TODAY, TOP 10 HOT NEWS

2026-10-09 · 최근 업데이트 · 2026-10-09T08:03:42.034685+09:00 생성

Archive timelineLatest 날짜가 노란색으로 강조됩니다
1위 핵심 이슈2–4위 주요 이슈5–7위 참고 이슈8–10위 관찰 이슈
1핵심
태국기타최종 63.8
근거 출처 5개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ปภ. เฝ้าระวัง ‘บางปะกง–ป่าสัก–ท้ายเขื่อนแก่งกระจาน’ เขื่อนทั่วประเทศปริมาณน้ํา 83% ของความจุ [한국어/English]
    ปภ. เฝ้าระวัง ‘บางปะกง–ป่าสัก–ท้ายเขื่อนแก่งกระจาน’ เขื [...]
  • 마티촌 (태국어) — สทนช.เตรียมรับฝนหนักระลอกใหม่ 9-11 ต.ค. เร่งระบายน้ําท่วมกลาง–ตะวันออก เฝ้าระวังใต้ 24 ชม. [한국어/English]
    สทนช.เตรียมรับฝนหนักระลอกใหม่ 9-11 ต.ค. เร่งระบายน้ําท่ว [...]
  • 카오솟 (태국어) — เตือนชาวแม่สาย ระวัง ‘สารหนู’ ในแม่น้ํา สั่งงดนํามาดื่ม ประกอบอาหาร หลีกเลี่ยงจับสัตว์น้ํา [한국어/English]
    เตือนชาวแม่สาย โดยเฉพาะใน 5 ตําบล ระวัง ‘สารหนู’ ในแม่น้ํา สั่งงดนํามาดื่ม ประกอบอาหาร รวมถึงการหลีกเลี่ยงจับสัตว์น้ํามาบริโภค 8 ต.ค. 69 – กรมควบคุมโรค แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังพบสารหนูและโลหะหนักในน้ําบางจุดสูงเกินมาตรฐาน โดยขอให้ประชาชนพื้นที่ 5 ตําบล ได้แก่ แม่สาย โป่งผา ศรีเมืองชุม เวียงพางคํา และเกาะช้าง หลีกเลี่ยงการใช้น้ําจากแม่น้ําสายโดยตรงเพื่อดื่ม หรือประกอบอาหาร รวมถึงหลีกเลี่ยงการจับสัตว์น้ํามาบริโภค นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สารหนูเป็นโลหะหนักที่ปนเปื้อนและเข้าสู่ร่างกายได้จากการรับประทานอาหารหรือน้ําที่ปนเปื้อน การได้รับสารหนูปริมาณมากหรือได้รับเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จากที่พบสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ําสาย ขอให้ประชาชนในพื้นที่งดใช้น้ําจากแม่น้ําสายโดยตรง ห้ามนําน้ําจากแม่น้ําสายมาดื่ม ประกอบอาหาร มาทําน้ําแข็งหรือเครื่องดื่ม หลีกเลี่ยงการจับสัตว์น้ํามาบริโภค พร้อมติดตามประกาศจากจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ประชาชนกลุ่มที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพในลําน้ํา เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจําตัว หากอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวัง ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจสัมผัสหรือได้รับน้ําจากแม่น้ําสายเข้าสู่ร่างกาย และเลือกใช้น้ําสะอาดสําหรับการดื่มและประกอบอาหาร
  • webmaster@thaipbs.or.th — สทนช.เร่งระบายน้ํา รับฝนระลอกใหม่ 9–11 ต.ค. เตือน 14 จังหวัดภาคใต้เฝ้าระวัง [한국어/English]
    วันนี้ (8 ต.ค.2569) นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอํานวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา ครั้งที่ 7/2569 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจังหวัดพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ เพื่อติดตามและเร่งรัดมาตรการระบายน้ําในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคกลางและภาคตะวันออก ควบคู่กับการเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ และวางมาตรการป้องกันผลกระทบในพื้นที่ภาคใต้ล่วงหน้า เตือนฝนหนัก 9–11 ต.ค. เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ํา (องค์การมหาชน) คาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 9–11 ต.ค. จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ครอบคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ส่วนวันที่ 12–15 ต.ค. ฝนในพื้นที่ตอนบนจะลดลง ขณะที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องตามฤดูกาล ทุกหน่วยงานได้รับทราบข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี จากการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ให้เฝ้าระวังและบริหารจัดการน้ําเชิงรุก ตลอดจนเตรียมความพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที โดย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กําชับให้ สทนช. ส่งข้อมูลแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงโดยตรงเป็นรายจังหวัด เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างแม่นยําและทันสถานการณ์ เร่งระบายน้ํา 5 ลุ่มน้ํา ส่วนการเร่งคลี่คลายสถานการณ์อุทกภัย สทนช. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ปรับการบริหารน้ําตามสถานการณ์ของแต่ละลุ่มน้ํา โดยมุ่งเร่งระบายน้ําออกจากพื้นที่น้ําท่วม ลดปริมาณน้ําที่จะไหลเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง และเตรียมพื้นที่รองรับน้ําฝนระลอกใหม่ โดยมีการดําเนินงานที่สําคัญ ดังนี้ ลุ่มน้ําบางปะกง ขณะนี้มวลน้ําหลากจาก จ.ปราจีนบุรี และนครนายก กําลังเคลื่อนตัวผ่าน จ.ฉะเชิงเทรา กรมชลประทานและกองทัพเรือ จึงระดมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ําและเรือผลักดันน้ํา เพื่อเร่งระบายน้ําออกสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด ลุ่มน้ําเจ้าพระยา กรมชลประทาน ทยอยปรับลดการระบายน้ําท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จาก 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายในคืนนี้ เพื่อช่วยลดปริมาณน้ําที่ไหลลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน พร้อมทั้งเร่งพร่องระดับน้ําบริเวณหน้าเขื่อน เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับมวลน้ําสะสม ควบคู่กับการผันน้ําเข้าพื้นที่ลุ่มต่ําทุ่งเจ้าพระยาตอนล่าง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ทุ่งทําให้ระดับน้ําเพิ่มสูงขึ้น จึงกําชับให้เร่งระบายน้ําออกจากทุ่งทันที เมื่อระดับน้ําในลําน้ําสายหลักลดลง นอกจากนี้ ทยอยปรับลดการผันน้ําเข้าสู่แม่น้ําท่าจีน ผ่านประตูระบายน้ําพลเทพให้อยู่ในอัตรา 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบรรเทาผลกระทบน้ําหลากในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี และนครปฐม ลุ่มน้ําป่าสัก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ซึ่งมีปริมาณน้ํา 106% ของความจุเก็บกัก ควบคุมการระบายน้ําในห้วงนี้ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายผ่านเขื่อนพระราม 6 ไม่เกิน 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ํา พร้อมปรับลดการรับน้ําผ่านประตูระบายน้ํามโนรมย์เข้าคลองชัยนาท–ป่าสัก เหลือ 80 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ําในคลองให้สามารถรองรับการระบายน้ําออกจากทุ่งฝั่งซ้ายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลุ่มน้ําแม่กลอง เขื่อนวชิราลงกรณมีปริมาณน้ํา 99% ของความจุเก็บกัก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ยังคงระบายน้ําวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยสถานการณ์น้ําล้นตลิ่งท้ายเขื่อนในแม่น้ําแม่กลองบริเวณ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ระดับน้ําเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์ มีแผนระบายน้ําไม่เกินวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อป้องกันผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ํา ขณะที่เขื่อนแม่กลองระบายน้ําในอัตราประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลุ่มน้ําเพชรบุรี–ประจวบคีรีขันธ์ เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ํา 102% ของความจุเก็บกัก ปรับเพิ่มการระบายน้ําเป็นวันละ 10–12 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเร่งสร้างพื้นที่ว่างในอ่างเก็บน้ํารองรับมวลน้ําหลากระลอกใหม่ โดยกําหนดจุดควบคุมอัตราการไหลของน้ําผ่านตัวเมืองเพชรบุรี ไม่ให้เกิน 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดความเสี่ยงน้ําท่วมพื้นที่เขตเศรษฐกิจ เตือน 14 จังหวัดภาคใต้รับมือฝน สทนช. และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึง จ.เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้เตรียมมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชนล่วงหน้า พร้อมกําชับศูนย์ ปภ. ในพื้นที่ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ําล่วงหน้าในเขตชุมชนลุ่มต่ํา รวมทั้งเฝ้าระวังจุดเสี่ยงดินโคลนถล่มด้วยระบบ Early Warning ขณะที่อ่างเก็บน้ําขนาดเล็กที่มีน้ําเกินความจุ กรมชลประทานเปิดระบายน้ําเต็มศักยภาพ พร้อมแจ้งเตือนพื้นที่ท้ายน้ําแล้ว ขณะที่ ปภ. ต้องปรับแผนเผชิญเหตุเป็นรายพื้นที่และระบุจุดซักซ้อมอพยพให้ชัดเจน และมอบหมายกรมชลประทาน เร่งรัดซ่อมแซมเครื่องจักรกลที่ชํารุดให้พร้อมใช้งาน ก่อนเข้าสู่ช่วงน้ําหลากในพื้นที่ภาคใต้ สทนช.จะติดตามสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเร่งคลี่คลายพื้นที่น้ําท่วมในปัจจุบัน ควบคู่กับการเตรียมรับฝนระลอกใหม่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ําแต่ละพื้นที่เป็นไปอย่างสอดคล้องกัน และลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อ่านข่าว : กรมอุตุฯ ประกาศ ฉ.4 ไทยอากาศแปรปรวน ฝนตกหนักถึงหนักมาก 9-13 ต.ค. กบน.ปรับขึ้นราคาน้ํามัน ทุกชนิด 0.75 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ 9 ต.ค. ไทยพีบีเอสแจง สตง.ยังไม่แจ้งผลตรวจ ย้ําไม่ใช่คําชี้มูลความผิด
  • webmaster@thaipbs.or.th — เฝ้าระวัง 3 ตําบล อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ระดับน้ํายังสูงเกือบ 2 ม. [한국어/English]
    วันนี้ (8 ต.ค.2569) สถานการณ์น้ําท่วมในพื้นที่ ต.ปากน้ํา อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีบ้านเรือนกว่า 1,500 หลังคาเรือน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วม นานกว่า 10 วัน พื้นที่ที่ได้รับผล กระทบหนัก อยู่ลึกเข้าไปตามชุมชนและซอยต่าง ๆ ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ทําให้บางจุดมีระดับน้ําสูงเกือบ 2 เมตร หลายครอบครัวต้องอพยพออกจากบ้านไปอยู่ศูนย์พักพิง เพราะไม่สามารถพักอาศัยอยู่ภายในบ้านได้ สุดา อยู่ช่วย ชาวตําบลปากน้ํา อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ให้ข้อมูลว่า อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มานานเกือบ 70 ปี แต่ไม่เคยเจอน้ําท่วมรุนแรงในลักษณะนี้มาก่อน ครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุด บ้านเรือน สวนมะม่วงที่ปลูกไว้ และบ่อเลี้ยงกุ้ง ได้รับความเสียหายทั้งหมด ส่วนการจราจรบนถนนสุขาภิบาล 3 และถนนวนะภูติ ระดับน้ํายังเอ่อล้นผิวการจราจรประมาณ 30-40 ซม.รถขนาดใหญ่ยังสามารถสัญจรได้ แต่รถจักรยานยนต์บางคันเครื่องยนต์ดับ จนต้องจูงผ่านน้ํา ขณะที่หน่วยงานราชการ วัด และชุมชน ที่อยู่ริมถนนทั้ง 2 สาย ถูกน้ําเอ่อล้นเข้าท่วม ก่อนที่กระแสน้ําจะไหลลงสู่แม่น้ําบางปะกง นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมนายอําเภอ กรมชลประทาน และสํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ประชุมวางแผนบริหารจัดการน้ํา สําหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ในอําเภอบางคล้า มี 3 ตําบล คือ ต.บางกระเจ็ด ต.หัวไทร และต.ปากน้ํา ซึ่งเป็นพื้นที่รับมวลน้ําจากตอนเหนือ และแม่น้ําบางปะกง เบื้องต้น ระดมรถยกสูงและเรือเข้าให้ความช่วยเหลือ ทั้งการรับส่งประชาชนไปยังศูนย์พักพิง การลําเลียงอาหาร และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและผู้ประสบภัย ส่วนพื้นที่ที่มีน้ําท่วมสูงจนรถไม่สามารถเข้าถึงได้ กองทัพภาคที่ 1 ลําเลียงถุงยังชีพและสิ่งของจําเป็นขึ้นเฮลิคอปเตอร์ เพื่อนําส่งทางอากาศไปยังชุมชน เพราะเส้นทางบกและทางเรือเข้าถึงได้ยาก เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยเร็ว มวลน้ําครั้งนี้ เกิดจากฝนตกหนักสะสมช่วงวันที่ 22-27 ก.ย.69 ในพื้นที่ลุ่มน้ําคลองท่าลาด ทําให้น้ําไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ําคลองสียัด และล้นทางระบายน้ําลงสู่พื้นที่ด้านล่าง ก่อนผ่าน อ.ท่าตะเกียบ อ.สนามชัยเขต อ.พนมสารคาม และ อ.แปลงยาว เข้าสู่พื้นที่ อ.บางคล้า นอกจากนี้ กรมชลประทานฉะเชิงเทรา ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ําบริเวณสะพานคลองท่าลาด 8 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ําลงสู่แม่น้ําบางปะกง โดยจะเดินเครื่องอย่างต่อเนื่อง อ่านข่าว : น้ําท่วมแปดริ้วยืดเยื้อ ชาวสวนหวั่น "มะม่วง" เสี่ยงยืนต้นตาย เตือนฝนเพิ่ม 5-7 ต.ค. บ่ายนี้ "พัทยา" อาจมี "Rain Bomb" ภาคใต้เฝ้าระวังน้ําป่าไหลหลาก กทม.ใช้ "ท่อซิ่ง" เร่งช่วยเคหะร่มเกล้า-ลาดกระบัง ดึงน้ําลงคลองประเวศฯ กู้พื้นที่ด้านตะวันออก ปภ.รายงานน้ําท่วม 31 จังหวัด เร่งระบายน้ํา–พร้อมฟื้นฟูพื้นที่คลี่คลาย
2주요
태국기타최종 63.8
근거 출처 7개 보기
  • 카오솟 (태국어) — เปิดคําสั่ง มท.ย้าย นายอําเภอบ้านสร้าง ไปเป็นนายอําเภอลําสนธิ มีผล 9 ต.ค.นี้ [한국어/English]
    เปิดคําสั่ง มท.ย้าย นายอําเภอบ้านสร้าง ไปเป็นนายอําเภอลําสนธิ มีผล 9 ต.ค.นี้ โยก “นริศ” มาประจําการปราจีนฯ แทน วันที่ 8 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยมีคําสั่งที่ 2681/2569 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอําเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปดํารงตําแหน่ง นายอําเภอลําสนธิ จังหวัดลพบุรี และย้าย นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอําเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ไปดํารงตําแหน่ง นายอําเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ตามบัญชีแนบท้ายคําสั่งย้ายข้าราชการตําแหน่งประเภทอํานวยการ ระดับสูง ระบุให้การย้ายมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และให้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่งในวันเดียวกัน
  • 마티촌 (태국어) — มท.สั่งย้ายนอภ.บ้านสร้าง ไป ลําสนธิ ทั้งที่อ้างบกพร่องหลายอย่าง แต่ยังได้เป็นนายอําเภอ [한국어/English]
    มท.ย้าย ‘เสฏฐวุฒิ’ จากบ้านสร้างไปลําสนธิ ยังนั่งนายอําเภอ [...]
  • 마티촌 (태국어) — นายกฯ แจงเด้งนอภ.บ้านสร้าง ยันไม่ได้กลั่นแกล้ง ชี้อยู่ที่เดิม 5 ปีต้องย้าย ลั่นจบได้แล้ว [한국어/English]
    นายกฯแจง เด้ง นอภ.บ้านสร้าง เหตุเป็นช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิ [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — มท.สั่งย้าย นอภ.บ้านสร้าง ไปเป็น นอภ.ลําสนธิ จ.ลพบุรี มีผล 9 ต.ค. [한국어/English]
    วันนี้ (8 ต.ค.2569) กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่บัญชีโยกย้ายข้าราชการ ตําแหน่งประเภทอํานวยการ ระดับสูง จํานวน 2 คน ตามคําสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 2681/2569 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2569​ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ​เป็นต้นไป โดยให้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามคําสั่ง ในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2569 ทั้งนี้ ให้นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอําเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ไปดํารงตําแหน่งนายอําเภอลําสนธิ จ.ลพบุรี และให้ นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอําเภอโคกสูง จ.สระแก้ว ไปดํารงตําแหน่งนายอําเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี อ่านข่าว : นายกฯเดือดซัดนอภ.บ้านสร้าง ก่อนโดน ”บูมเบอแรง” ย้อนกลับ "นอภ.บ้านสร้าง" เหรียญสองด้านคนทํางาน ชาวบ้านถูกใจ-เจ้านายไม่ชอบ "นฤชา" แจงย้าย "นายอําเภอบ้านสร้าง" ชี้เลือกคนพร้อมทํางาน ช่วย ปชช.ช่วงวิกฤต อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี เปิดใจ ปมย้าย "นอภ.บ้านสร้าง" ออกนอกพื้นที่ ชาวบ้านให้กําลังใจ "นอภ.บ้านสร้าง" หลังถูกคําสั่งย้าย นอภ.บ้านสร้าง น้อมรับคําสั่งย้าย ยันทําเต็มที่ปมน้ําท่วม น้ําท่วม อ.บ้านสร้าง ปราจีนฯ ยังน่าห่วง รพ.อภัยภูเบศรย้ายผู้ป่วย 100% "อนุทิน" ซัดนายอําเภอบ้านสร้าง ไม่ช่วยน้ําท่วม น่าอับอายไม่ตั้งใจทํางาน อธิบดีกรมการปกครอง สั่งย้าย "นายอําเภอบ้านสร้าง" จ.ปราจีนบุรี มีผลวันนี้
  • 카오솟 (태국어) — นายกฯ แจงเด้งนอภ.บ้านสร้าง ยันไม่ได้กลั่นแกล้ง ชี้อยู่ที่เดิม5ปีต้องย้าย ลั่นจบได้แล้ว [한국어/English]
    นายกฯ แจงเด้งนอภ.บ้านสร้าง เหตุเป็นช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน ชี้อยู่ที่เดิม 5 ปี ต้องย้ายอยู่แล้ว วอนจบได้แล้ว ลั่นไม่มีกลั่นแกล้ง -ไม่มีการเมือง เมินอดีตปลัดมท.ออกโรงป้อง เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 8 ต.ค.2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีดราม่าในโลกโซเชียล ถึงคําสั่งกรมการปกครอง ให้ย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอําเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยนายกฯชี้ไปที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ยืนอยู่ด้านหลังวงสัมภาษณ์ และกล่าวว่า “ไปถามคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง เดี๋ยวๆๆ นายกฯไม่ได้สั่งย้าย คนที่ย้ายคือ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทย” นายกฯ กล่าวว่า เช้าวันนี้มีการประชุม ขณะนี้ในจังหวัดที่ประสบภัยน้ําท่วม จังหวัดไหนที่ประกาศให้เป็นจังหวัดประสบภัย จังหวัดนั้นจะต้องมีผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ตามกฎหมาย เหมือนกฎหมายในกรณีที่มีสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีกฎอัยการศึก ทหารที่กํากับดูแลพื้นที่จะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ในกรณีประสบภัยผวจ.จะทําหน้าที่ผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ ฉะนั้น อํานาจสูงสุดอยู่ที่ผวจ. [...]
3주요
태국기타최종 63.2
근거 출처 7개 보기
  • 카오솟 (태국어) — หนุ่ม 17 ปี ยืมมอ’ไซค์เพื่อนไปทําธุระ รถเกิดแหกโค้งลงคลองจมน้ําเสียชีวิต [한국어/English]
    หนุ่ม 17 ปี ยืมมอ’ไซค์เพื่อนไปทําธุระ รถเกิดแหกโค้งลงคลองจมน้ําเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตามเจอแต่รถ ประสานทีมประดาน้ําช่วยหาจนพบร่าง 8 ต.ค. 69 – นายสหภพ กรินสูงเนิน นายก อบต.ตะขบ จ.นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่นําอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ออกปฏิบัติการร่วมค้นหาผู้ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ตกลงในคลองส่งน้ํา บริเวณระหว่างบ้านหนองรังกาและบ้านตะขบ ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย ก่อนเกิดเหตุ นายอารักษ์ อายุ 17 ปี ได้ยืมรถเพื่อนออกไปทําธุระเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 7 ต.ค. จากนั้นหายไปไม่สามารถติดต่อได้ ต่อมาเวลา 09.00 น. ญาติและกู้ภัย ออกติดตามหากระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ บริเวณถนนเลียบคลองถนนคู่ขนาน หมู่ 1 ต.ตะขบ โดยถนนมีลักษณะเป็นทางโค้ง และมีร่องรอยครูดบนพื้นถนนและร่องรอยการเบรกรถ จากนั้นจึงได้มีพลเมืองดีลงไปดู ปรากฏว่ามีรถจักรยานยนต์จมอยู่ในคลอง แต่ไม่พบตัว นายอารักษ์ เจ้าหน้าที่เทศบาลตําบลตะขบ จึงประสานงาน หน่วยกู้ภัยฮุก 31 โคราช และเจ้าหน้าที่ตํารวจ [...]
  • 카오솟 (태국어) — สลดนักเรียน 17 ขี่จยย.เบียดรถแม่บ้านเสียหลักพุ่งชนท้ายรถพ่วงเสียชีวิตคาชุดรด. เพื่อน-แม่บ้านสาหัส [한국어/English]
    อุบัติเหตุเศร้า นักศึกษาวิชาทหารวัย 17 ขี่รถจักรยานยนต์เบียดรถจักรยานยนต์แม่บ้านบนถนน เสียหลักพุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วงเสียชีวิต เพื่อน-แม่บ้านสาหัส วันที่ 8 ต.ค.2569 ร.ต.อ.หญิงนีรนุช บุตตะเขียว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณจุดกลับรถถนนทหาร ใกล้สี่แยกบายพาสบ้านจั่น ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงประสานแพทย์นิติเวชรพ.อุดรธานี แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิต เป็นนักเรียนวิทยาลัยเทคนิค อายุ 17 ปี สวมชุดนักศึกษาวิชาทหาร มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ ห่างออกไปมีรถจักรยานยนต์ล้มคว่ําสภาพด้านขวาพังเสียหาย มีหมวกกันน็อกตกอยู่ 2 ใบ ส่วนคู่กรณีเป็นรถบรรทุกพ่วง ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นเพื่อนนักเรียน อายุ 18 ปีบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งนําตัวส่งโรงพยาบาล นอกจากนั้นยังมีรถจักรยานยนต์อีกคันล้มอยู่ ผู้ขับขี่เป็นหญิง อายุ 64 ปีได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่นําส่งรพ.ไปก่อนหน้านี้ นายดลฤทธิ์ อายุ 27 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง ระบุ กําลังขับรถกลับเข้าบริษัท ไม่รู้ว่ารถจักรยานยนต์มาจากทิศทางใดได้ยินแค่เสียงดังมาจากท้ายรถ จึงหยุดรถลงมาดูถึงรู้ว่าเกิดอุบัติเหตุมีรถจักรยานยนต์มาชนท้าย [...]
  • 카오솟 (태국어) — เจ้าของสวนทุเรียน เมืองจันทบุรี เร่งซ่อมมอเตอร์ระบบน้ําในสวน จมเสียชีวิต [한국어/English]
    เจ้าของสวนทุเรียน เมืองจันทบุรี เร่งซ่อมมอเตอร์ระบบสูบน้ําในสวน หลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย ฟื้นฟูพื้นที่เกษตร แต่กลับจมน้ําเสียชีวิต จนท.ส่งชันสูตรจากตกน้ํา หรือไฟชอร์ต วันที่ 8 ต.ค.2569 พ.ต.ท.วีรพล สิทธิพันธ์ สว.(สอบสวน) สภ.มะขาม ได้รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ําเสียชีวิตภายในคลองวังกุ่ม ซอยบ้านฉมัน พื้นที่หมู่ 5 ต.ปัถวี อ.มะขาม จ.จันทบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกําลังตํารวจ และอาสากู้ภัยสว่างกตัญญู จันทบุรี รุดเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณคลองตัดผ่านสวนทุเรียน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย สภาพลอยคว่ําหน้านน้ํา สวมเสื้อยืดแขนยาว กางเกงขายาวสีดํา ใกล้กันพบหมวกปีก ลอยอยู่ข้างศพ ตรวจสอบบนพื้นดินริมคลอง ซึ่งเป็นจุดติดตั้งมอเตอร์ พบร่องรอยการต่อสายไฟไว้โดยใช้ผ้าเทปพันสายไฟ และพบว่าคัทเอ้าท์มีการสับตัดกระแสไฟฟ้าลงมา แต่ยังลงไม่สุดล็อก นอกจากนี้ริมคลองยังพบอุปกรณ์ ทั้งท่อส่งน้ํา, ฟุตวาล์วดูดน้ํา, มีดขอ และรองเท้าแตะของผู้ตายถอดวางทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพถ่ายไว้เป็นหลักฐาน จากการสอบสวน ลูกน้องที่มาช่วยงาน อายุ 14 ปี ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายเพทาย อายุ 66 [...]
  • 카오솟 (태국어) — จับแล้ว 2 ผู้ต้องหา แก๊งแอปฯเงินกู้เถื่อน ต้นเหตุ แม่เลี้ยงเดี่ยว-ลูก เสียชีวิตสลด 3 ราย [한국어/English]
    จับแล้ว 2 ผู้ต้องหา แก๊งแอปฯเงินกู้เถื่อน ต้นเหตุ แม่เลี้ยงเดี่ยว-ลูก เสียชีวิตสลด 3 ราย พบผู้เสียชีวิต ตกเป็นเหยื่อของเพจเฟซบุ๊กปลอม เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 8 ต.ค.69 ที่สภ.เมืองปทุมธานี พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองจเรตํารวจ ฐานะโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.หฤษฎ์ คําจุมพล ผกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.ณัฏฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วิศรุตม์ จันทร์สุวรรณ กก.1 บก.สอท.2 พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี พร้อมตํารวจบช.สอท. ตํารวจภูธรภาค 1 ตํารวจสืบสวนจังหวัดปทุมธานี และชุดสืบสวน สภ.เมืองปทุมธานี แถลงข่าวจับกุมตัวผู้ต้องหา [...]
  • 카오솟 (태국어) — คนงานเช็คระบบเครนก่อสร้าง พลัดตกม้วนสลิง ขณะกําลังทํางาน ถูกรัดเสียชีวิตคาที่ [한국어/English]
    คนงานเช็คระบบเครนก่อสร้าง ลื่นพลัดตกลงไปในม้วนสลิง ขณะเครื่องจักรกําลังทํางาน ถูกรัดเสียชีวิตคาที่ เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 8 ตุลาคม พ.ต.ท.อนุชิต เอี่ยมชูชาติ สว.(สอบสวน )สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุคนงานก่อสร้างพลัดตกจากทาวเวอร์เครนถูกสายสลิงรัดเสียชีวิต ภายไซส์งานก่อสร้าง รพ.แห่งหนึ่ง ซอยแจ้งวัฒนะ 10 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและอาสามูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ก่อสร้างอาคารสูง 9 ชั้น เนื้อที่ 10 ไร่ บริเวณชั้นดาดฟ้า ซึ่งเป็นจุดที่มีเครนก่อสร้างกําลังทํางานอยู่ พบร่างของนายวาสนันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่ตรวจเช็คความเรียบร้อยของระบบงาน ถูกรัดอยู่กับ ม้วนสลิงขนาดใหญ่ ช่วงเอวขาดสองท่อนเสียชีวิตคาที่ จากการสอบสวน ทราบว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงครบกําหนดการตรวจเช็กระบบงานเครน และสลิง นายวาสนันท์จึงได้เดินขึ้นไปตรวจเช็กความเรียบร้อย ของเครนและสายสลิงตามปกติ แต่ขณะที่ผู้ตายเดินตรวจงานอยู่นั้น เกิดพลาดลื่นล้ม จนร่างเข้าไปในจุดที่ม้วนสายสลิงกําลังทํางาน ทําให้สายสลิงขนาดใหญ่ดึงร่างของผู้ตายเข้าไปพันสลิงเข้าอย่างจัง และถูกรัดจนเสียชีวิต เบื้องต้นพนักงานสอบสวน จึงรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคําผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้อย่างละเอียดต่อไป
4주요
태국기타최종 63.2
근거 출처 7개 보기
  • 마티촌 (태국어) — เช็กสิทธิเงินน้ําท่วม 2569 ‘ครม.-กทม.’ ต่างกันอย่างไร เปิดอัตราช่วยเหลือ-ช่องทางยื่นเรื่อง [한국어/English]
    เช็กสิทธิเงินน้ําท่วม 2569 ‘ครม.-กทม.’ ต่างกันอย่างไร เป [...]
  • 카오솟 (태국어) — “บิ๊กไก่” นําทีม อผศ. ลุยอยุธยา เยี่ยมทหารผ่านศึกบางไทร ฝ่าน้ําท่วม มอบถุงยังชีพ เงินช่วยเหลือ [한국어/English]
    “บิ๊กไก่” นําทีม อผศ. ลุยอยุธยา เยี่ยมทหารผ่านศึกบางไทร ฝ่าน้ําท่วม มอบถุงยังชีพ เงินช่วยเหลือทหารผ่านศึกพิการ 69 ราย ที่อาคารชมพูสิริน นิคมเกษตรกรรมทหารผ่านศึกพิการบางไทร อําเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยาพล.อ.กานต์นาท นิกรยานนท์ ผู้อํานวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พร้อมด้วยคุณจิตตานันท์ นิกรยานนท์ นายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบปะเยี่ยมเยียนทหารผ่านศึกและครอบครัวทหารผ่านศึก พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและเงินเยี่ยมเยียนแก่สมาชิกนิคมเกษตรกรรมทหารผ่านศึกพิการบางไทร จํานวน 69 นาย ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย โอกาสนี้ ผู้อํานวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกกล่าวแสดงความห่วงใยต่อทหารผ่านศึกและครอบครัว พร้อมเชิดชูเกียรติและศักดิ์ศรีของทหารผ่านศึกผู้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องเอกราชและความมั่นคงของประเทศชาติ โดยยืนยันว่าองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจะดูแลสิทธิและสวัสดิการของทหารผ่านศึกอย่างเต็มกําลัง ครบทั้ง 6 ด้าน เพื่อให้ทหารผ่านศึกและครอบครัวได้รับการดูแลและมีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมกันนี้ คณะยังได้ตรวจความพร้อมในการป้องกันและรับมือสถานการณ์อุทกภัยของนิคมฯ บางไทร เพื่อประเมินผลกระทบและเตรียมมาตรการช่วยเหลือให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ ด้านร้อยตรี เสงี่ยม นันทจันทร์ ทหารผ่านศึกนอกประจําการ บัตรชั้นที่ 1 ในฐานะตัวแทนสมาชิกนิคมฯ บางไทร กล่าวแสดงความยินดีและซาบซึ้งที่ผู้อํานวยการองค์การฯ และคณะเดินทางมาเยี่ยมเยียน พร้อมนําเครื่องอุปโภคบริโภคและเงินช่วยเหลือมามอบให้แก่สมาชิก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยระบุว่าการมาเยี่ยมเยียนครั้งนี้ไม่เพียงช่วยเหลือด้านความเป็นอยู่ แต่ยังเป็นกําลังใจสําคัญทางด้านจิตใจ สะท้อนถึงความห่วงใยและความใส่ใจขององค์การฯ [...]
  • 카오솟 (태국어) — ผู้ว่าฯปทุมธานี ลุยหมู่บ้านรินทร์ทอง หลังน้ําท่วมขังกว่า 10 วัน จนเริ่มเหม็น [한국어/English]
    ผู้ว่าฯปทุมธานี ลุยหมู่บ้านรินทร์ทอง หลังน้ําท่วมขังกว่า 10 วันจนเริ่มมีกลิ่นเหม็น ขอให้ชาวบ้านอดทนอีกระยะ กําลังเร่งสูบน้ําอยู่ 8 ต.ค. 69 – น.ส.ธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าฯปทุมธานี พร้อม ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล โชคนําชัย ปลัดจังหวัดปทุมธานี นายนพดล ลัดดาแย้ม ตัวแทนหอการค้าและกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ําท่วมภายในหมู่บ้านรินทร์ทอง ต.คูคต อ.ลําลูกกา พร้อมนําถุงยังชีพ ยาสามัญประจําบ้าน ยาป้องกันโรคน้ํากัดเท้า มอบให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมขังนานกว่า 10 วัน สําหรับการระบายน้ําหมู่บ้านรินทร์ทอง จําเป็นต้องสูบออกทางคลองสอง ก่อนระบายต่อไปยังคลองหกวา แต่ขณะนี้ระดับน้ําในคลองสองยังคงสูง ส่งผลให้การระบายน้ําเป็นไปอย่างล่าช้า เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตั้งและเดินเครื่องสูบน้ําเพื่อระบายน้ําออกจากพื้นที่ โดยวันนี้ระดับน้ําในหมู่บ้านลดลง 10 เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม บริเวณด้านหน้าและด้านท้ายหมู่บ้านยังคงมีน้ําท่วมขัง และน้ําเริ่มมีสีดําคล้ํา ส่งกลิ่นเหม็นแล้ว น.ส.ธนียา เปิดเผยว่า ขณะนี้จังหวัดเร่งดําเนินการระบายน้ําในพื้นที่ลําลูกกา ด้วยการสูบน้ําลงคลองรังสิต พร้อมเพิ่มเครื่องไฮโดรโฟเพื่อช่วยผลักดันน้ําจากคลองรังสิตออกสู่แม่น้ําเจ้าพระยา จํานวน 4 เครื่อง ซึ่งเบื้องต้นพบว่าสามารถช่วยลดระดับน้ําในหลายพื้นที่ได้ [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — กกต.แจงหลักเกณฑ์ "นายกฯ-นักการเมือง" ควักเงินแจกช่วยน้ําท่วมได้ไม่เกิน 3 แสน [한국어/English]
    วันนี้ (8 ต.ค.2569) สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงหลักเกณฑ์การให้เงินหรือสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย ของพรรคการเมืองและผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง โดยระบุว่า กกต.ขอประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติของพรรคการเมือง ผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ดังนี้ 1. พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 65 กําหนดว่า เมื่อพ้นเวลาในการคํานวณค่าใช้จ่าย ของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองสําหรับการเลือกตั้งแต่ละครั้งแล้ว พรรคการเมือง ผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมือง และสมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งเป็น สส. หรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองผู้ใด ให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณเป็นเงินได้แก่บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ให้ถือว่าเป็นการใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยให้นําไปรวมคํานวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของพรรคการเมืองนั้น ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป การกระทําตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทําของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกระทําภายในเขตเลือกตั้งของตน ให้ถือว่าเป็นการใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยให้นําไปรวมคํานวณเป็นค่าใช้จ่ายของผู้นั้นในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมิให้ใช้บังคับแก่การให้ตามปกติประเพณี หรือเมื่อมีเหตุอันสมควร ทั้งนี้ ตามจํานวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด 2. กรณี “การให้เมื่อมีเหตุอันสมควร” ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยจํานวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของการให้ตามประเพณีหรือเมื่อมีเหตุอันสมควร และการยื่นคัดค้านเกี่ยวกับการบันทึกค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หมายถึง การให้ หรือการช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ธรณีพิบัติภัย ตลอดจนภัยอื่น ๆ อันมีมาเป็นสาธารณะ ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติหรือมีบุคคลหรือสัตว์ทําให้เกิดขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายของประชาชน หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ “ผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมือง” หมายความว่า ผู้ดํารงตําแหน่งในคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง คณะกรรมการสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมืองประจําจังหวัด และให้หมายความรวมถึงผู้ดํารงตําแหน่งอื่นใดที่กําหนดไว้ในข้อบังคับพรรคการเมือง “ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง” หมายความว่า นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึงข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง ทั้งนี้ การให้สิ่งของหรือเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยของพรรคการเมือง ผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง สามารถดําเนินการได้ แต่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดังนี้ 1. การให้ในแต่ละโอกาสตามปกติประเพณี พรรคการเมือง ของผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมืองซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท 2. การให้ในแต่ละโอกาสเมื่อมีเหตุอันสมควรแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ของพรรคการเมือง มูลค่าไม่เกิน 3,000,000 บาท 3. การให้ในแต่ละโอกาสเมื่อมีเหตุอันสมควรแก่ประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ของผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมืองซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง มูลค่าไม่เกิน 300,000 บาท การให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณเป็นเงินได้เกินกว่าจํานวนที่กําหนดไว้ ให้นําราคาหรือมูลค่าของเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณเป็นเงินได้ดังกล่าว เฉพาะส่วนที่เกินกว่าจํานวนที่กําหนด ไปรวมคํานวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือของพรรคการเมือง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป หากไม่ดําเนินการดังกล่าวจะต้องระวางโทษ ตามมาตรา 154 และมาตรา 155 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 3. กรณีนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็น “ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง” ตามระเบียบดังกล่าว หากให้เงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และมูลค่าในการให้แต่ละโอกาสไม่เกิน 300,000 บาท ถือเป็นการให้เมื่อมีเหตุอันสมควรตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด แต่หากให้เกินวงเงินดังกล่าว เฉพาะส่วนที่เกินจะต้องนําไปรวมคํานวณเป็นค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป อ่านข่าว : เฝ้าระวัง 3 ตําบล อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ระดับน้ํายังสูงเกือบ 2 ม. กรมอุตุฯ ประกาศ ฉ.4 ไทยอากาศแปรปรวน ฝนตกหนักถึงหนักมาก 9-13 ต.ค. "พิชิต-วิน-ทศพร" ผู้ต้องหาทุจริตสอบฯ พ้นเรือนจํา เหตุ ป.ป.ช.ส่งฟ้องไม่ทัน
  • 마티촌 (태국어) — กกต.เปิดทาง นายกฯ-นักการเมือง แจกเงินช่วยน้ําท่วมได้ ไม่เกินครั้งละ 3 แสน พรรคให้ได้สูงสุด 3 ล้าน [한국어/English]
    กกต.เปิดทาง ‘นายกฯ-นักการเมือง’ ควักกระเป๋า [...]
5참고
태국기타최종 63.2
근거 출처 6개 보기
6참고
태국기타최종 63.2
근거 출처 4개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ปตท.-บางจาก ปรับขึ้นราคาน้ํามันทุกชนิด 0.75 สตางค์ต่อลิตร ดีเซลจ่อ 43 บาท [한국어/English]
    ปตท.-บางจาก ปรับขึ้นราคาน้ํามันทุกชนิด 0.75 สตางค์ต่อลิต [...]
  • 카오솟 (태국어) — ด่วน! ‘กบน.’ มีมติปรับขึ้นราคาน้ํามันทุกชนิด ลิตรละ 75 สต.ยกเว้น 3 ตัว [한국어/English]
    คณะกรรมการกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง (กบน.) แจ้งผลการประชุมวันที่ 8 ต.ค.2569 โดยที่ประชุมมีมติ ปรับขึ้นราคาน้ํามันทุกชนิด ลิตรละ 75 สต.ยกเว้น B20 E20 และ E85 วันที่ 8 ต.ค.2569 รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง (กบน.) ขอแจ้งผลการประชุมวันที่ 8 ต.ค.2569 โดยที่ประชุมมีมติปรับขึ้นราคาน้ํามันทุกชนิด 0.75 บาทต่อลิตร ยกเว้น B20 E20 และ E85 ราคาคงเดิม มีผล 9 ต.ค.69 ดังนั้นจะส่งผลให้ราคาน้ํามัน เบนซิน ราคา 45.83 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 36.84 บาทต่อลิตร E20 ราคา 31.84 บาทต่อลิตร E85 ราคา 27.78 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา [...]
  • 마티촌 (태국어) — มติกบน. ปรับขึ้นราคาน้ํามันทุกชนิด อีกลิตรละ 75 สตางค์ มีผลพรุ่งนี้ [한국어/English]
    มติกบน. ปรับขึ้นราคาน้ํามันทุกชนิด อีกลิตรละ 75 สตางค์ ม [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — กบน.ปรับขึ้นราคาน้ํามัน ทุกชนิด 0.75 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ 9 ต.ค. [한국어/English]
    วันนี้ (8 ต.ค.2569) คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับขึ้นราคาน้ํามันทุกชนิด 0.75 บาทต่อลิตร ยกเว้น B20 E20 E85 ราคาคงเดิม ปัจจัยหลักที่ทําให้ราคาน้ํามันปรับตัวสูงขึ้น มาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งสูง จากการโจมตีเรือในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ดันค่าขนส่งขึ้นทันที ประกอบกับจีนระงับการส่งออกน้ํามันสําเร็จรูป จนสต็อกสิงคโปร์ร่วงต่ําสุดในรอบ 5 ปี ซ้ําด้วยสต็อกน้ํามันดิบสหรัฐอเมริกา ที่ลดลงถึง 3.2 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ดันราคาน้ํามันโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ภาพรวมราคาน้ํามันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทําให้ราคาน้ํามันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้น ในวันนี้พุ่งสูงกว่า 177 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ํามันเบนซิน พุ่งสูงขึ้นเกือบ 156 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล อีกทั้งยังได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ที่ต้องแบกรับภาระชดเชย สูงถึงประมาณวันละ 363 ล้านบาท จึงมีความจําเป็นในการปรับอัตราเงินกองทุนน้ํามันฯ เพื่อรองรับความผันผวน ด้านราคาน้ํามันเชื้อเพลิงในตลาดโลกได้ ทั้งนี้ ในกลุ่มน้ํามันดีเซล เพิ่มการชดเชยน้ํามันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา บี7 เพิ่มการชดเชย 0.82 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.82 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 42.94 บาทต่อลิตร น้ํามันดีเซลหมุนเร็ว บี20 เพิ่มการชดเชย 1.32 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 7.57 บาทต่อลิตร และราคาขายปลีกคงเดิม 37.19 บาทต่อลิตร ส่วนน้ํามันดีเซลพรีเมี่ยม จัดเก็บ 1.50 บาทต่อลิตร สําหรับกลุ่มน้ํามันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ น้ํามันเบนซินเพิ่มการจัดเก็บ 0.16 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 1.88 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 50.43 บาทต่อลิตร น้ํามันแก๊สโซฮอล์ 95 ลดการชดเชย 0.21 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 4.63 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 41.44 บาทต่อลิตร น้ํามันแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มการชดเชย 0.21 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 4.63 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 41.07 บาทต่อลิตร น้ํามันแก๊สโซฮอล์ E20 เพิ่มการชดเชย 0.44 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 8.29 บาทต่อลิตร และราคาขายปลีกคงเดิม 35.69 บาทต่อลิตร และน้ํามันแก๊สโซฮอล์ E85 เพิ่มการชดเชย 0.14 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.66 บาทต่อลิตร และราคาขายปลีกคงเดิม 31.63 บาทต่อลิตร โดยอัตราเงินกองทุนน้ํามันใหม่นี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค.2569 ในช่วงความมั่นคงทางพลังงานของประเทศมีความผันผวน กบน. ยังคงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ใช้เท่าที่จําเป็นและประหยัดที่สุด ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของท่าน ยังเป็นการช่วยลดภาระของประเทศ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กองทุนน้ํามันฯ มีความแข็งแกร่งพอที่จะกลับมาดูแลประชาชนทุกคนได้อย่างยั่งยืนต่อไป อ่านข่าว : 35 ปี เวที IMF–World Bank ไทยเปลี่ยนโจทย์ “ดึงเงินทุน” สู่ “เทคโนโลยี” ใช้จ่ายครัวเรือนพุ่งกว่า 2 หมื่น/เดือน สนค.ชี้น้ํามัน–เดินทางดันค่าครองชีพ ดาวเทียมพบตะกอนหนาแน่นบริเวณปากแม่น้ํา 3 แห่ง "แพลงก์ตอนบลูม" ชายฝั่ง 4 จังหวัด
7참고
태국기타최종 63.2
근거 출처 5개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ใหม่ ดาวิกา ดีใจห่าง 3 วันสามีตามกลับบ้าน ไม่กดดันคนจับตาลุคออกงาน แต่งเพื่อตัวเอง [한국어/English]
    ใหม่ ดาวิกา ดีใจห่าง 3 วันสามีตามกลับบ้าน ไม่กดดันคนจับ [...]
  • 마티촌 (태국어) — ภคมน สวนเอกภพ เพ้อเจ้อ ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกตามกลไก ลั่นถ้าได้รบ.ไม่ตรงปก ให้สคบ.ตรวจได้ไหม [한국어/English]
    ภคมน สวน ‘เอกภพ’ เพ้อเจ้อ ฝ่ายค้านยื่นซักฟอ [...]
  • 마티촌 (태국어) — นายกฯไม่หวั่น ฝ่ายค้านซักฟอก 18 รมต.ภูมิใจไทย ย้อนถ้าไร้ชื่อคนภท.ถึงแปลก สั่งทุกกระทรวงพร้อมแจง [한국어/English]
    ‘นายกฯ’ ไม่หวั่น ฝ่ายค้านซักฟอก 18 รมต. ย้อ [...]
  • 카오솟 (태국어) — อนุทิน ไม่หวั่นฝ่ายค้านซักฟอก 18 รมต. ย้อน “ไม่มีชื่อ รมต.ภูมิใจไทยสิแปลก” [한국어/English]
    อนุทิน ไม่หวั่นฝ่ายค้านซักฟอก 18 รมต. ย้อน “ไม่มีชื่อ รมต.ภูมิใจไทยสิแปลก” ลั่นเปิดเวทีตีปี๊บผลงานรัฐบาล เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 8 ต.ค.2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ที่มีรายชื่อรัฐมนตรีรวม 18 คนว่า ตนเพิ่งกลับจากต่างประเทศก็เห็นรายชื่ออยู่ ไม่มีปัญหาคณะรัฐมนตรีทุกคน มีความพร้อมที่จะตอบและชี้แจงข้อสงสัย ให้ประชาชนได้รับทราบ ผู้สื่อข่าวถามว่า สงสัยหรือไม่ว่าทําไมมีแต่ชื่อรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย นายกฯ กล่าวว่า ถ้าไม่มีถึงจะแปลก ทุกคนมีความพร้อมอยู่แล้ว เราประชุมคณะรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทุกสัปดาห์ ฉะนั้นเราก็ทราบความเป็นไป และได้มีการย้ําให้รัฐมนตรีทุกท่านที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เตรียมความพร้อมในการชี้แจง หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีที่ไม่ได้ถูกอภิปราย ถ้ามีการพาดพิงมาถึง หรือนายกฯ มีข้อสั่งการชี้แจงแทนในส่วนงานของเขา ก็จะต้องมีความพร้อม “การที่มีชื่อนายกฯ อยู่ด้วย เปรียบเหมือนอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งคณะ เพราะนายกฯ สั่งการทุกกระทรวง ฉะนั้นรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงทุกกระทรวง ต้องพร้อมที่จะออกมาชี้แจงและตอบข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี” เมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจสามารถชี้แจงข้อสงสัยของฝ่ายค้านได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก 18 รมต.ค่ายสีน้ําเงิน [한국어/English]
    วันนี้ (8 ต.ค.2569) พรรคการเมืองฝ่ายค้าน นําโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และ สส. พรรคการเมืองฝ่ายค้าน จํานวน 5 พรรค ยกเว้นพรรคกล้าธรรม ลงชื่อ 145 คน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล 18 คน ในข้อกล่าวหาซึ่งเอกสารมีความยาว 7 หน้ากระดาษ ประกอบไปด้วย 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 2.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 3.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี 4.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 5.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 6.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี 7.พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 8.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 9.นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 10.นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 11.พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 12.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 13.นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐนตรี 14.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 15.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี 16.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 17.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 18.นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ข้อกล่าวหาตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน ทํางานร่วมกัน รวบรวมเป็นกรอบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งฝ่ายค้านต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อระบอบสีน้ําเงิน กําลังกินรวบประเทศนี้อยู่ พวกเรามองว่าระบอบสีน้ําเงิน เป็นศัตรูและเป็นอาชญากรรม ต่อระบอบประชาธิปไตย อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน และกําลังกินรวบประเทศนี้อยู่ ไม่ใช่แค่อํานาจในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียวเท่านั้น แต่อาจรวมถึงสมาชิกวุฒิสภา หรือกลไกการถ่วงดุลตรวจสอบ อย่างเช่นองค์กรอิสระ ดังนั้นเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโกง สว., ทุจริตสอบท้องถิ่น, ปัญหาวิกฤตประชาชน การบริหารจัดการน้ําท่วม ล้วนอยู่ในกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจเหล่านี้ทั้งสิ้น เมื่อถามว่า เนื้อหาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เช่น เรื่องการฮั้ว สว. อาจไม่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรี หากประธานวินิจฉัยว่า ไม่สามารถนํามาอภิปรายได้ จะดําเนินการอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้ประธานสภา คงเส้นคงวากับคําพูดของตนเอง ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นประเด็น ส่วนหลักเกณฑ์ในการอภิปรายรัฐมนตรีอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า โดยหลักคือมองเรื่องหลักฐานและใบเสร็จที่เห็นชัด ครั้งนี้การอภิปราย เราอภิปรายต่อระบอบสีน้ําเงินเป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับประชาธิปไตย หลักเกณฑ์ทั้งหมด จึงเชื่อมั่นต่อพยานหลักฐานที่มี เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหานั้นเพียงพอต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการเอาผิดแล้วหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ถือว่าเป็นการทําหน้าที่ของฝ่ายถ่วงดุลตรวจสอบ ซึ่งพยานหลักฐานทั้งหมดหลังการอภิปราย เราจะดําเนินการทุกอย่าง เพื่อใช้เอาผิดกับรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ส่วนผลที่จะเกิดขึ้นในการลงมติ ต้องเรียกร้องไปยังเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ต้องอย่าลืมว่า สส.ทําหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เมื่อดูพยานหลักฐานที่พวกเราเปิดเป็นรายบุคคล อยากให้เราทําหน้าที่ในการลงมติอย่างตรงไปตรงมา ส่วนจะมีการสื่อสารไปยังพรรคกล้าธรรม เนื่องจากสถานะยังก้ํากึ่งและยังเป็นฝ่ายค้านอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในทางปฏิบัติ หลายคนพอจะเห็นและเข้าใจ ว่าสาเหตุใดที่ญัตตินี้ไม่มีพรรคกล้าธรรมร่วมลงชื่อด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคกล้าธรรม ต้องชี้แจงด้วยตนเอง ซึ่งพรรคฝ่ายค้านที่ร่วมลงชื่อในญัตตินี้มีทั้งหมด 145 คน เมื่อถามว่า จะมุ่งเป้าการอภิปรายที่เรื่องฮั้ว สว.เป็นหลักใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูทั้ง 18 รายชื่อ ว่า มีรายบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในสํานวนของคดีโกง สว.ดังนั้นจึงไม่ได้พุ่งเป้าไปที่เรื่องฮั้ว สว.อย่างเดียว อะไรที่เป็นวิกฤตของประชาชน และอะไรที่ขั้วตรงข้ามต่อประชาธิปไตย การใช้อํานาจในทางมิชอบต่าง ๆ ล้วนอยู่ในเนื้อหาที่จะอภิปรายทั้งสิ้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การทํางานในสภาคือการตีแผ่ความจริง แม้ตั้งความหวังได้ไม่เท่าไหร่ แต่เป็นสิ่งที่พวกเราต้องเรียกร้องในการใช้อํานาจนิติบัญญัติ ไม่ว่าจะจะเป็นฝ่ายค้านหรือสภา เห็นข้อมูลและข้อเท็จจริงทั้ง 18 รายชื่อนี้ ที่ฝ่ายค้านในชั้นที่ตรวจสอบ อยากให้รอดูวิธีการลงมติว่า เป็นการอภิปรายจริง ว่า สส.แต่ละพรรคลงมติอย่างไร เราเตรียมกรอบญัตตินี้มา ตามเนื้อหาข้อเท็จจริงเป็นหลัก ซึ่งอย่างแรกต้องมีหลักฐานที่มีน้ําหนัก และเปิดโอกาสให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอ ดังนั้นทั้ง 18 รายชื่อนี้ ยืนยัน ผ่านทั้ง 2 หลักเกณฑ์นี้ อันนั้นการยื่นญัตติในครั้งนี้ จึงเป็นไปตามกระบวนการทั้งหมด ส่วนการอภิปรายที่จะมีถึง 18 คนจะไม่หลุดโฟกัสหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าดูที่ตัวเนื้อหาเป็นหลัก ถ้ามีการกระทําผิดโดยใช้อํานาจมิชอบจริง ก็ต้องมีการตรวจสอบทุกคน ไม่ว่าจะมีกี่คนก็ตาม ด้าน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ถือว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ถือเป็นมาตรการสําคัญสูงสุด ในการตรวจสอบการทําหน้าที่ของรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นรายชื่อรัฐมนตรีที่จะอภิปราย กับคณะทํางานของฝ่ายค้าน แม้จะไม่มีจํานวนญัตติครบทั้ง 18 คน แต่มีอยู่จํานวนหนึ่งที่ยื่นพบชุดข้อมูล ที่ชี้ให้เห็นชัดถึงพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรี ที่ผิดพลาดบกพร่อง ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพวก สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ ทุกคนพรรคประชาธิปัตย์ จะอภิปรายสามารถยืนยันได้ด้วยชุดข้อมูล ที่มีการตรวจสอบว่าพบความเสียหายจริง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 5 วันในการอภิปราย จึงฝากไปถึงรัฐบาล ว่า 18 คน ถือว่าเยอะมากที่สุดครั้งหนึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หวังว่าจะได้รับการตอบรับจากประธานสภา จากนั้น นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า กรอบเวลาการบรรจุญัตติตามกฎหมายมีเวลา 14 วัน เบื้องต้นพูดคุยกับผู้นําฝ่ายค้าน ต้องการที่จะอภิปรายในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ และยืนยันว่า ขั้นตอนการตรวจสอบญัตติจะดําเนินการโดยเร็วที่สุด ก่อนจะเสนอให้ครม.กําหนดวัน เพื่อบรรจุวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ส่วนการพิจารณาเนื้อหาในญัตติเกี่ยวกับอภิปรายประเด็นโยงคดีฮั้ว สว.หากเรื่องใดผูกพันกับรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ก็สามารถที่จะพูดได้ ซึ่งการอภิปรายต้องอยู่ในตําแหน่งหน้าที่ของผู้อภิปรายสามารถพูดได้ ผู้ที่ทําหน้าที่ประธาน สิ่งที่สําคัญที่สุดต้องยึดข้อบังคับ เพื่อให้การบริหารการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากประธานสภาเองไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ การควบคุมของประธานจะลําบาก เพราะฉะนั้นยึดแนวตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ให้เป็นไปตามข้อบังคับไม่เอนเอียง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงของฝ่ายค้าน นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย แกนนําพรรค มาร่วมนั่งฟังการแถลงยื่นญัตติของฝ่ายค้านด้วย ศุภจี​ ยินดี​ ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ​ มองเป็นโอกาสชี้แจงประชาชน พรุ่งนี้ ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกรัฐบาล ตาม ม.151 เล็ง 10 รัฐมนตรีโยงคดีฮั้ว สว. "ณัฐพงษ์" จี้รัฐบาลกางแผนระบายน้ําด่วน ซัดขาดเอกภาพแก้ภัยพิบัติ
8관찰
태국기타최종 61.7
근거 출처 2개 보기
9관찰
태국기타최종 60.8
근거 출처 3개 보기
  • 카오솟 (태국어) — รองผบช.น. ปล่อยแถว ตร.พหลโยธิน เตรียมความพร้อมป้องกันอาชญากรรม [한국어/English]
    รอง ผบช.น. ปล่อยแถว ตร.พหลโยธิน เตรียมความพร้อมป้องกันอาชญากรรมทั่ว กทม. เน้นย้ําจุดเสี่ยงจุดล่อแหลมในพื้นที่ เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 8 ต.ค. 2569 ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า เช็นทรัลลาดพร้าว พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น (ปป.) พล.ต.ต.ทนงศิลป์ มณีโชติ ผบก.น.2 พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผบก.น.2 (ปป.) พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.กชกร ไทรศาศวัต รอง ผกก.ป.สน.พหลโยธิน และข้าราชการตํารวจในสังกัด สน.พหลโยธิน โดยมีสายตรวจรถยนต์ สายตรวจรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่จราจร เจ้าหน้าที่สืบสวน เจ้าหน้าที่ตํารวจชุมชนสัมพันธ์และ อาสาสมัครตํารวจบ้าน MPB Basic SWAT สน.พหลโยธิน รวมทั้งสิ้น 60 นาย [...]
  • 카오솟 (태국어) — รองผบช.น. ปล่อยแถว ตร.พหลโยธิน แถวเตรียมความพร้อมป้องกันอาชญากรรม [한국어/English]
    เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 8 ต.ค. ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า เช็นทรัลลาดพร้าว พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รองผบช.น (ปป.) พล.ต.ต.ทนงศิลป์ มณีโชติ ผบก.น.2 พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผบก.น.2 (ปป.) พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ท.กชกร ไทรศาศวัต รอง ผกก.ป.สน.พหลโยธิน และข้าราชการตํารวจในสังกัดสน.พหลโยธิน โดยมี สายตรวจรถยนต์ สายตรวจรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่จราจร เจ้าหน้าที่สืบสวน เจ้าหน้าที่ตํารวจชุมชนสัมพันธ์และ อาสาสมัครตํารวจบ้าน MPB Basic SWAT สน.พหลโยธิน รวมทั้งสิ้น 60 นาย ปล่อยแถวป้องกันอาชญากรรม พล.ต.ต.ชรินทร์ เปิดเผยว่า ในการปล่อยแถวป้องกันอาชญากรรมในวันนี้เป็นนโยบายจากพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วยผบ.ตร. กองบัญชาการตํารวจนครบาล (บช.น.) ได้ให้ความสําคัญกับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมเป็นอันดับหนึ่ง [...]
  • 마티촌 (태국어) — นายกฯ ตรวจความพร้อม ต้อนรับนายกฯติมอร์-เลสเต 9 ต.ค. [한국어/English]
    นายกฯ ตรวจความพร้อม ต้อนรับนายกฯติมอร์-เลสเต 9 ต.ค. เมื [...]
10관찰
태국기타최종 60.8
근거 출처 2개 보기
  • 카오솟 (태국어) — ช่วยคนกรุง ฟื้นฟูหลังน้ําลด กัลฟ์สานต่อภารกิจ GULF Care [한국어/English]
    ช่วยคนกรุง ฟื้นฟูหลังน้ําลด กัลฟ์ ส่งมอบอุปกรณ์ทําความสะอาด ยาสามัญประจําบ้าน สานต่อภารกิจ GULF Care “หลายพื้นที่ที่น้ําลดลงแล้วภารกิจสําคัญคือการเร่งฟื้นฟู โดยระดมกําลังคนและเครื่องจักรจากเขตที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้าไปสนับสนุนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก เพื่อร่วมกันฟื้นเมืองให้เร็ว ทั้งการเก็บขยะ ทําความสะอาด ซ่อมถนน และลงพื้นที่เยียวยาด้านสุขภาพของพี่น้องประชาชนให้ทั่วถึง เพื่อให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาสนับสนุนการช่วยเหลือในครั้งนี้” นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังรับมอบอุปกรณ์ทําความสะอาดและของใช้ที่จําเป็น รวมถึงยาสามัญประจําบ้าน จากบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) หรือ GULF โดยมี นายสิตมน รัตนาวะดี ผอ.ด้านการบริหารฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) เป็นตัวแทนส่งมอบ ทั้งนี้ GULF เดินหน้าสานต่อภารกิจ ‘GULF Care ส่งต่อความห่วงใยให้คนไทย’ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนการฟื้นฟูชุมชนและบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วมในพื้นที่กรุงเทพ โดยครั้งนี้ส่งมอบอุปกรณ์ทําความสะอาดและยา รวมมูลค่า 1,000,000 บาท นายสิตมน รัตนาวะดี กล่าวว่า ตลอดช่วงสถานการณ์น้ําท่วมในพื้นที่กรุงเทพ [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — กลับเข้าบ้านหลังน้ําลด เตือน 6 โรค 1 ภัยใกล้ตัว แนะวิธีป้องกัน [한국어/English]
    วันนี้ (8 ต.ค.2569) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า หลังน้ําลดประชาชนไม่ควรเร่งทําความสะอาดบ้านเรือนจนละเลยการป้องกันตนเอง เนื่องจากพื้นที่ที่เคยมีน้ําท่วมอาจยังมีเชื้อโรค สิ่งสกปรก น้ําขัง รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชํารุดเสียหาย จึงควรค่อย ๆ ฟื้นฟูพื้นที่อย่างระมัดระวัง และสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม 6 โรค ที่ควรระวังหลังน้ําลด 1. โรคไข้เลือดออก หลังน้ําลดอาจมีน้ําขังตามภาชนะต่าง ๆ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ควรเทน้ําทิ้ง คว่ําภาชนะที่ไม่ใช้ ปิดภาชนะเก็บน้ําให้มิดชิด และป้องกันยุงกัด โดยหากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีจุดเลือดออก ควรพบแพทย์โดยเร็ว และหลีกเลี่ยงการซื้อยากลุ่มต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น แอสไพริน ไอบูโปรเฟน มารับประทานเอง เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงทําให้เกิดอาการรุนแรงจากภาวะเลือดออกผิดปกติ ทําให้อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ 2. โรคตาแดง มักเกิดจากการสัมผัสน้ําหรือสิ่งปนเปื้อนเชื้อโรค ควรหมั่นล้างมือด้วยน้ําและสบู่ให้สะอาด หลีกเลี่ยงการขยี้ตา และไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หรือเครื่องสําอาง หากมีอาการตาแดง คัน แสบตา น้ําตาไหล หรือขี้ตามาก ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสตา แยกของใช้ส่วนตัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนใกล้ชิด หากมีอาการรุฯแรงควรรีบพบแพทย์ 3. โรคน้ํากัดเท้า การแช่น้ําหรือเดินลุยน้ําเป็นเวลานาน ทําให้ผิวหนังบริเวณเท้าเปื่อยและติดเชื้อได้ หากจําเป็นต้องลุยน้ําควรสวมรองเท้าบูตหรือรองเท้าที่ป้องกันน้ํา และหลังสัมผัสน้ําควรล้างเท้าด้วยน้ําสะอาดและสบู่ เช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะซอกนิ้ว หากมีอาการคัน ผื่นแดง ผิวหนังเปื่อย แตก หรือมีแผล ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษา 4. โรคระบบทางเดินหายใจ การอยู่รวมกันในพื้นที่จํากัดหรือแออัด รวมถึงการทําความสะอาดบ้านหลังน้ําลดอาจทําให้สัมผัสฝุ่นละอองหรือเชื้อรา ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือกระตุ้นอาการทางระบบทางเดินหายใจได้ ควรเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท สวมหน้ากากที่เหมาะสม โดยเฉพาะหน้ากาก N95 หรือเทียบเท่า เมื่อทําความสะอาด และล้างมือเป็นประจํา หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ํามูก ควรพักผ่อนและหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่น หากมีอาการหายใจลําบาก หอบเหนื่อย หรือมีอาการรุนแรงมากขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการดูแลรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไปและเข้ารับการตรวจรักษาตามความเหมาะสม 5. โรคฉี่หนู ผู้ที่ลุยน้ํา ย่ําโคลน หรือทําความสะอาดบ้านหลังน้ําลดอาจสัมผัสเชื้อที่ปนเปื้อนในน้ําหรือดิน ควรสวมรองเท้าบูทและถุงมือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ําหรือโคลนโดยตรง และล้างมือ ล้างเท้าด้วยน้ําสะอาดและสบู่หลังสัมผัส หากมีไข้ และปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อหรือกดเจ็บตามกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ต้นขา หรือหลัง หลังสัมผัสน้ําหรือดิน ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ํา ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง 6. โรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร น้ําท่วมและสิ่งปฏิกูลอาจทําให้น้ําและอาหารปนเปื้อนเชื้อโรค ควรดื่มน้ําสะอาด รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ํา และไม่รับประทานอาหารที่สัมผัสน้ําท่วมหรือน้ําสกปรก หากมีอาการถ่ายเหลว ให้ดื่มสารละลายน้ําตาลเกลือแร่เพื่อป้องกันการขาดน้ํา หากถ่ายมาก อาเจียนมาก ดื่มน้ําไม่ได้ มีไข้สูง ซึม หรือมีเลือดปนในอุจจาระ ควรรีบพบแพทย์ 1 ภัยใกล้ตัว ไฟฟ้าดูด-ไฟฟ้าช็อต หลังน้ําลดอาจมีสายไฟ ปลั๊กไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปียกน้ําหรือชํารุด ประชาชนไม่ควรเข้าใกล้หรือเปิดใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวและควรตัดกระแสไฟฟ้าก่อนเข้าไปทําความสะอาด โดยควรให้ช่างผู้มีความรู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนนํากลับมาใช้งาน หากพบผู้ถูกไฟฟ้าดูดหรือไฟฟ้าช็อต ห้ามใช้มือเปล่าเข้าไปช่วยให้ตัดกระแสไฟก่อน และโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินประสานส่งต่อโรงพยาบาลทันที หลังน้ําลด ขอให้ประชาชนค่อย ๆ ฟื้นฟูบ้านเรือน โดยสวมรองเท้าที่เหมาะสม ถุงมือ และหน้ากากขณะทําความสะอาด ล้างมือและร่างกายหลังสัมผัสน้ําหรือโคลน ดื่มน้ําสะอาด รับประทานอาหารปรุงสุก และกําจัดน้ําขังรอบบ้านเพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย รวมถึงตรวจสอบระบบไฟฟ้าให้ปลอดภัยก่อนใช้งาน หากมีอาการเจ็บป่วยผิดปกติ โดยเฉพาะไข้สูง หายใจลําบาก ถ่ายมากจนเสี่ยงขาดน้ํา มีเลือดปน หรือมีอาการรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง อ่านข่าว : ดีเอสไอ ค้น "ชาบัด" ย่านสุขุมวิท-ถ.พระอาทิตย์ ส่อใช้นอมินี - เลี่ยงภาษี สส.สกลนคร ยื่น กมธ.อุตสาหกรรม ตรวจสอบปมสํารวจแร่โพแทชกว่า 5.6 แสนไร่ "พิชิต-วิน-ทศพร" ผู้ต้องหาทุจริตสอบฯ พ้นเรือนจํา เหตุ ป.ป.ช.ส่งฟ้องไม่ทัน