TODAY, TOP 10 HOT NEWS

2026-10-21 · 오늘 · 2026-10-21T08:03:55.145010+09:00 생성

Archive timelineLatest 날짜가 노란색으로 강조됩니다
1위 핵심 이슈2–4위 주요 이슈5–7위 참고 이슈8–10위 관찰 이슈
1핵심
태국기타최종 63.8
근거 출처 8개 보기
  • 카오솟 (태국어) — ซุ่มยิงผู้รับเหมา กลางสนามหญ้าข้างบ้าน สาหัส คาดปมขัดแย้งส่วนตัว-ธุรกิจ [한국어/English]
    คนร้ายซุ่มยิงผู้รับเหมาก่อสร้าง ขณะไดร์ฟกอล์ฟ กลางสนามหญ้าข้างบ้าน กระสุนเจาะกกหูทะลุแก้ม อาการสาหัส ตํารวจตั้งปมขัดแย้งส่วนตัว-ธุรกิจรับเหมา เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.วันที่ 20 ต.ค.2569 ร.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ขาวนวล รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางแก้ว รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ภายในบ้าน ซึ่งเปิดเป็นบริษัท ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 8 ต.โคกสัก อ.บางแก้ว จ.พัทลุง จึงรายงาน พ.ต.อ.พรชัย ขวัญปัญญา ผกก. ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ที่เกิดเหตุบริเวณสนามหญ้าข้างบ้าน เจ้าหน้าที่พบกองเลือด และไม้กอล์ฟ พร้อมลูกกอล์ฟอยู่ใกล้กัน นอกจากนี้ยังมีโต๊ะและเก้าอี้สนาม โดยบนโต๊ะพบขวดน้ําดื่ม ยากันยุงยี่ห้อ กย. 15 และไฟฉาย ผู้บาดเจ็บคือ นายแสงอาทิตย์ เอายุ 57 ปี เป็นนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างชื่อดังของจังหวัดพัทลุง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไรเฟิล ขนาด.22 จํานวน 1 นัด บริเวณกกหูด้านขวา โดยกระสุนไปตุงอยู่บริเวณแก้มด้านซ้าย ญาติได้ช่วยกันนําตัวส่งโรงพยาบาลตะโหมด [...]
  • 카오솟 (태국어) — ‘เอกภพ’ เผยปมผู้เช่า-เจ้าของบ้าน ต่างฝ่ายต่างร้องสายไหมต้องรอด นัดไกล่เกลี่ยพรุ่งนี้ [한국어/English]
    ‘เอกภพ’ เผยปมผู้เช่า-เจ้าของบ้าน ต่างฝ่ายต่างร้องสายไหมต้องรอด นัดไกล่เกลี่ยพรุ่งนี้ ชี้ผู้เช่าจ่ายค่าเช่าจริงแต่ไม่ตรงกําหนด พบค้างค่าไฟ 8 พัน จากกรณีดราม่าปัญหาข้อพิพาทระหว่างผู้เช่าและเจ้าของบ้าน หลังเจ้าของบ้านออกมาร้องเรียนว่าผู้เช่าค้างชําระค่าเช่าและมีปัญหาเรื่องการใช้บ้านพัก ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายจนผู้เช่าแจ้งความดําเนินคดีกับเจ้าของบ้านในข้อหาบุกรุก กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยทั้งสองฝ่ายได้มีการร้องเรียนผ่านเพจสายไหมต้องรอดนั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ภายหลังจบรายการเปิดปากกับภาคภูมิ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ขณะนี้ทั้งฝ่ายผู้เช่าและเจ้าของบ้านได้มีการร้องเรียนมายังเพจสายไหมต้องรอด โดยทั้งสองฝ่ายมีกําหนดเดินทางไปเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่สํานักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ จังหวัดนครปฐม ในวันพรุ่งนี้ (21 ต.ค.) ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี และเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะสามารถทําความเข้าใจและตกลงกันได้ นายเอกภพ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานต่าง ๆ พบว่า ฝั่งผู้เช่ามีการชําระค่าเช่าจริง แต่ปัญหาคือชําระไม่ตรงตามวันที่ตกลงกันไว้ เช่น กําหนดชําระภายในวันที่ 1 ของทุกเดือน แต่กลับเลื่อนไปเป็นวันที่ 5 หรือวันที่ 6 ขณะที่เจ้าของบ้านมองว่า เมื่อตกลงกันว่าจะชําระวันที่ 1 ก็ต้องเป็นไปตามข้อตกลง อีกทั้งยังมีปัญหาการผิดนัดชําระเกินกว่า 2 งวด จึงทําให้เกิดความไม่เข้าใจกัน [...]
  • 카오솟 (태국어) — ผู้เช่า แจงอีกมุม ปมศึกบ้านเช่า รับจ่ายช้าแต่ไม่เคยเบี้ยวค่าเช่า เผยเพิ่งอยู่ได้ 3 เดือน [한국어/English]
    ผู้เช่า แจงอีกมุม ปมศึกบ้านเช่า รับจ่ายช้าแต่ไม่เคยเบี้ยวค่าเช่า เผยเพิ่งอยู่ได้ 3 เดือน ไม่เคยค้างค่าเช่านานเป็นปี พร้อมซ่อมส่วนต่อเติม แต่ขอเงินมัดจําคืน เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 20 ต.ค.69 ภายหลังจบรายการเปิดปากกับภาคภูมิ นายเอ็ม ผู้เช่าบ้าน เปิดเผยว่า ประเด็นที่ตนต้องการชี้แจงมากที่สุด คือเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าค้างค่าเช่า โดยยืนยันว่า ตนไม่ได้ค้างค่าเช่าตามที่มีเผยแพร่ในโลกโซเชียล แต่ยอมรับว่ามีการจ่ายค่าเช่าล่าช้าจากกําหนดจริง ซึ่งทุกครั้งจะมีการแจ้งเจ้าของบ้านให้ทราบ ไม่ใช่การไม่ยอมจ่ายเงิน นายเอ็ม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยพูดคุยกับเจ้าของบ้านถึงกําหนดการชําระเงิน รวมถึงวันที่เจ้าของบ้านต้องจ่ายเงินให้ธนาคาร โดยมีการตกลงกันว่า หากไม่สามารถชําระค่าเช่าได้ในวันที่ 1 จะสามารถเลื่อนจ่ายเป็นวันที่ 4 หรือวันที่ 5 ได้ ซึ่งเจ้าของบ้านก็เคยตอบตกลง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนจ่ายล่าช้าเพียงประมาณ 2-3 วัน และไม่เคยเกินวันที่ 7 ของเดือน ต่อมาเมื่อสอบถามว่า ที่ผ่านมาเคยจ่ายค่าเช่าล่าช้าหรือไม่ นายเอ็ม ยอมรับว่า มีการจ่ายล่าช้าจริง แต่ตนมองว่าการจ่ายล่าช้ากับการไม่จ่ายค่าเช่าเป็นคนละเรื่องกัน อีกทั้งทุกครั้งได้แจ้งให้เจ้าของบ้านทราบมาโดยตลอด โดยมองว่าเรื่องดังกล่าวสามารถพูดคุยและอะลุ่มอล่วยกันได้ ไม่จําเป็นต้องกลายเป็นปัญหาบานปลายแบบนี้ [...]
  • 카오솟 (태국어) — เปิดใจ หนุ่มเจ้าของบ้าน ปมศึกบ้านเช่า โอดถูกแจ้งบุกรุก2คดี บ้านเละจนจําไม่ได้ ลั่นขอแค่ได้บ้านคืน [한국어/English]
    เปิดใจ หนุ่มเจ้าของบ้าน ปมศึกบ้านเช่า โอดถูกแจ้งบุกรุก2คดี บ้านเละจนจําไม่ได้ ลั่นขอแค่ได้บ้านคืนพร้อมถอนคดีหากทําตามข้อตกลง จากกรณีมหากาพย์ข้อพิพาทระหว่างเจ้าของบ้านและผู้เช่าในพื้นที่ จ.นครปฐม หลังเจ้าของบ้านออกมาร้องเรียนว่าผู้เช่าค้างชําระเงินตามสัญญา และยังมีการต่อเติมและเปลี่ยนแปลงสภาพบ้าน ก่อนเรื่องราวจะบานปลายจนเจ้าของบ้านถูกผู้เช่าแจ้งความดําเนินคดีข้อหาบุกรุก และทั้งสองฝ่ายได้เดินทางมาร่วมพูดคุยเพื่อหาทางออกในรายการเปิดปากกับภาคภูมิ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 20 ต.ค.69 ภายหลังจบรายการเปิดปากกับภาคภูมิ นายพัชรภณ เจ้าของบ้าน เปิดใจกับ“ข่าวสดออนไลน์” ว่า ก่อนหน้านี้ตนไม่เคยสามารถติดต่อพูดคุยกับผู้เช่าได้เลย แม้จะเดินทางไปเรียกที่บ้านก็ไม่มีใครลงมา ก็อยากขอบคุณพื้นที่ของรายการที่ทําให้ทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสมาเจอกันและทําข้อตกลงร่วมกันเป็นครั้งแรก นายพัชรภณ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องเกิดจากการติดต่อกันผ่านเพจเช่าบ้านในพื้นที่ จ.นครปฐม โดยช่วงแรกไม่ได้พบกับผู้เช่าตัวจริง เนื่องจากตนติดภารกิจงานประจําและทํางานอยู่ต่างจังหวัด กระทั่งมีการทําสัญญากันเรียบร้อยแล้ว เมื่อได้พบกับผู้เช่าครั้งแรกกลับรู้สึกตกใจ เพราะหลายอย่างไม่ตรงกับข้อมูลที่ได้รับ ทั้งเรื่องบุคคลและธุรกิจ ตนจึงนําสําเนาบัตรประชาชนไปตรวจสอบประวัติภายหลังพบข้อมูลบางอย่างที่ทําให้ตนเกิดความกังวล แต่ขณะนั้นได้เซ็นสัญญาไปแล้ว สําหรับข้อตกลงระหว่างกัน โดยกําหนดชําระเงินเดือนละ 22,000 บาท แต่ตั้งแต่เดือนแรกจนถึงเดือนที่ 4 ผู้เช่าจ่ายเงินล่าช้ามาโดยตลอด ประมาณวันที่ 5 ของเดือน ซึ่งเลยกําหนดชําระจะต้องชําระทุกวันที่ 1 พอถึงวันที่ 1 ยังไม่ได้รับเงิน ตนจึงตัดสินใจเดินทางไปติดตามที่บ้าน [...]
  • 카오솟 (태국어) — รวบ อดีตผู้ใหญ่บ้าน เพิ่งออกจากคุกไม่นาน ล่าสุดขนเครื่องในไก่เถื่อน 1.4 ตัน ส่งกัมพูชา [한국어/English]
    รวบ อดีตผู้ใหญ่บ้าน เพิ่งออกจากคุก ขนเครื่องในไก่ 1.4 ตัน ส่งให้กัมพูชา ตรวจพบก่อนหน้านี้โดนจับคดีลักลอบขนแรงงานกัมพูชาเข้าไทย 20 ต.ค. 69 – เจ้าหน้าที่ทหาร ที่อยู่ระหว่างออกลาดตระเวนพื้นที่ ต.ฟากห้วย อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ระกว่างปฏิบัติหน้าที่ พบรถกระบะสีเขียว ติดป้ายชื่อเทศบาลตําบลท่าข้าม จ.ฉะเชิงเทรา มีผ้าใบสีดําคลุมสิ่งของท้ายรถมิดชิด จึงสกัดเรียกตรวจสอบ จากการตรวจสอบ ผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวคือ นายเชษฐา อดีตผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง จ.สระแก้ว อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบกระบะท้ายรถ พบกึ๋น หรือ “เครื่องในไก่ผ่า” จํานวน 120 ลัง น้ําหนักลังละ 12 กิโลกรัม รวมน้ําหนัก 1,440 กิโลกรัม หรือ 1.44 ตัน เจ้าหน้าที่สอบถามเอกสารอนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์ แต่ นายเชษฐา ไม่มีแสดงให้เจ้าหน้าที่ และไม่ยอมให้ปากคําใด ๆ เจ้าหน้าที่จึงคาดว่าน่าจะพยายามลักลอบนําเครื่องในไก่ทั้งหมด ข้ามพรมแดนไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา จึงจับกุมตัวพร้อมส่งตรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งไปยัง สภ.อรัญประเทศ [...]
2주요
태국기타최종 63.2
근거 출처 2개 보기
  • 카오솟 (태국어) — กบน.ปรับขึ้นราคาน้ํามัน ลิตรละ 60 สต. ยกเว้นE20 E85 ดีเซล บี20 ราคาคงเดิม มีผลเช้าวันที่ 21 ต.ค.69 [한국어/English]
    กบน. มีมติปรับขึ้นราคาน้ํามัน ลิตรละ 60 สตางค์ ยกเว้นแก๊สโซฮอล E20 E85 และ ดีเซล บี20 ราคาคงเดิม มีผลวันที่ 21 ต.ค. 69 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป วันที่ 20 ต.ค.2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ํามันดีเซลบี7 น้ํามันแก๊สโซฮอล E10 95,91 และน้ํามันเบนซิน 0.60 บาทต่อลิตร ซึ่งปัจจัยหลักที่ทําให้ราคาน้ํามันโลกปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากกลุ่มฮูธีโจมตีโครงสร้างพลังงานซาอุดิอาราเบีย และเรือขนส่งในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่เรือต้องวิ่งอ้อมแอฟริกาฉุดค่าขนส่งพุ่งสูง จนกระทบการนําเข้าน้ํามันเข้าสิงคโปร์ลดลง เกิดภาวะอุปทานตึงตัว ผสมโรงกับสต็อกน้ํามันดิบสหรัฐฯ ที่ลดลงถึง 3.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดการณ์ หนุนราคาในตลาดโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยกดดันระลอกใหม่นี้ ส่งผลให้ราคาน้ํามันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ราคาน้ํามันดีเซลตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นประมาณ 178 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ํามันเบนซินพุ่งสูงประมาณ 136 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทําให้กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — กบน.เคาะขึ้นราคาน้ํามันดีเซล-เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 60 สต./ลิตร [한국어/English]
    วันนี้ (20 ต.ค.2569) คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ํามันดีเซลB7, น้ํามันแก๊สโซฮอล์ 95, 91 และน้ํามันเบนซิน เป็น 0.60 บาทต่อลิตร พร้อมระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทําให้ราคาน้ํามันโลกปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากกลุ่มฮูตีโจมตีโครงสร้างพลังงานซาอุดีอาระเบีย และเรือขนส่งในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่เรือต้องวิ่งอ้อมแอฟริกาฉุดค่าขนส่งพุ่งสูง จนกระทบการนําเข้าน้ํามันเข้าสิงคโปร์ลดลง เกิดภาวะอุปทานตึงตัว ผสมโรงกับสต็อกน้ํามันดิบสหรัฐฯ ที่ลดลงถึง 3.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดการณ์ หนุนราคาในตลาดโลกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจัยกดดันระลอกใหม่นี้ ส่งผลให้ราคาน้ํามันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยในวันที่ 20 ต.ค. ราคาน้ํามันดีเซลตลาดสิงคโปร์ ดีดตัวสูงขึ้นประมาณ 178 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ํามันเบนซินพุ่งสูงประมาณ 136 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทําให้กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 229 ล้านบาท ดังนั้น กบน.จึงจําเป็นต้องปรับกลไกการจัดเก็บและชดเชยเงินกองทุนน้ํามันฯ เพื่อรักษาสภาพคล่องในการดูแลราคาพลังงานในประเทศ และรักษาเสถียรภาพราคาในระยะยาว เพื่อรองรับความผันผวนด้านราคาน้ํามันเชื้อเพลิงในตลาดโลก ทั้งนี้ ในกลุ่มน้ํามันดีเซล เพิ่มการชดเชยน้ํามันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา B7 เพิ่มการชดเชย 0.69 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 2.41 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 43.54 บาทต่อลิตร, น้ํามันดีเซลหมุนเร็ว B20 เพิ่มการชดเชย 1.08 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 7.63 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกคงเดิม ส่วนน้ํามันดีเซลพรีเมียม จัดเก็บ 1.50 บาทต่อลิตร สําหรับกลุ่มน้ํามันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ น้ํามันเบนซิน ลดการจัดเก็บ 0.29 บาทต่อลิตร เป็นจัดเก็บ 6.61 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 51.03 บาทต่อลิตร, น้ํามันแก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มการชดเชย 0.22 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 0.28 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 42.04 บาทต่อลิตร, น้ํามันแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มการชดเชย 0.22 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 0.28 บาทต่อลิตร ส่งผลราคาขายปลีกเป็น 41.67 บาทต่อลิตร น้ํามันแก๊สโซฮอล์ E20 เพิ่มการชดเชย 0.69 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 4.91 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกคงเดิม และน้ํามันแก๊สโซฮอล์ E85 เพิ่มการชดเชย 0.22 บาทต่อลิตร เป็นชดเชย 1.62 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกคงเดิม โดยอัตราเงินกองทุนน้ํามันใหม่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.2569 ราคาขายปลีกหน้าปั๊ม ปตท. ในวันที่ 21 ต.ค.2569 ดังนี้ ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.19 บาท/ลิตร ดีเซล อยู่ที่ 43.54 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.69 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 41.67 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.04 บาท/ลิตร เบนซิน อยู่ที่ 51.03 บาท/ลิตร ซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 47.79 บาท/ลิตร ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 50.05 บาท/ลิตร ซูเปอร์พาวเวอร์ 99 อยู่ที่ 49.79 บาท/ลิตร ราคาน้ํามันปั๊มบางจาก ในวันที่ 21 ต.ค.2569 ดังนี้ ดีเซล B20 อยู่ที่ 37.19 บาท/ลิตร ไฮดีเซล อยู่ที่ 43.54 บาท/ลิตร ไฮพรีเมียม ดีเซล พลัส อยู่ที่ 50.05 บาท/ลิตร ไฮพรีเมียม แก๊สโซฮอลล์ 98 พลัส อยู่ที่ 49.29 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 31.63 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.69 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 41.67 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.04 บาท/ลิตร อ่านข่าว : เบรกหัวทิ่ม! รัฐสั่งคุมเข้มค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเรียกรถ-ส่งอาหาร ข้าวไทย "ราคาสูง" ฉุดแข่งโลก จี้รัฐลดต้นทุน–เพิ่มผลผลิต ยุค AI ไม่ต้องกลัวตกงาน เพราะจะมีตําแหน่งงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
3주요
태국기타최종 61.7
근거 출처 3개 보기
4주요
태국기타최종 60.8
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — เช็ก มติครม. 20 ตุลาคม 2569 แต่งตั้ง-โยกย้าย ครบทุกตําแหน่ง [한국어/English]
    เช็ก มติครม. 20 ตุลาคม 2569 แต่งตั้ง-โยกย้าย ครบทุกตําแห [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — ครม.แต่งตั้งบิ๊ก ศธ. 3 คน "พิเชฐร์ วันทอง" นั่งเลขาธิการ ก.ค.ศ. [한국어/English]
    วันนี้ (20 ต.ค.2569) น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดํารงตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง เพื่อทดแทนตําแหน่งที่ว่างและสับเปลี่ยนหมุนเวียน จํานวน 3 คน ดังนี้ 1.นายพิเชฐร์ วันทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สํานักงานปลัดกระทรวง ให้ดํารงตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สํานักงานปลัดกระทรวง แทนนายธนู ขวัญเดช 2.นายสุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการสภาการศึกษา สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ให้ดํารงตําแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แทนนายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ 3.นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดํารงตําแหน่งรองเลขาธิการสภาการศึกษา สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา แทนนายสุภชัย จันปุ่ม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป อ่านข่าว : ครม.ไฟเขียว กฟภ. กู้เงิน 10,406 ล้าน ลงทุน 11 แผนงาน ครม.ไฟเขียวงบกลาง 10,500 ล้านบาท เยียวยาน้ําท่วม "อนุทิน" ยันรัฐบาลมีแผนจัดการน้ําท่วม-งบเยียวยาไม่หมด
5참고
태국기타최종 60.5
근거 출처 3개 보기
  • 카오솟 (태국어) — เคทีซี โชว์แกร่ง 9 เดือนกําไรกว่า 6.5 พันล้าน สวนทางกําลังซื้อ [한국어/English]
    เคทีซี โชว์แกร่ง 9 เดือนกําไรกว่า 6.5 พันล้าน สวนทางกําลังซื้อ ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง กําลังซื้อผู้บริโภคที่ยังเปราะบาง ส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ของประเทศ กลุ่มบริษัทเคทีซียังคงรักษาการเติบโตของผลการดําเนินงานได้อย่างต่อเนื่องในไตรมาส 3/2569 โดยมีกําไรสุทธิ 2,125 ล้านบาท เติบโต 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วง 9 เดือน เติบโต 4.7% สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจ คุณภาพพอร์ตลูกหนี้ และประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงที่ดําเนินมาอย่างต่อเนื่อง นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมการเติบโตของอุตสาหกรรม ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2569 ยังคงได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวในระดับต่ําและฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในภาคครัวเรือนที่ยังเผชิญข้อจํากัดด้านกําลังซื้อจากภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง และค่าครองชีพที่ยังเป็นปัจจัยกดดัน ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายและการก่อหนี้ใหม่มากขึ้น ขณะที่ความสามารถในการชําระหนี้ของลูกหนี้บางกลุ่มยังมีความเปราะบาง ทําให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อหลายแห่งยังคงดําเนินนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบ โดยให้ความสําคัญกับคุณภาพสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก ในสภาวะที่อุตสาหกรรมมีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เคทีซียังคงสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดในทุกผลิตภัณฑ์หลักไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 [...]
  • 마티촌 (태국어) — พัทลุงไร้ผู้ประมูลรังนกครั้งที่ 4 แม้ลดเหลือ 405 ล้านยังกริบ จ่อทวนเปิดอีกรอบ หวั่นราคาต่ํากว่าทุน [한국어/English]
    พัทลุงไร้ผู้ประมูลรังนกครั้งที่ 4 แม้ลดราคากลางเหลือ 40 [...]
  • 마티촌 (태국어) — สมาคมหมู แจงปรับราคาแนะนํา 4 บาท หวังพยุงผู้เลี้ยงให้ขายพ้นต้นทุน–กําลังซื้อยังต่ํา [한국어/English]
    สมาคมหมู แจงปรับราคาแนะนํา 4 บาท หวังพยุงผู้เลี้ยงให้ขาย [...]
6참고
태국기타최종 60.5
근거 출처 3개 보기
  • 마티촌 (태국어) — เปิดโครงสร้าง ภาษีบาป เมื่อเจตนารมณ์ “ลดโรค” กําลังกลายเป็น กําแพง คราฟท์เบียร์ไทย? [한국어/English]
    รายงานพิเศษ : เปิดโครงสร้าง ภาษีบาป เมื่อเจตนารมณ์ “ลดโ [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — พ่อ "สส.ไอเดียร์" เผยลูกสาวกําลังใจดี ไม่เชื่อภูมิใจไทยตัดหาง [한국어/English]
    วันนี้ (20 ต.ค.2569) นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย พานายไทหยาง ซาง สามี เข้าพบพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คดีถือหุ้นเชื่อมโยงเว็บพนันออนไลน์ และเครือข่ายสแกมเมอร์ว่า ตนเห็นจากข่าวในทีวีเหมือนกัน เป็นไปตามที่ลูกสาวได้กล่าวไป ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีคนในพรรคนําข้อมูลไปให้ฝ่ายค้านนั้น นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า เหมือนที่ลูกสาวได้กล่าวไปว่า เป็นประเด็นทางการเมืองมากกว่า เพราะเรื่องของการปรับคณะรัฐมนตรีก็ไม่มีข่าวอะไร ทุกคนก็ตั้งใจทํางานอย่างเต็มที่ ซึ่งตนก็ไม่เคยคิดว่าจะไปให้ข้อมูลอะไรอยู่แล้ว คงเป็นการพูดกันไปเรื่อย เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายศิริโชค โสภา อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยเรื่อง สส.ไอเดียร์อย่างต่อเนื่อง นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า นายศิริโชคก็คงเข้าใจเหมือนกับทุกคน และมุมมองการทํางานของฝ่ายค้าน ก็ต้องวิพากษ์วิจารณ์การทํางานของรัฐบาลอยู่แล้ว ทั้งนี้นายสัมฤทธิ์ ยังกล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกมาแถลงแล้ว และวันนี้ดีเอสไอ ก็ได้เรียกสามีของ สส.ไอเดียร์มาให้ข้อมูลแล้ว ตนเชื่อว่า ต้องรอฟังผลการตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ถูกต้องที่สุด และไม่เป็นความสับสนของสังคม ขณะที่กรณีที่ ป.ป.ช.แถลงว่า บัญชีทรัพย์สินของ สส.ไอเดียร์ มีรายได้ไม่สัมพันธ์กับทรัพย์สิน นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า ตอนที่แถลงไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตนมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเป็นเรื่องของทรัพย์สินไม่สอดคล้อง ไม่ได้มีเฉพาะ สส.ไอเดียร์ แต่มีหลายคนที่มีลักษณะเช่นนี้อยู่แล้ว ซึ่งจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่ผลการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความถูกต้องที่สุด ซึ่งตนเชื่อว่าสังคมจะหายสับสน หากมีการชี้แจงจากทาง ป.ป.ช. และดีเอสไอ นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า สส.ไอเดียร์ กําลังใจยังดี เวลาลงพื้นที่ก็มีคนมาต้อนรับ และให้กําลังใจอยู่แล้ว ซึ่งในวันที่ 22-25 ต.ค. มีงานประเพณีบุญกระธูปออกพรรษา ลูกสาวก็เตรียมจะลงพื้นที่ ร่วมกับประชาชนอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ต้องทําความเข้าใจกับประชาชน เพราะคนชัยภูมิเองจากที่ตนดูเขาก็ไม่ได้มีอะไร และยังชื่นชมการทํางานของ สส.ไอเดียร์ เพราะหากเปรียบเทียบ สส.ไอเดียร์ กับอดีต สส.ที่ผ่านมา ก็มีอะไรที่เห็นชัดเจนว่า มีความขยันแตกต่างจากเดิมไปในระดับหนึ่ง ซึ่งประชาชนในพื้นที่รู้สึกแฮปปี้ ไม่ได้น่ากังวลใจอะไร นายสัมฤทธิ์ ยังปฏิเสธกรณีกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยจะตัดหางปล่อยวัด สส.ไอเดียร์ โดยระบุว่า เป็นความคิดเห็นของแต่ละท่าน ซึ่งในข้อเท็จจริงดําเนินกิจกรรมกับทางพรรคปกติ อ่านข่าว : "ไอเดียร์" พาสามีพบ ดีเอส ให้ข้อมูลกว่า 3 ชม.ปมถือหุ้น 1.47% บ.เชื่อมโยงเว็บพนัน "รุทธพล" ปัด ฟอกขาว “ไอเดียร์” คดีถือหุ้นเอี่ยว เว็บพนัน-สแกมเมอร์ "โรม" ตอบปม ไม่ไปแจ้งความคดี "สามีไอเดียร์" ถือหุ้นเว็บพนัน ชี้เรื่องใหญ่กว่าแค่ตัวบุคคล
  • webmaster@thaipbs.or.th — ดีลวัดใจเพื่อไทย "ภูมิใจไทย-กล้าธรรม" เข้าร่วม (รัฐบาล) ยังควบรวมไม่ได้ ? [한국어/English]
    นัดแรกของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลสีน้ําเงิน 18 รัฐมนตรีรวม "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี กําลังจะมาถึงในวันที่ 27-30 ต.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นศึกวัดใจและเสถียร ภาพความมั่นคงระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยว่า ยังกลมเกลียวเป็นข้าวเหนียวนึ่งหรือไม่ หลังปรากฏภาพดีล "ดินเนอร์" ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พรรคกล้าธรรม ชาดา ไทยเศรษฐ สส.อุทัยธานี และ อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ร้านอาหารอินเดียเมื่อหลายวันก่อน แม้นายกฯ จะตอบสื่อถึงการพบปะเพียงว่า "หิว หิว" ท่ามกลางการถูกจับตาว่า หลังสิ้นสุดสงครามฝ่ายค้าน-รัฐบาล "พรรคกล้าธรรม" ระยะยาวอาจถูกควบรวมมาอยู่กับภูมิใจไทย แต่อนาคตอันใกล้ ว่ากันว่า ได้ไฟเขียวเข้าร่วมรัฐบาลแน่นอน ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันสถานการณ์ของพรรคภูมิใจไทย ที่กําลังเสียศูนย์จากหลายมรสุมรุมเร้า ทั้งการแก้ปัญหาน้ําท่วมครั้งล่าสุด ที่ในหลายจังหวัดเหตุการณ์ยังไม่คลี่คลาย ปัญหาขยะพิษโผล่ กากสารเคมีโผล่ช่วงน้ําท่วม คดีโกงสอบท้องถิ่น คดีฮั้วสว. ตามด้วยการเปิดประเด็นตรวจสอบ "สุชาดา ซาง แทนทรัพย์" สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทยของ ศิริโชค โสภา อดีตสส.ประชาธิปัตย์ ในประเด็นข้อสงสัยเชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์ และเว็บไซต์พนันออนไลน์ shuffle.com ซึ่งจดทะเบียนในประเทศกูราเซา ทําให้ "สุชาดา" และ ไท่หยาง ซาง สามี ต้องเข้าชี้แจงต่อกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในประเด็นดังกล่าว เพื่อดับกระแสความความกดดันจากสังคมและเดินเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ยังไม่มีสัญญาณตอบรับชัดเจนจาก "อนุทิน" นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หลังถูกนักข่าวถามถึงกระแสข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะมาร่วมรัฐบาล โดยย้อนกลับสื่อแค่ว่า "กระแส" ก่อนที่จะขึ้นไปเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีทันที "ผมบอกแล้วว่ามันเป็นกระแส เชื่อว่า แล้วทําไมไม่คิดว่าผมกับ ร.อ.ธรรมนัส คบกันมาตั้งแต่ท่านเป็นผู้กองจริง ๆ เทียบรุ่นนักเรียนนายร้อย 25 แต่ก่อนก็เที่ยวเตร่เฮฮา พึ่งพากันมาโดยตลอด พบปะพูดคุยกันอยู่เสมอ เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง ถ้าบอกว่ามิตรภาพอย่างเดียวทําทุกอย่างได้ แล้วทําไมวันนี้ท่านไม่อยู่ในรัฐบาล ทุกอย่างต้องแยก เรื่องประเทศชาติบ้านเมือง ก็เป็นเรื่องประเทศชาติบ้านเมือง เรื่องมิตรภาพก็ยังดี ผมกับ ร.อ.ธรรมนัส ยังดํารงมิตรภาพที่ดีต่อกันได้ แต่เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง" นายกฯ กล่าว ท่ามกลางกระแสสะพรัดจาก "บ้านใหญ่บุรีรัมย์" ที่พาทีมเดินสายไปแข่งฟุตบอลที่จ.ปัตตานี เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า "อยากเข้าร่วมต้องมารวมกันก่อน" ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วตามกฎหมายพรรคการเมือง หรือ พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 96 บัญญัติเป็นข้อห้ามควบรวมพรรคการเมือง ที่ไม่อาจกระทําได้ คือ "ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎร จะมีการควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมิได้" เพราะกฎหมายพรรคการเมืองห้ามเด็ดขาด พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนําพรรคภูมิใจไทย ตอบเมื่อถูกนักข่าวถามว่า นายเนวิน ได้เปรยหรือไม่ว่า พรรคกล้าธรรมจะร่วมรัฐบาลตอนไหน คําตอบคือ เรื่องนี้ไม่ได้พูดคุย เพราะไปแข่งบอล ไม่ได้มีมติทางการเมืองเข้ามา เป็นโจทย์ให้พูดคุยกัน และเรื่องการที่ใครจะเข้าร่วมรัฐบาลนั้น น่าจะเป็นเรื่องที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย เป็นผู้ตัดสินใจ นายกรัฐมนตรี ​กับร.อ.ธรรมนัส มีความคุ้นเคยกัน ที่ผ่านมามีการรับประทานอาหารร่วมกันอยู่เรื่อยๆ หากให้ตอบตนก็คงตอบไม่ถูก... ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ไม่นั้น คงต้องให้ผู้ใหญ่คุยกัน รัฐบาลแข็งแรงมาตั้งแต่ต้น รัฐบาลอนุทิน 2 ทํางานมาได้ประมาณ 6 เดือน หลายกระทรวงเริ่มเข้าที่เข้าทาง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม คิดว่าสามารถขับเคลื่อนเรื่องนโยบายได้การทํางานไม่มีปัญหา และไม่ใช่ทุกคนเข้าไปแล้ว จะทํางานในกระทรวงนั้นๆ ได้ทันที คิดว่าการทํางานมา 6 เดือน ยังไม่ควร แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมที่นายกฯ จะเป็นผู้พิจารณา รวมถึงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ซึ่งผมเองไม่ได้เป็น ทว่าการเป็นพันธมิตรทางการเมืองในเรื่องผลประโยชน์ หากพรรคกล้าธรรมนํา 58 เสียง โหวตสนับสนุนรัฐบาล ซึ่งกฎหมายไม่ได้มีข้อห้ามอื่นใด แต่ไม่วายมีกระแสข่าวสะพัดว่า หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเสร็จสิ้น พรรคภูมิใจไทยจะปรับครม.ดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล โดยมีเก้าอี้เสนาบดี ตอบแทนการยกมือโหวตสนับสนุน ด้วย 2 เก้าอี้ รัฐมนตรีว่าการ และ 2 เก้าอี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ส่วนจะเป็นกระทรวงใดนั้น ขึ้นอยู่กับการต่อรอง เกมนี้น่าสนใจว่า ทักษิณ ชินวัตร ผู้นําจิตวิญญาณตัวจริงของค่ายแดง เพื่อไทย 71 เสียง ซึ่งมีโควตา 5 กระทรวง 8 ตําแหน่งจะทําอย่างไร เมื่อบ้านใหญ่บุรีรัมย์ แสดงท่าทีชัดเจนว่าห้ามมีปัญหาในการลงคะแนนไว้วางใจ และการกระชับคําตอบของ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่า "ให้มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เราเข้าใจถึงมารยาททางการเมืองดี ขอให้สบายใจได้ในเรื่องนี้" เมื่อถูกถามย้ําว่า คะแนนของพรรคเพื่อไทยจะออกมาเท่ากันหมด ไม่มีแตกแถวใช่หรือไม่ ประเสริฐ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มี หันกลับมามองศักยภาพของพรรคฝ่ายค้าน 21 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์ แม้ก่อนหน้านี้ จะมีการผลิตวาทกรรม โง่....ห่วย... เลว...จนทําให้เกิดการตอบโต้กันระหว่าง ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคค่ายสีฟ้า กับ "บังซุป" ศุภชัย ใจสมุทร มือกฎหมายพรรคภูมิใจไทย "ก่อนตรวจสอบผู้อื่น ควรตอบคําถามจากประวัติศาสตร์ของตัวเองให้ชัดเจนเสียก่อน" ขณะที่ พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ฝ่ายค้านมืออาชีพ จะทํางานบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และความถูกต้อง โดยไม่เล่นเกมการเมือง โดยทิศทางการอภิปรายและข้อโต้แย้งจะเน้นไปที่ 4 ปัญหาสําคัญ ชี้ให้เห็นความล้มเหลวของรัฐบาล คือปกป้องระบบตรวจสอบ ตอกกลับการด้อยค่ากลไกรัฐสภา วิกฤตเศรษฐกิจ-ปากท้อง ไร้ยุทธศาสตร์ยั่งยืน การชําแหละแผลใหญ่ "ธรรมาภิบาล-ฮั้วอํานาจ" และความล้มเหลวในการรับมือวิกฤตและภัยพิบัติ "ฝ่ายค้านคุณภาพวัดกันที่พยานหลักฐาน ไม่ใช่จํานวนมือในสภา ถึงเราจะมี 21 เสียง แต่คือ 21 เสียงที่ทํางานสุดความสามารถ ต่างจากรัฐบาลที่มีมากกว่า 200 เสียงแต่เน้นใช้พวกมากกอดอํานาจ" เป็นที่รู้ ๆ กันว่า การเปิดบาดแผล 18 รัฐมนตรีของรัฐบาลพรรคสีน้ําเงิน ด้วยฝีมือของพรรคฝ่ายค้าน อย่างประชาธิปัตย์และพรรคประชาชน คงยากจะทําลายเสถียรภาพความมั่นคงได้ เพราะยังมี 58 เสียงของกล้าธรรมเป็นกําแพงหนุน สิ่งที่จับตาดูหลังจากนี้ คือ พรรคน้ําเงิน จะสละเก้าอี้ใดไปให้ "สีเขียว" !!! อ่านข่าว : ผ่าร่าง “บริหารโทษ” ผู้ต้องขัง“คดีร้ายแรง-คุกตลอดชีวิต-โทษประหาร” "ป๋อง-ธง" กลับคํารับสารภาพทุกข้อหา คดีฆาตกรรม 2 พี่น้องรัสเซีย ครม.แต่งตั้งบิ๊ก ศธ. 3 คน "พิเชฐร์ วันทอง" นั่งเลขาธิการ ก.ค.ศ.
7참고
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
8관찰
태국기타최종 59.9
근거 출처 3개 보기
9관찰
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — สทนช. เร่งคลี่คลายน้ําท่วมขัง ปรับแผนระบายน้ําเขื่อน เกาะติดฝนหนักภาคใต้ [한국어/English]
    สทนช. เร่งคลี่คลายน้ําท่วมขัง ปรับแผนระบายน้ําเขื่อน เกาะ [...]
  • webmaster@thaipbs.or.th — สทนช.เตือน 10 จังหวัดภาคใต้เสี่ยงน้ําท่วมฉับพลัน 23-26 ต.ค. [한국어/English]
    วันนี้ (20 ต.ค.2569) สํานักงานทรัพยากรน้ําแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่าร่องมรสุมพาดผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทําให้ภาคตะวันออก และภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สทนช.ประเมินวิเคราะห์สถานการณ์น้ําตามฝนคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ํา (องค์การมหาชน) และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ําหลากและพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มบริเวณพื้นที่ต้นน้ํา จากกรมทรัพยากรน้ําและกรมทรัพยากรธรณี พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวัง น้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ําท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ําท่วมขังเป็นประจํา เนื่องจากระบายน้ําไม่ทัน ในช่วงวันที่ 23-26 ต.ค. ดังนี้ 1. พื้นที่เสี่ยงน้ําท่วมขัง น้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม บริเวณภาคใต้ จ.ระนอง (อําเภอเมืองระนอง และสุขสําราญ) จ.พังงา (อําเภอเมืองพังงา ตะกั่วป่า กะปง คุระบุรี และท้ายเหมือง) จ.ภูเก็ต (อําเภอเมืองภูเก็ต ถลาง และกะทู้) จ.สุราษฎร์ธานี (อําเภอพุนพิน ท่าฉาง และพนม) จ.นครศรีธรรมราช (อําเภอเชียรใหญ่ และชะอวด) จ.พัทลุง (อําเภอควนขนุน กงหรา และป่าพะยอม) จ.สงขลา (อําเภอคลองหอยโข่ง หาดใหญ่ และจะนะ) จ.สตูล (อําเภอควนกาหลง) จ.ยะลา (อําเภอธารโต) จ.นราธิวาส (อําเภอสุคิริน) 2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ําขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ํามากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกัก อ่างเก็บน้ําหนองปลาไหล และอ่างเก็บน้ําประแสร์ จ.ระยอง อ่างเก็บน้ํานฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี อ่างเก็บน้ําวชิราลงกรณ และอ่างเก็บน้ําศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี อ่างเก็บน้ําแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อ่างเก็บน้ําปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ําขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ํามากกว่าร้อยละ 80 ของความจุเก็บกักบริเวณ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และสตูล 3. เฝ้าระวังระดับน้ําเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและระดับน้ําล้นตลิ่งและท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ํา บริเวณแม่น้ําสายหลักและลําน้ําสาขา แม่น้ําแควน้อยและแม่น้ําแควใหญ่ จ.กาญจนบุรี แม่น้ําเพชรบุรี จ.เพชรบุรี แม่น้ําตาปีและแม่น้ําพุมดวง จ.สุราษฎร์ธานี แม่น้ําตะกั่วป่า จ.พังงา แม่น้ําสายบุรี แม่น้ําโก-ลก และคลองตันหยงมัส จ.นราธิวาส สทนช.ยังขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม วางแผนบริหารจัดการน้ําให้เหมาะสม และแจ้งเตือนสถานการณ์น้ําให้ประชาชนที่คาดว่า จะได้รับผลกระทบเตรียมอพยพหากเกิดสถานการณ์ อ่านข่าว : กทม.เล็งส่ง SMS นัดตรวจถึงบ้าน ป้องกันสวมสิทธิเงินเยียวยาน้ําท่วม ครม.ไฟเขียวงบกลาง 10,500 ล้านบาท เยียวยาน้ําท่วม คลังอัดมาตรการเยียวยาน้ําท่วม พักหนี้–ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ํา
10관찰
태국기타최종 59.9
근거 출처 2개 보기
  • 카오솟 (태국어) — ฝนหนักกระหน่ําเมืองขนอม น้ํากัดเซาะถนนทางเบี่ยงพังยับ ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงเมรุหลังคากระจุยไฟดับทั้งวัด [한국어/English]
    เมืองขนอม นครศรีธรรมราชฝนตกหนัก น้ํากัดเซาะถนนทางเบี่ยงพังยับ ขณะที่เส้นทางสัญจรเปิดได้ตามปกติให้ไปใช้ถนนหลักที่สร้างแล้วเสร็จ ขณะที่ฟ้าผ่าเมรุวัดพังยับเยิน เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 20 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ส่งผลให้น้ําไหลเอ่อล้นและกัดเซาะถนนทางเบี่ยงชั่วคราว บริเวณสะพานท่าน้อย ใกล้สถานีบริการน้ํามันปตท.ท่าน้อย บนเส้นทางก่อสร้างถนนสายคลองเหลง-ขนอม ทําให้ผิวถนนทางเบี่ยงเกิดการยุบตัว โดยนายธีรพงค์ ช่วยชู รองผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช สั่งการให้ นายนพดล ขาวมะลิ นายอําเภอขนอม ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ พร้อมประสานสํานักก่อสร้างทางผู้รับผิดชอบโครงการ ให้เร่งเปิดทางน้ําและนําเครื่องจักรเข้าปรับสภาพถนน เพื่อแก้ไขปัญหาและอํานวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง อย่างไรก็ตามกรณีทางเบี่ยงพังเสียหายจากน้ําซัดไม่ได้ผลกระทบแต่อย่างใด โดยรถทุกประเภทสามารถสัญจรได้ตามปกติเนื่องจากสามารถกลับไปใช้เส้นทางหลักที่ก่อสร้างแล้วเสร็จแล้ว แต่ได้กําชับผู้รับผิดชอบให้ติดตั้งป้ายแจ้งเตือนและเพิ่มแสงสว่างให้เพียงพอ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน นอกจากนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช เตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนัก โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง ถนนทางเบี่ยง และจุดที่มีน้ําไหลผ่าน หากพบความผิดปกติของเส้นทาง ควรหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าวและปฏิบัติตามป้ายเตือนหรือคําแนะนําของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดด้วย วันเดียวกัน เมื่อเวลา 17.00 น. เกิดฟ้าผ่าเมรุวัดกัลยานฤมิต ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับความเสียหายทั้งหลัง รวมทั้งระบบไฟภายในวัดดับสนิท ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าได้เข้าให้การแก้ไขอย่างเร่งด่วนแล้ว
  • 마티촌 (태국어) — สุราษฎร์อ่วม น้ําทะลักท่วมชุมชน-เซาะถนนขาด ในอําเภอเคียนซา จนท.เร่งเข้าพื้นที่ช่วยเหลือ [한국어/English]
    สุราษฎร์อ่วม น้ําทะลักท่วมชุมชน ซัดถนนขาด ในอําเภอเคียนซา [...]