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมมอบกําลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัย ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ําเจ้าพระยา ส่งผลทําให้มวลน้ําจากแม่น้ําไหลทะลักเข้าท่วมชุมชนที่อยู่อาศัยของชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะสถานการณ์อุทกภัยอย่างในพื้นที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นชุมชนที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่ติดกับลําน้ําเจ้าพระยา ปัจจุบันมีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ําท่วมแล้วกว่า 4,534 ครัวเรือน แม้ว่าระดับน้ําในครั้งนี้จะเริ่มทรงตัว แต่การช่วยเหลือก็ยังคงเป็นสิ่งสําคัญและจําเป็นอย่างยิ่ง นายอนุชา นาคาศัย สส.ชัยนาท เขต 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นางจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท และผู้นําองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่แจกอาหารปรุงสุก น้ําดื่มสะอาด และสิ่งของช่วยเหลืออื่นๆ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ในเบื้องต้นอย่างไม่ขาดสาย นายอนุชา กล่าวว่า สําหรับสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ ทําให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนกันเป็นจํานวนมาก ซึ่งจังหวัดชัยนาทเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระบายน้ําของเขื่อนเจ้าพระยา ทําให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ําท่วม ตนเองในฐานะคนจังหวัดชัยนาท จึงมีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง “การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ตนในฐานะลูกหลานของชาวชัยนาท อยากมามอบกําลังใจและให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบอุทกภัยทุกคน เราจะผ่านช่วงวิกฤตินี้ไปด้วยกัน พร้อมกับฝากความห่วงใยไปยังประชาชนให้ดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะการระมัดระวังโรคภัยต่างๆ ที่อาจมากับน้ําท่วม” นายอนุชากล่าว
  • 마티촌 (태국어) — นพค.15 ส่งกําลัง 17 นายช่วยน้ําท่วมบางบาล จัดรถผลิตน้ําดื่ม-สุขาเคลื่อนที่ ลุยเรือแจกน้ําถึงบ้าน [한국어/English]
    “ผบ.นพค.15” สั่งลุยบางบาล ส่ง 17 หน่วยเคลื่อนที่เร็ว ช่ [...]
  • 마티촌 (태국어) — อีคอนไทย ชี้วิกฤตน้ําท่วม ซ้ําเติมศก. หวั่นฉุดเชื่อมั่นท่องเที่ยวไฮซีซั่น แนะรัฐเร่งพักหนี้-ฟื้นฟูสภาพคล่อง [한국어/English]
    อีคอนไทย ชี้วิกฤตน้ําท่วมซ้ําเติมศก. หวั่นฉุดเชื่อมั่นท่อ [...]
10관찰
태국기타최종 59.9
근거 출처 3개 보기