Archive timelineLatest 날짜가 노란색으로 강조됩니다
1위 핵심 이슈2–4위 주요 이슈5–7위 참고 이슈8–10위 관찰 이슈
1핵심
태국기타최종 63.8
근거 출처 11개 보기
- 마티촌 (태국어) — รองผู้ว่าฯ เผยผลตรวจโลหะหนักในสัตว์น้ํา แม่น้ําปราจีนบุรี ไม่เกินมาตรฐาน ยันรับประทานได้ [한국어/English]
ชาวบ้านกบินทร์ฯ โวย ‘น้ําดํา-กลิ่นเหม็น’ ทะลั [...]
- 카오솟 (태국어) — รองผู้ว่าฯ ปราจีน แจงผลแล็บโลหะหนักสัตว์น้ํา ยันปลอดภัย กินได้แน่นอน หลังชาวบ้านโวย น้ําดํา-กลิ่นเหม็น [한국어/English]
รองผู้ว่าฯ ปราจีน แจงผลแล็บโลหะหนักสัตว์น้ํา ยันปลอดภัย กินได้แน่นอน หลังชาวบ้านโวย น้ําดํา-กลิ่นเหม็น วันที่ 21 ต.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสความวิตกกังวลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดีย หลังผู้นําชุมชนบ้านนาใต้ หมู่ 6 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โพสต์ภาพและข้อความประจานปัญหาน้ําเสียสีดําคล้ํา มีกลิ่นเหม็นเน่า ไหลทะลักมาจากบริเวณด้านหลังนิคมอุตสาหกรรมบ่อทอง ลงสู่สระน้ําสาธารณะรอบบึงหนองขอน ซึ่งเป็นแหล่งน้ําดิบสําคัญในการผลิตน้ําประปาหมู่บ้าน ก่อนจะเอ่อล้นไหลลงแควพระปรงและแม่น้ําปราจีนบุรี ซึ่งปัญหายืดเรื้อรังมาตั้งแต่ต้นปี 2569 ที่เคยทําปลาตายเกลื่อน และปัจจุบันยังคงมีการแอบปล่อยน้ําเสียลงคลองสาธารณะอยู่อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ช่วงน้ําท่วมหรือฝนตก น้ําเสียจะเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้ต้นข้าวและหญ้าเน่าตายเสียหาย ชาวบ้านในพื้นที่ต่างตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการลักลอบปล่อยน้ําเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ ด้าน นายสุนทร คมคาย แกนนํากลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ออกมาเปิดหน้าชนเดือด เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้อํานาจตามมาตรา 39 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน สั่งปิดโรงงานที่ก่อปัญหามลพิษอย่างถาวร แทนการใช้มาตรา 39 วรรคหนึ่ง ที่สั่งแค่หยุดปรับปรุงชั่วคราว พร้อมเรียกร้องให้เยียวยาชาวบ้าน ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน การตรวจสุขภาพระยะยาว และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม รวมถึงดําเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ [...]
- 카오솟 (태국어) — รองผู้ว่าฯหนองคาย ตรวจสถานที่ เตรียมรับนักท่องเที่ยวมาชม ‘บั้งไฟพญานาค’ [한국어/English]
รองผู้ว่าฯหนองคาย ตรวจสถานที่ เตรียมรับนักท่องเที่ยวมาชม ลูกไฟสีแดงอมชมพู ‘บั้งไฟพญานาค’ ในช่วงคืนวันออกพรรษา 21 ต.ค. 69 – นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ รองผู้ว่าฯหนองคาย ลงพื้นที่ อ.โพนพิสัย และ อ.รัตนวาปี จุดชมบั้งไฟพญานาคริมแม่น้ําโขง ติดตามการจัดเตรียมสถานที่ จุดจอดรถ โซนจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมถึงการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ซึ่งปีนี้ วันออกพรรษาตรงกับวันที่ 26 ต.ค. โดยช่วงพลบค่ําวันออกพรรษาของทุกปีจะมีปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ลูกไฟสีแดงอมชมพู พวยพุ่งขึ้นกลางแม่น้ําโขงให้ผู้คนได้เห็น ตามความเชื่อกันว่าเป็นบั้งไฟที่พญานาคใต้บาดาล พ่นออกมาถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าในวันออกพรรษา ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า สมัยก่อนพบเห็นลูกไฟแบบนี้ผุดขึ้นกลางแม่น้ําโขง ชาวบ้านเรียกว่า “บั้งไฟผี” มีคนดูบ้าง ไม่ดูบ้าง ไม่มีคนสนใจนัก เห็นมาตั้งแต่ปี 2509 แม้แต่ในหนองน้ําก็มีให้เห็น สําหรับจุดชมบั้งไฟพญานาคที่มักเกิดปรากฏการณ์ให้เห็นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะมีในพื้นที่บ้านน้ําเป, บ้านท่าม่วง-ตาลชุม, บ้านโพนแพง, บ้านต้อน อ.รัตนวาปี และ บ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย ซึ่งทางอําเภอและประชาชนได้ร่วมกันจัดเตรียมสถานที่ ทําความสะอาด ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวแล้ว
- 카오솟 (태국어) — Peta ยื่นหนังสือร้องเรียน คริสตัล พาเลซ เลิกใช้งาน อินทรี ประจําทีม – จี้สนามบอลไม่ใช่ที่สําหรับสัตว์ [한국어/English]
พีตา ออกมาเรียกร้องให้ คริสตัล พาเลซ สโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ยุติการใช้งาน “นกอินทรีหัวขาว” สัตว์นําโชคของสโมสร องค์กรเพื่อการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างมีจริยธรรม ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกําไรระดับโลกด้านสิทธิสัตว์ ได้ส่งจดหมายถึง แชรอน เลซีย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสโมสรคริสตัล พาเลซ เพื่อขอให้ยกเลิกการใช้นกอินทรีที่มีชื่อว่า “ฟีนิกซ์” ในการแสดงก่อนเริ่มเกมที่สนามเซลเฮิร์สต์ พาร์ก และขอให้ยุติการใช้สัตว์ที่มีชีวิตเป็นมาสคอตอย่างถาวร โดยระบุว่า “สนามฟุตบอลที่สว่างไสวและเต็มไปด้วยแฟนบอลที่ส่งเสียงดังโวยวาย ไม่ใช่สถานที่สําหรับสัตว์” “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ มีฉายาประจําทีมว่า “ดิ อีเกิลส์” มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1973 และเริ่มนํานกอินทรีที่มีชีวิตมาบินโชว์ในวันแข่งขันตั้งแต่ปี 2010 โดยมี “เคย์ลา” นกอินทรีตัวแรกที่ทําหน้าที่นานถึง 10 ปี ก่อนจะเสียชีวิตลงในปี 2020 หลังจากนั้น “ฟีนิกซ์” นกอินทรีตัวใหม่มาประจําการแทนในเกมพบกับเวสต์แฮม เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2024 Peta ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า นกอาจเกิดอาการ “หวาดกลัว สับสน และตื่นตกใจ” [...]
- 마티촌 (태국어) — ปลัด พณ.วางเกมรับมือค่าครองชีพระยะยาว ย้ําไม่ประมาทราคาพลังงานสูง [한국어/English]
ปลัด พณ.วางเกมรับมือค่าครองชีพระยะยาว ย้ําไม่ประมาทราคาพ [...]
2주요
태국기타최종 63.8
근거 출처 7개 보기
- 카오솟 (태국어) — ‘โรม’ เผยถกซักฟอกยังไม่ลงตัว ยืนกรานขอ 5 วัน ชี้แค่ 3 วัน ไม่พออภิปรายรัฐมนตรี 18 คน [한국어/English]
‘โรม’ เผยถกซักฟอกยังไม่ลงตัว ฝ่ายค้านยืนกรานขอ 5 วัน ชี้แค่ 3 วัน ไม่พอสําหรับอภิปรายรัฐมนตรี 18 คน โดยจะนัดพูดคุยเรื่องนี้อีกครั้ง 21 ต.ค. 69 – เวลา 18.00 น. นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป) วาระกําหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องของวันและเวลา โดยวันที่ 22 ต.ค. น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนคนที่ 1 จะนัดประชุมพูดคุยเรื่องนี้อีกครั้ง เมื่อถามว่า ขณะนี้กําลังติดปัญหาเรื่องอะไร นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ความต้องการฝ่ายค้านคือ 5 วัน ปัญหาคือคณะรัฐมนตรี (ครม.) บอกว่า 5 วันไม่ได้ ฉะนั้นหากต้องมีการเจรจาให้ลดไปกว่านี้ หรือบีบเวลาเรา เราจําเป็นต้องไปคุยและปรับในเรื่องนี้ หากเราใช้ฐานในอดีตสมัย [...]
- 마티촌 (태국어) — ฝ่ายค้าน ยัน 5 วันซักฟอก ด้าน ‘กล้าธรรม’ โดดขอเวลาด้วย แต่ไม่รับปากอภิปรายรบ. [한국어/English]
‘โรม’ เผยถกกรอบซักฟอกยังไร้ข้อสรุป ‘ฝ่ายค้าน’ ยืนกรานขอ [...]
- 카오솟 (태국어) — อรรถกร กั๊กตอบ ‘กล้าธรรม’ยกมือหนุนรัฐบาลสู้ศึกซักฟอก ปัดดีลร่วมรบ.ภูมิใจไทย [한국어/English]
อรรถกร กั๊กตอบ ‘กล้าธรรม’ ยกมือหนุนรัฐบาลสู้ศึกซักฟอก เผยยังไม่ประชุมกันในพรรค ปัดดีล ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย บอกไม่ได้คุยกับผู้ใหญ่พรรคอื่นเท่าไหร่ ตอบแทน กก.บห.ไม่ได้ เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 21 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของพรรคกล้าธรรมต่อการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรีว่า เราใช้สิทธิ์ตามสิ่งที่เราพึงมี แต่จะใช้ให้พอเหมาะพอควร เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคกล้าธรรมจะควบรวมกับพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอรรถกร ไม่ตอบคําถามดังกล่าว เมื่อถามว่าพรรคกล้าธรรมจะยกมือโหวตไว้วางใจให้กับรัฐบาลหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เราจะต้องพูดคุยกันในพรรคก่อน เพราะธรรมเนียมของพรรค ก่อนจะโหวตอะไรที่สําคัญเราต้องพูดคุยกันในพรรคอยู่แล้ว ส่วนร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม มีท่าทีในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายอรรถกร กล่าวว่า เดี๋ยวจะต้องไปคุยกัน ตนยังไม่ได้คุยกันเลย เมื่อถามว่าพรรคกล้าธรรมมีดีลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า “เขาก็ไม่ได้มีดีลกับผม ผมไม่เคยได้คุยกับผู้ใหญ่ของพรรคอื่นๆ เท่าไหร่“ เมื่อถามว่าจะมีแนวโน้มที่พรรคกล้าธรรมจะจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ หลังโหวตผ่านอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จ นายอรรถกร กล่าวว่า [...]
- 카오솟 (태국어) — วงแตก! ประชุมวิป 3 ฝ่าย ถกวันซักฟอกไม่ลงตัว ให้กลับไปทําการบ้าน นัดใหม่พรุ่งนี้ [한국어/English]
วงแตก! ประชุม วิป 3 ฝ่าย ถกวันเปิดซักฟอกไม่ลงตัว ให้ทุกฝ่ายกลับไปทําการบ้านมา ก่อนนัดใหม่ บ่ายสอง พรุ่งนี้ เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 21 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม วาระ และกําหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นายรังสิมันต์ โรมสส.บัญชีรายชื่อ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม เข้าร่วมประชุม [...]
- webmaster@thaipbs.or.th — วิป 3 ฝ่ายไร้ข้อสรุปกรอบวันซักฟอกรัฐบาล นัดถกใหม่ 22 ต.ค. [한국어/English]
วันนี้ (21 ต.ค.2569) การประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 4/2569 โดยมี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ประกอบไปด้วยตัวแทน ครม. วิปรัฐบาล และวิปฝ่ายฝ่ายค้าน เพื่อตกลงกรอบเวลาในญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีรวม 18 คน ซึ่งที่ประชุมใช้เวลานานกว่า 2.30 ชั่วโมง ท้ายที่สุดไม่ได้ข้อสรุป ถึงการตกลงกรอบเวลาในการอภิปราย โดยรองประธานสภาคนที่หนึ่ง นัดประชุมอีกครั้งในวันวันที่ 22 ต.ค.ในเวลา 14.00 น. หลังจากที่เริ่มประชุมในเวลา 15.15 น. และระหว่างการประชุมทางฝ่ายค้าน นํากรอบเวลาการอภิปรายในแต่ละครั้ง มาอธิบายอ้างอิงชี้ถึงเหตุผลที่ต้องขอเวลาอภิปรายครั้งนี้ เป็นเวลา 5 วัน เบื้องต้นจะเริ่มประชุมในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในวันที่ 26-29 ต.ค.2569 เริ่มเวลา 09.00 น. เสร็จสิ้นในเวลา 02.00 น. จากนั้นพักประชุมก่อนที่จะเริ่มต่อในเวลา 09.00 น. ของวันเดียวกัน แต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้เป็นที่ยุติ ซึ่งทางฝั่งวิปรัฐบาลเปิดเผยว่าพยายามเจรจาเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในวันนี้ โดย นายธนยศ ทิมสุวรรณ เลขานุการวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า บรรยากาศการพูดคุยเจรจาเป็นไปด้วยดี ซึ่งมีข้อมูลว่าฝ่ายค้านต้องการ 5 วัน และอาจขยับได้เป็นในช่วงเดือน พ.ย. นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ระบุถึงความคืบหน้าการหารือกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการจัดสรรเวลา เนื่องจากคณะรัฐมนตรี และฝ่ายค้านยังหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ ส่วนสาเหตุที่หาข้อสรุป เนื่องจากการกําหนดวันอภิปรายระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ไม่ตรงกันใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ ยอมรับว่า ฝ่ายค้านเสนอเวลาอภิปรายไว้ที่ 5 วัน แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นด้วย ดังนั้น จึงต้องพูดคุยกันเพื่อเตรียมลดเวลาการอภิปราย ซึ่งพรรคฝ่ายค้าน เตรียมความพร้อมไว้ 5 วันแล้ว แต่หากจะบีบเวลาของฝ่ายค้านลงอีก ก็จะต้องมาพูดคุยกัน โดยหยิบยกกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อภิปรายรัฐมนตรี 11 คน ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 42-45 ชั่วโมง แต่ครั้งนี้มีรัฐมนตรีถูกอภิปรายถึง 18 คน จึงจําเป็นต้องอภิปรายให้ครอบคลุม หากจะบีบเวลาจึงเป็นไปได้ยากมาก เพราะฝ่ายค้านจะต้องไปบริหารเวลาให้ครอบคลุมทุกประเด็น และรัฐมนตรีทั้ง 18 คนก็มีข้อกล่าวหามากมาย ซึ่งหากจะบีบเวลาก็ต้องพูดคุยกันใหม่ ทั้งนี้ในความเป็นจริงแล้ว การพูดคุยเรื่องกรอบเวลาต้องพูดคุยกันล่วงหน้า แต่ครั้งนี้ไม่ได้หารือเรื่องกรอบเวลากันมาตั้งแต่ต้น จึงทําให้เกิดปัญหา และทําให้ไม่ได้ข้อยุติกันในวันนี้ ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี มีท่าทีจะเพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้าน นายรังสิมันต์ โรม ย้ําว่า จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า ฝ่ายรัฐบาลจะลดเวลาให้จริงหรือไม่ ซึ่งขณะนี้กําลังสํารวจว่า จะมีความเป็นไปได้ในฉากทัศน์ใดบ้าง แต่หากรัฐบาลจะลดเวลา และฝ่ายค้านจะต้องอภิปรายให้ครอบคลุม 18 รัฐมนตรี ก็ต้องมีเวลาพอสมควรอยู่ดี เพราะกรอบเวลา 3 วันไม่เพียงพอตั้งแต่แรก ต่อให้อภิปรายตลอด 24 ชั่วโมงก็เป็นไปไม่ได้ จึงต้องหาจุดสมดุลร่วมกันใหม่ โดยหลังจากนี้ก็จะพูดคุยกันนอกรอบว่า จะได้ข้อสรุปในการหารือวันพรุ่งนี้ (22 ต.ค.) หรือไม่ อ่านข่าว : "ยศชนัน" ลั่นเพื่อไทยไม่หวั่นเกมการเมือง ปมกล้าธรรมจ่อซบภูมิใจไทย นายกฯ มอบ "ภราดร" คุยวิป 3 ฝ่าย ย้ําวันที่ 27-30 ต.ค. เหมาะสมศึกซักฟอก นิด้าโพลเผยผลสํารวจ "อภิปรายไม่ไว้วางใจ ใครรับศึกหนัก" ชี้มหาดไทยโดนหนักสุด
3주요
4주요
태국기타최종 63.2
근거 출처 4개 보기
- 마티촌 (태국어) — รัดเกล้า จี้อุด 4 ช่องโหว่ หนุนร่างกฎหมายศาลแรงงาน–ค้ามนุษย์ [한국어/English]
รัดเกล้า หนุนร่างกฎหมายศาลแรงงาน–ค้ามนุษย์ จี้อุด 4 ช่อ [...]
- 카오솟 (태국어) — ก.แรงงาน ยกเครื่องกองถ่าย ทั้งลูกจ้าง-ฟรีแลนซ์ เวลาทํางานห้ามเกิน 14 ชั่วโมง [한국어/English]
ก.แรงงาน ยกเครื่องกองถ่าย ทั้งลูกจ้าง-ฟรีแลนซ์ เวลาทํางานห้ามเกิน 14 ชั่วโมง พร้อมทําสัญญาข้อตกลงจ้างงาน ค่าตอบแทน โอที เป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนเริ่มงาน 21 ต.ค. 69 – น.ส.บุณยกร ดํารงรัตน์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางวิธีการทํางานในกองถ่ายภาพยนตร์ ซีรีส์ และละคร แก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย สุขภาพ ชีวิตของบุคลากรในอุตสาหกรรมบันเทิง น.ส.บุณยกร กล่าวว่า สําหรับการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณา (ร่าง) มาตรฐานการทํางานแรงงานสร้างสรรค์ ซึ่งกําหนดให้เป็นมาตรฐานขั้นต่ํา ที่ทุกกองถ่ายต้องปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างหรือฟรีแลนซ์ ทั้งในส่วนฝ่ายแสดง (นักแสดงหลัก สมทบ สตันท์) และฝ่ายเทคนิค (กล้อง ไฟ เสียง คอสตูม ศิลป์ แต่งหน้า โปรดักชัน) โดยร่างมาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมสาระสําคัญในหลายหมวด ได้แก่ 1. ทําสัญญาและข้อตกลงจ้างงาน โดยต้องทําเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงานวันแรก พร้อมระบุรายละเอียดขอบเขตงาน ค่าตอบแทน อัตรา OT และวันจ่ายเงินอย่างชัดเจน 2. [...]
- 카오솟 (태국어) — สาวถูกอดีตแฟนสามี ตามทําร้ายนาน 6 ปี ทําลูกผวา แจ้งความ 3 ครั้งไม่คืบ [한국어/English]
หึงข้ามเวลา สาวถูกอดีตแฟนสามี ตามทําร้ายนาน 6 ปี ทําลูกผวา แจ้งความ 3 ครั้งไม่คืบ ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอ ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่สุโขทัย กรณีน้องสะใภ้ถูกทําร้ายร่างกายจากอดีตแฟนของสามี ซึ่งเลิกรากันไปนานกว่า 6 ปี ตามราวีและก่อเหตุทําร้ายร่างกายหลายครั้ง ซึ่งแจ้งความไปก่อนหน้าหน้านั้นถึง 3 ครั้งแล้วไม่คืบหน้า ตามที่ข่าวนําเสนอไปแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 ต.ค.2569 ที่อาคารมาลีนนท์ หลังจบรายการโหนกระแส “หมิว” อายุ 33 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนถูกเฟิร์นทําร้ายร่างกายรวมทั้งหมด 4 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2564 หน้าร้านโจ๊กในสุโขทัย ครั้งที่ 2 และ 3 เมื่อปี 2565 ที่หน้าร้านสะดวกซื้อ และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ต.ค. บริเวณถนนจรดวิถีถ่อง อ.ศรีสําโรง ครั้งล่าสุดที่ตนไม่สามารถยอมความได้ เนื่องจากส่งผลผลกระทบต่อลูกสาว [...]
- webmaster@thaipbs.or.th — รัฐบาลยัน CPRAM จดทะเบียน "กะเพรา" ไม่ห้ามปลูกแต่ห้ามขาย 4 สายพันธุ์ [한국어/English]
วันนี้ (21 ต.ค.2569) กรณีบริษัท ซีพีแรม จํากัด หรือ CPRAM ยื่นขอขึ้นทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราใหม่ 4 สายพันธุ์ กําลังสร้างความกังวลให้เกษตรกรผู้ปลูกกะเพรา โดยเฉพาะเรื่องสิทธิในการปลูก ขยายพันธุ์ และเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ต่อ ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันว่า เกษตรกรยังสามารถปลูกกะเพราได้ตามปกติ แต่มีข้อจํากัดเกี่ยวกับการนําพันธุ์พืชที่ได้รับความคุ้มครองไปจําหน่ายต่อ หนึ่งในพันธุ์ที่อยู่ในคําขอคือ กะเพราแก้วจุรี 01 ซึ่งได้รับการปรับปรุงมาจากกะเพราพันธุ์พื้นเมือง โดยบริษัทยื่นคําขอต่อกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 3 ก.พ.2566 นอกจากนี้ ยังมีพันธุ์แก้วจุรี 02, 03 และ 04 รวมเป็น 4 สายพันธุ์ ซึ่งระบุช่วงการคุ้มครองระหว่างปี 2567–2579 รวม 12 ปี ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทําให้เกษตรกรใน ต.บ้านใหม่ จ.นนทบุรี ซึ่งบางส่วนของหมู่ 9 ประกอบอาชีพปลูกกะเพรา เกิดความกังวลว่า การขึ้นทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชจะทําให้ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทเอกชนในราคาสูงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเกษตรกรปลูกและขยายพันธุ์กันเองอย่างอิสระ โดยพันธุ์ที่ปลูกทั่วไปเรียกกันว่า กะเพราใบใหญ่และกะเพราแดง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า ตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2542 เอกชนสามารถวิจัยและปรับปรุงพันธุ์พืชเพื่อยื่นขอรับความคุ้มครองได้ การคุ้มครองดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรหรือประชาชนจะถูกห้ามปลูกกะเพรา โดยข้อจํากัดสําคัญคือห้ามนําพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปขายต่อ ด้านแหล่งข่าวจากบริษัทซีพีแรม ระบุว่า การยื่นขอคุ้มครองกะเพราทั้ง 4 สายพันธุ์ เกิดจากการนํากะเพราที่ใช้กันทั่วไป มาผ่านกระบวนการวิจัย ปรับปรุง และคัดเลือกพันธุ์ จนได้สายพันธุ์ที่มีลักษณะเฉพาะตามต้องการ บริษัทต้องการวัตถุดิบที่มีกลิ่นหอม รสเผ็ดเข้มข้น เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตสม่ําเสมอ เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตอาหารพร้อมรับประทาน ที่จําหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงช่วยควบคุมคุณภาพ และความปลอดภัยของอาหารตลอดห่วงโซ่อุปทาน บริษัทชี้แจงด้วยว่า ไม่ได้เป็นเจ้าของกะเพราทุกสายพันธุ์ในประเทศไทย เนื่องจากกะเพรามีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และมีผู้ประกอบการจําหน่ายเมล็ดพันธุ์กะเพราอย่างน้อย 8 แบรนด์ เกษตรกรและประชาชนจึงยังสามารถเลือกซื้อ ปลูก และขยายพันธุ์กะเพราสายพันธุ์อื่น ที่ไม่อยู่ภายใต้สิทธิคุ้มครองของบริษัทได้ โดยไม่จําเป็นต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากซีพีแรม นอกจากซีพีแรม ที่ได้รับสิทธิคุ้มครองกะเพราใหม่ 4 สายพันธุ์แล้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังได้รับสิทธิคุ้มครองกะเพราอีก 1 สายพันธุ์ ประเด็นนี้ทําให้เกิดคําถามเกี่ยวกับที่มาของงานวิจัยและสิทธิในผลงานปรับปรุงพันธุ์ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจํารูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี หรือ BioThai ตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทเอกชนดังกล่าวเคยให้ทุนสนับสนุนการวิจัยแก่มหาวิทยาลัยของรัฐ เพื่อปรับปรุงพันธุ์กะเพรา จึงควรพิจารณาว่า มหาวิทยาลัยควรมีส่วนในสิทธิการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ที่เกิดจากงานวิจัยดังกล่าวด้วยหรือไม่ อีกประเด็นที่ BioThai กังวลคือ หากประเทศไทยตัดสินใจเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 ซึ่งเป็นกรอบระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืช สิทธิของผู้ปรับปรุงพันธุ์อาจเข้มงวดขึ้น และส่งผลต่อสิทธิของเกษตรกรในการเก็บเมล็ดพันธุ์ ไว้ปลูกต่อหรือคัดเลือกพันธุ์ นายวิฑูรย์ ระบุว่า ภายใต้กฎหมายไทยปัจจุบัน เกษตรกรยังมีสิทธิบางประการในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อหรือคัดเลือกพันธุ์ แต่หากอยู่ภายใต้กรอบ UPOV 1991 สิทธิดังกล่าวอาจถูกจํากัด รวมถึงการแจกจ่ายพันธุ์ให้เพื่อนบ้าน ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ขึ้นอยู่กับข้อกําหนดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง นายวิฑูรย์ ยังเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงระบบคุ้มครองพันธุ์พืชอาจส่งผลต่อผู้บริโภคในระยะยาวด้วย จึงเรียกร้องให้ทบทวนการแก้ไขกฎหมาย โดยคํานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดพันธุ์พืช รู้จัก CP และ CPRAM ฉบับย่อ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จํากัด คือ "บริษัทแม่" ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ระดับมหาอาณาจักร ที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเป็นเจ้าของและผู้ลงทุนหลักในโครงสร้างพื้นฐาน ทรัยพ์สิน โครงข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม ห้างสรรพสินค้าโมเดิร์นเทรด เกษตรอุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจร้านค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ในขณะที่ บริษัท ซีพีแรม จํากัด คือ "บริษัทลูก" เฉพาะทางที่แตกไลน์ออกมา เพื่อรับผิดชอบและบริหารจัดการธุรกิจด้าน การผลิตอาหารพร้อมรับประทานและเบเกอรี โดยตรง เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลิตเมนูอาหารกล่องแช่แข็ง ขนมจีบ ซาลาเปา และขนมปังอบสําเร็จรูปที่วางจําหน่ายในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ดังนั้น ทั้ง 2 จึงไม่ใช่บริษัทเดียวกัน แต่ซีพีแรมเป็นเพียงองค์กรย่อยส่วนหนึ่ง ที่ดําเนินธุรกิจอาหารสําเร็จรูปอยู่ภายใต้ร่มใหญ่ของซีพีเท่านั้น อ่านข่าว : วิป 3 ฝ่ายไร้ข้อสรุปกรอบวันซักฟอกรัฐบาล นัดถกใหม่ 22 ต.ค. ย้อนรอย 20 ปี พืชสวนโลกเชียงใหม่ สู่คําถาม "ความคุ้มค่า" พืชสวนโลกอุดรธานี รู้จัก "จักรวาลกะเพราไทย" ราชินีแห่งสมุนไพร
5참고
태국기타최종 61.7
근거 출처 2개 보기
- 마티촌 (태국어) — บูมพืชสวนโลกอุดร รบ.คาดสะพัด2หมื่นล้าน เข้าชมงานวันละ 3 หมื่นคน ดีเดย์1พ.ย.69-14มี.ค.70 [한국어/English]
บูมพืชสวนโลกอุดร รบ.คาดสะพัด2หมื่นล้าน เข้าชมงานวันละ 3 [...]
- webmaster@thaipbs.or.th — ย้อนรอย 20 ปี พืชสวนโลกเชียงใหม่ สู่คําถาม "ความคุ้มค่า" พืชสวนโลกอุดรธานี [한국어/English]
วันนี้ (21 ต.ค.2569) ท่ามกลางกระแสการจับตามองและเตรียมความพร้อม ในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งใหม่ ที่กําลังจะเกิดขึ้นใน จ.อุดรธานี ทําให้สังคมเริ่มกลับมาทบทวนและตั้งคําถามถึงความคุ้มค่าของโครงการในอดีต ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน พื้นที่ 470 ไร่ภายในอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เคยเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ซึ่งในขณะนั้นรัฐบาลทุ่มงบประมาณแผ่นดิน ในการเนรมิตพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานสูงถึง 2,400 ล้านบาท ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเปลี่ยนสภาพมาเป็นอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ภายใต้การบริหารจัดการและดูแลของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โดยปรับบทบาทสถาปนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางพฤกษศาสตร์ระดับประเทศ ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างทางสถาปัตยกรรมที่สําคัญ เช่น หอคําหลวง อาคารเรือนกระจกจัดแสดงพันธุ์ไม้ และโซนสวนนานาชาติ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปยาวนาน 2 ทศวรรษ โครงสร้างพื้นฐานและอาคารจัดแสดงบางส่วน เกิดความทรุดโทรมลงตามกาลเวลา ส่งผลให้มีความจําเป็นต้องใช้งบประมาณจํานวนมากในการบูรณะและซ่อมบํารุงให้คงสภาพเดิม นางอาณดา นิรันตรายกุล ผู้อํานวยการอุทยานหลวงราชพฤกษ์ เปิดเผยถึงโครงสร้างทางการเงินและงบประมาณว่า อุทยานแห่งนี้ทําหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้หลักใน 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านโครงการพระราชดําริและโครงการหลวง ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และด้านศิลปวัฒนธรรม โดยมีรายได้หลักที่ได้รับการจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดิน ปีละประมาณ 100-140 ล้านบาท เงินก้อนนี้จะถูกนํามาใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ บํารุงรักษาภูมิทัศน์ ปรับปรุงอาคารสถานที่ และเป็นค่าจ้างบุคลากรที่ปฏิบัติงานอยู่จํานวน 290 คน ทั้งนี้ งบประมาณจากรัฐบาลดังกล่าวไม่ได้มีตัวเลขที่ตายตัว หากปีใดมีความจําเป็นเร่งด่วนในการซ่อมแซมโครงสร้างขนาดใหญ่ งบประมาณก็จะเพิ่มสูงขึ้น เช่น ในอดีตที่เคยต้องใช้เงินงบประมาณเฉพาะกิจสูงถึง 89 ล้านบาท เพื่อดําเนินการบูรณะปฏิสังขรณ์ตัวอาคารหอคําหลวง ในส่วนของรายได้ภายในอุทยาน ที่สามารถจัดเก็บได้เองนั้น มาจากการจัดจําหน่ายบัตรเข้าชมของนักท่องเที่ยว ค่าเช่าพื้นที่จัดกิจกรรม และรายได้เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ รวมแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ปีละประมาณ 40-50 ล้านบาท โดยเมื่อตรวจสอบข้อมูลงบการเงินจากรายงานประจําปี ของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เฉพาะในส่วนรายได้จากการจําหน่ายบัตรบํารุงอุทยานหลวงราชพฤกษ์ พบความผันผวนอย่างชัดเจน โดยในช่วงปี 2558-2563 อุทยานมีรายได้จากค่าบัตรอยู่ที่ประมาณ 20-44 ล้านบาท/ปี แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2564-2565 รายได้ดังกล่าวลดฮวบลงเหลือเพียงปีละ 6-7 ล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ระดับ 20 ล้านบาทในช่วงปี 2566-2567 และล่าสุดในรอบปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา อุทยานสามารถจัดเก็บรายได้จากค่าบัตรเข้าชมได้ที่ 17,800,000 บาท จากตัวเลขส่วนต่างของรายจ่ายที่สูงกว่ารายได้ ทําให้นักลงทุนหรือสังคมบางส่วน ประเมินว่าโครงการนี้ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งในประเด็นนี้ รศ.นิสิต พันธมิตร ผู้อํานวยการศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ทัศนะสอดคล้องกันว่า หากพิจารณาผลตอบแทนในแง่ของความคุ้มค่าด้านการลงทุนเชิงพาณิชย์ หรือตัวเงินเพียงอย่างเดียว โครงการจัดงานและสร้างอุทยานนี้ ก็ถือว่าไม่คุ้มทุนอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ทางอุทยานหลวงราชพฤกษ์ และนักวิชาการต่างมีความเห็นร่วมกันว่า คําตอบของโครงการนี้ไม่ใช่เรื่องผลกําไรที่เป็นตัวเลข แต่เป็นความคุ้มค่ามหาศาลทางด้านสังคม วัฒนธรรม และการให้การศึกษาแก่เยาวชน ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นคุณค่าทางปัญญาที่ไม่อาจประเมินมูลค่าเป็นเม็ดเงินได้ อ่านข่าว : "จุลพันธ์" ถกนัดแรกบอร์ดประกันสังคมใหม่ ตั้งวิปร่วม 2 ฝ่ายปฏิรูปกองทุน "ยศชนัน" ลั่นเพื่อไทยไม่หวั่นเกมการเมือง ปมกล้าธรรมจ่อซบภูมิใจไทย รัฐบาล ประกาศจะทําพืชสวนโลกปี 2572 ให้ดีขึ้นและยกระดับนครราชสีมาเป็น Sandbox เกษตรมูลค่าสูง
6참고
태국기타최종 61.7
근거 출처 3개 보기
- 카오솟 (태국어) — “วราวุธ” หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต [한국어/English]
“วราวุธ” หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต หลังรถจยย.ที่ขับขี่ ถูกรถ 10 ล้อชน ได้รับบาดเจ็บหนัก ก่อนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ‘ปิยบุตร’ โพสต์อาลัย วันที่ 21 ต.ค.2569 เฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล โพสต์ข้อความ แสดงความอาลัยต่อการจากไป ของ นายวราวุธ วุฒิ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ และอดีต ผู้สมัคร ส.ส.ก้าวไกล สุราษฎร์ธานี เขต1 โดยมีใจความว่า ” [อําลาอาลัย วราวุธ วุฒิ] เมื่อสักครู่ ผมพึ่งได้รับทราบข่าว มีอุบัติเหตุรถ 10 ล้อชนรถจักรยานยนต์ ที่อําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้เสียชีวิต คือ นายวราวุธ วุฒิ ผมเสียใจ เศร้าใจ และใจหายมาก วราวุธ วุฒิ หรือที่ผมเรียกขานแกว่า “พี่ตู่” และน้องๆที่ทํางานตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ด้วยกันเรียกว่า [...]
- 카오솟 (태국어) — สลด ผู้รับเหมาถูกม้าเหล็กทับร่าง เสียชีวิตสยองคารางรถไฟ [한국어/English]
สลด ผู้รับเหมา วัย 61 ถูกม้าเหล็กทับร่าง เสียชีวิตสยองคารางรถไฟ พบฝากของให้แม่ค้าพร้อมสั่งเสีย พนักงานช็อคร้องตะโกนแต่ไม่ฟัง คาดปมเครียดหนี้หนี้สิน-โรครุมเร้า วันที่ 21 ต.ค.2569 ร.ต.อ.นิวัฒน์ แจ้งกระโทก รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุคนถูกรถไฟทับร่างเสียชีวิต บริเวณจุดตัดทางรถไฟบ้านขาว หมู่ 11 ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน และแพทย์เวร เข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบศพนายสุริยัน อายุ 61 ปี ชาว อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย สภาพร่างกายถูกขบวนรถไฟชนอย่างรุนแรง จนชิ้นส่วนกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่ตํารวจตรวจสอบ และบันทึกสถานที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนประสานญาติให้รับทราบ เพื่อดําเนินการรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณีต่อไป นายคําผล อิศคง อายุ 63 ปี พนักงานโบกรถไฟ เล่าว่า ขณะกําลังปฏิบัติหน้าที่อํานวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณจุดเกิดเหตุ สังเกตเห็นนายสุริยันเดินมานั่งอยู่ใกล้จุดที่ตนทํางาน จึงเข้าไปสอบถาม แต่ผู้ตายไม่ได้พูดอะไร ต่อมาเมื่อเห็นว่ารถไฟกําลังจะผ่าน จึงตะโกนเตือนให้หลบออกจากทางรถไฟ แต่สุริยันกลับพูดขึ้นว่า “จะนอนให้รถไฟทับ [...]
- 마티촌 (태국어) — ตู่ วราวุธ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ปิยบุตร โพสต์อาลัย [한국어/English]
ตู่ วราวุฒิ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ประสบอุบ [...]
7참고
태국기타최종 60.8
근거 출처 2개 보기
- 마티촌 (태국어) — ปัตตานีระทึก! คนร้ายลอบยิงชาวบ้าน หลังตลาดนัดบ่อทอง ดับ 1 เจ็บ 1 [한국어/English]
ปัตตานีระทึก! คนร้ายลอบยิงชาวบ้าน หลังตลาดนัดบ่อทอง ดับ [...]
- webmaster@thaipbs.or.th — หญิง 67 ปี ขับเก๋งพุ่งชนกระจกห้างย่านอ่อนนุช เจ็บ 6 คน [한국어/English]
วันนี้ (21 ต.ค.2569) เจ้าหน้าที่ตํารวจ สน.พระโขนง รับเหตุรถยนต์ส่วนบุคคล พุ่งชนกระจก ก่อนจะชนประชาชนภายในห้างสรรพค้าแห่งหนึ่ง ย่านอ่อนนุช กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน เป็นหญิงทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัย ช่วยเหลือนําตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ต่อมาหญิงอายุ 81 ปี หนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเข้าให้ปากคํากับ พนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุมาช่วยผู้พิการทางสายตา ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ห้างสรรพสินค้าดังกล่าว จากนั้นมีรถเก๋งคันหนึ่งขับพุ่งชนเข้ามา แต่เนื่องจากบริเวณที่นั่งอยู่มีเสาเหล็กกั้นไว้ จึงทําให้รถที่พุ่งมาชะลอความเร็วลง ส่วนตัวเองก็ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา เพราะถูกเสาเหล็กกระเด็นใส่ ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นหญิงอายุ 67 ปี เข้าให้ปากคํากับพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง อ้างว่า ตัวเองเกิดอาการตกใจเพราะรถเคลื่อน จึงตั้งใจจะเหยียบเบรก แต่ไปเผลอเหยียบคันเร่ง ทําให้รถพุ่งชนกระจกของห้างสรรพสินค้า จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุที่ไม่ลงจากรถทันหลังเกิดเหตุ เนื่องจากตกใจ สําหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ก่อเหตุอยากขอโทษผู้บาดเจ็บทุกคน โดยหลังจากนี้ทางบริษัทประกันภัย จะเข้ามารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนตัวเองก็จะมอบเงินเยียวยาบางส่วนให้กับผู้บาดเจ็บทุกคน เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุ เนื่องจากต้องทยอยสอบปากคําผู้บาดเจ็บให้ครบก่อน อ่านข่าว : ตํารวจ ปส.ยิงปะทะขบวนการขนยาไอซ์ วิสามัญฯ 2 คน ที่เพชรบุรี กรมป่าไม้ เร่งตรวจสอบปมร้องเรียนสร้าง "วิลลา" บนเกาะพะงัน
8관찰
태국기타최종 60.8
근거 출처 2개 보기
- 마티촌 (태국어) — คต. ผนึกกําลังพันธมิตรสกัดนําเข้าขยะผิดกฎหมาย [한국어/English]
คต. ผนึกกําลังพันธมิตรสกัดนําเข้าขยะผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ [...]
- 카오솟 (태국어) — ซีพี ผนึก 30 พันธมิตร เปิดโจทย์ธุรกิจจริงร่วมสร้างนวัตกรรม [한국어/English]
“ศุภชัย เจียรวนนท์” วาง CP COE เป็นแล็บแห่งการเรียนรู้ เชื่อมพลังคน–เทคโนโลยี สร้างคุณค่าให้สังคม เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยศูนย์นวัตกรรมความเป็นเลิศซีพี หรือ CP Innovation Center of Excellence (CP COE) ประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยี 30 องค์กร เชื่อมองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีเข้ากับโจทย์ธุรกิจจริง เพื่อพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคตและร่วมสร้างนวัตกรรม โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ย้ําบทบาทพันธมิตรด้านเทคโนโลยีคืออีกหนึ่งกําลังสําคัญของการเปลี่ยนผ่านองค์กร พร้อมมุ่งให้ CP COE เป็นพื้นที่ทดลองและเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อต่อยอดนวัตกรรมที่ใช้ได้จริงและสร้างประโยชน์แก่ธุรกิจ ประเทศชาติ และสังคมโลก การประกาศความร่วมมือจัดขึ้นภายในงานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน 2026 หรือ CP Innovation Exposition 2026 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ True Digital Park ฝั่ง West โดยมีผู้บริหารและผู้แทนองค์กรพันธมิตรด้านเทคโนโลยี [...]
9관찰