ASIA INTELLIGENCE BRIEFING · 12 REGIONS태국 EDITION

TODAY, TOP 10 HOT NEWS

2026-11-03 · 오늘 · 2026-11-03T08:03:05.191699+09:00 생성

Archive timelineLatest 날짜가 노란색으로 강조됩니다
1위 핵심 이슈2–4위 주요 이슈5–7위 참고 이슈8–10위 관찰 이슈
1핵심
🔥 TOP ISSUE #01태국기타📰 https://www.thaipbs.or.th/news/rss/news최종 60.5

"นายกฯ" โต้ปมล็อกสเป็กโซลาร์ประชาชน ไม่มีการหักหัวคิวเพราะโครงการยังไม่เริ่ม

วันนี้ (2 พ.ย.2569) ที่จังหวัดหนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หลังมีข้อวิจารณ์ ว่า มีการซ่อนเงื่อนไขการล็อก…

검토: 자동 경고 없음

뉴스 사진
근거 출처 2개 보기
  • https://www.thaipbs.or.th/news/rss/news — "นายกฯ" โต้ปมล็อกสเป็กโซลาร์ประชาชน ไม่มีการหักหัวคิวเพราะโครงการยังไม่เริ่ม [한국어 번역]
    วันนี้ (2 พ.ย.2569) ที่จังหวัดหนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หลังมีข้อวิจารณ์ ว่า มีการซ่อนเงื่อนไขการล็อกสเป็ก พบ 60 บริษัท มีที่อยู่บริษัทที่ซ้ํากัน และ อีก 120 บริษัท มีชื่อผู้ถือหุ้นสลับกัน ว่า อย่าเพิ่งไปตกใจกับรายชื่อหรือจํานวนบริษัท เพราะบางคนระบุว่า มี 100 บริษัทก็น้อยไป ควรเปิดกว้างมากกว่านี้ บางคนก็บอกว่า 60 บริษัทก็เยอะไป พูดได้หมดเลย แต่เวลาที่มีการประมูลงาน ไม่เคยเห็นเกิน 20-30 รายที่ผ่าน และตอนนี้รายชื่อที่ปรากฏ คือคนมีสิทธิ์ซื้อประมูล เป็นบริษัทที่มีการจดทะเบียน สามารถซื้อซองและแสดงความสนใจในการประมูลได้ ไม่ใช่ผู้ที่จะได้งาน "ส่วนใหญ่หากจะมีการร้องเรียน ก็ต้องดูสเป็กเฉพาะเจาะจงนี่แหละ หากเขียนไม่เข้าท่าหรือเอื้อประโยชน์ให้ใคร ซึ่งยืนยันแล้วว่าสมัยผมไม่มี ไม่กล้า สมัยก่อนไม่รู้ แต่สมัยผมไม่มี เพราะผมไม่เอาเรื่องพวกนี้ ทุกหน่วยงานพอผมเอ๊ะปุ๊บ เขารู้ว่าผมรู้ You know that I know that you know that I know" เมื่อถามถึงกรณีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการหักหัวคิวบริษัทรายย่อย นายกรัฐมนตรี ลากเสียงว่า "ไม่มี" ถ้าใครทําผมก็หักคอ แค่นั้นแหละ ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะขึ้นรถ หันมาถามรายละเอียดกับผู้สื่อข่าวกรณีการหักหัวคิวผู้ประกอบการรายย่อย ก่อนจะให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ตอนนี้ยังไม่ตกผลึกเรื่องของราคา แล้วจะมีการหักหัวคิวได้อย่างไร ประชาชนเป็นผู้เลือกเวนเดอร์เอง ดังนั้นสื่อมวลชนจะถามอะไรต้องกรอง จะหักหัวคิวได้อย่างไร เพราะยังไม่เริ่มเลย แต่หากมีก็เอาตาย ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า นายกรัฐมนตรี ไม่คิดว่าการตรวจสอบก่อนเป็นเรื่องดีหรือ นายกรัฐมนตรี ย้ําว่าตรวจสอบมาแล้ว มีการสกรีนจากผู้ว่าฯ การไฟฟ้า มีคณะกรรมการ มีรมช.มหาดไทย กํากับดูแลอยู่ ตนเองไม่คิดว่าคนเหล่านี้ จะทําสิ่งไม่ดี เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่มีคนจับตาดูไม่รู้เท่าไร และไม่ใช่โครงการที่สร้างทีเดียวแล้วเลิก นี่ทําทั้งปี และเกี่ยวข้องกับประชาชนล้านหลังคาเรือน ดังนั้น ไม่สามารถซ่อนได้อยู่แล้ว ทุกอย่างต้องทําได้ด้วยความสุจริต โปร่งใส และมีเงินของรัฐบาลอีก 50,000 บาท แล้วจะให้ปล่อยเกิดการทุจริตได้อย่างไร และยังมีเงินของประชาชนอีก ดังนั้น ต้องรักษาประโยชน์ให้ดีที่สุด เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการพุ่งเป้ามาที่นายกรัฐมนตรีโดยตรง นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่บอก ตอนนี้เหมือนกระต่ายตื่นตูม ตนเองไม่ได้มองอะไรทั้งสิ้น มองแค่ว่าคนที่ได้งาน ได้งานอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ดูไม่ยากหรอก ขณะเดียวกันก็กํากับดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย อ่านข่าว : PEA ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีส่วนต่างค่าติดตั้งโซลาร์เซล ยันยกเลิกแบบสํารวจแล้ว "โซลาร์ ภาคประชาชน" ผู้รับเหมารายย่อย "ถอย" สู่ปมกินหัวคิวส่วนต่าง "อนุทิน" ยันโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ไม่ได้ตีเช็คเปล่า ชี้ฝ่ายค้านโจมตีแบบมีโมหจริต
  • 카오솟 (태국어) — บทบรรณาธิการ – โซลาร์ภาคประชาชน [한국어 번역]
    โครงการโซลาร์ภาคประชาชน มีเป้าหมายลดภาระค่าไฟฟ้าครัวเรือน ส่งเสริมพลังงานสะอาด และเปิดโอกาสให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เอง แต่การดําเนินงานกลับมีข้อจํากัดหลายด้าน ทั้งภาระเงินค้ําประกันผู้ติดตั้ง ความคุ้มค่าของประชาชน และความพร้อมของระบบไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งแก้ไข รัฐบาลเปิดตัวโครงการ ตั้งเป้าสนับสนุน 1 ล้านครัวเรือน วงเงินรวม 5 หมื่นล้านบาท โดยช่วยค่าอุปกรณ์และติดตั้งรายละ 5 หมื่นบาท ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ํา 2.5% ผ่อนสูงสุด 7 ปี ผ่านธนาคารรัฐ 3 แห่ง พร้อมรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินหน่วยละ 2.20 บาท นาน 10-20 ปี อย่างไรก็ตาม ฝ่ายการเมือง ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ และนักวิชาการด้านพลังงาน ต่างตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาสําคัญ 3 เรื่อง เรื่องแรก เงินค้ําประกันผู้ติดตั้ง ที่กําหนดให้วางหลักประกันธนาคาร 5 หมื่นบาทและประกันผลงานอีก 1 หมื่นบาท รวม 6 หมื่นบาทต่อหลัง เป็นภาระหนักสําหรับช่างอิสระและผู้ประกอบการรายย่อย จนเกิดข้อกังวลว่าอาจเปิดทางให้ทุนใหญ่ครองตลาด แม้รัฐบาลเตรียมให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ [...]
2주요
태국기타📰 카오솟 (태국어)최종 60.5

โสภณ เห็นชอบ แนวทางกมธ.สามัญ 35 คณะ สั่งริบอํานาจ ประธานกมธ. ห้ามเรียกบุคคล ชี้แจงตามอําเภอใจ

“โสภณ” เห็นชอบ แนวทางดําเนินงาน กมธ.สามัญ ทั้ง35คณะ สั่งริบอํานาจประธานกมธ.ห้ามเรียกบุคคล ชี้แจงตามอําเภอใจ โดยไม่มีมติกมธ. หากเรื่องใด คาบเกี่ยวพิจารณากมธ.2คณะขึ้นไป ให้…

검토: 자동 경고 없음

뉴스 사진
근거 출처 2개 보기
  • 카오솟 (태국어) — โสภณ เห็นชอบ แนวทางกมธ.สามัญ 35 คณะ สั่งริบอํานาจ ประธานกมธ. ห้ามเรียกบุคคล ชี้แจงตามอําเภอใจ [한국어 번역]
    “โสภณ” เห็นชอบ แนวทางดําเนินงาน กมธ.สามัญ ทั้ง35คณะ สั่งริบอํานาจประธานกมธ.ห้ามเรียกบุคคล ชี้แจงตามอําเภอใจ โดยไม่มีมติกมธ. หากเรื่องใด คาบเกี่ยวพิจารณากมธ.2คณะขึ้นไป ให้กมธ.ที่เกี่ยวข้องหาข้อตกลง มอบอํานาจให้ชุดใดดําเนินการ ห้าม กมธ.ประชุมซ้ําซ้อนเรื่องเดียวกัน 2 พ.ย. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งเรื่องการใช้อํานาจของประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) สามัญ ทั้ง 35 ชุด ของสภาผู้แทนราษฎร ในการเรียกบุคคลต่างๆมาให้ข้อมูลต่อกมธ.ที่มีข้อถกเถียงเรื่องการใช้อํานาจประธานกมธ.เรียกบุคคลมาชี้แจง โดยไม่ผ่านมติของกมธ.นั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา มีการประชุมร่วมกันระหว่าง ประธานสภาผู้แทนราษฎรกับประธานกมธ.ทั้ง35คณะ เพื่อหารือแนวทางการดําเนินงานของกมธ.ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งเรื่องขอบเขตอํานาจหน้าที่ อํานาจการบรรจุระเบียบวาระการประชุม การกําหนดเรื่องพิจารณา การเชิญบุคคลหรือหน่วยงานมาให้ข้อมูล การใช้อํานาจเรียกของกมธ. โดยมีแนวทางข้อสรุปการดําเนินงานของกมธ.ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันดังนี้ 1. การตีความขอบเขตหน้าที่และอํานาจของกมธ. จะต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของกมธ.โดยกมธ.แต่ละคณะต้องตีความโดยเคร่งครัดตามตัวอักษร ควบคู่กับเจตนารมณ์ของกฎหมาย มิอาจตีความขยายขอบเขตอํานจจนซ้ําซ้อนกับหน้าที่ของกมธ.คณะอื่นได้ ทั้งนี้หากการพิจารณาเรื่องใดเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกมธ.ตั้งแต่ 2 คณะขึ้นไป จะให้เจ้าหน้าที่รายงานเรื่องดังกล่าวต่อ ประธานสภาฯ เพื่อยุติการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไว้ชั่วคราวก่อน และเรียกประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาฯกับประธานกมธ.คณะที่เกี่ยวข้อง ตกลงกันว่าจะให้กมธ.ชุดใดพิจารณาเรื่องนั้นๆ หากไม่สามารถตกลงกันได้ [...]
  • https://www.thaipbs.or.th/news/rss/news — ปธ.สภาฯ วางกรอบ กมธ. 35 คณะ - ห้าม ปธ.กมธ.ใช้อํานาจฝ่ายเดียวบรรจุวาระ [한국어 번역]
    วันนี้ (2 พ.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ได้ประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร กับประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ เมื่อวันพุธที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการดําเนินงานของคณะกรรมาธิการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน บัดนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบแนวทางการดําเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญ ของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จึงขอให้ท่านแจ้งเวียนแนวทางดังกล่าวให้บุคลากรในสังกัดทราบ พร้อมทั้งซักซ้อมความเข้าใจและถือปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้อง และแจ้งให้คณะกรรมาธิการทราบแนวทางการดําเนินงานของคณะกรรมาธิการดังกล่าวด้วย โดยมีแนวทาง ดังนี้ 1. การตีความขอบเขตหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมาธิการสามัญ 1.1 หลักการ การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตหน้าที่และอํานาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมสภา ผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ90 วรรคหนึ่ง กล่าวคือ จะต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอํานาจของสภาผู้แทนราษฎร และหน้าที่และอํานาจตามที่ระบุไว้ในการตั้งคณะกรรมาธิการ ซึ่งคณะกรรมาธิการสามัญแต่ละคณะจะต้องตีความโดยเคร่งครัด ตามตัวอักษรควบคู่กับเจตนารมณ์ของกฎหมาย ประกอบกับสาระสําคัญของเรื่องที่พิจารณา โดยมิอาจตีความขยายขอบเขตอํานาจจนซ้ําซ้อนกับหน้าที่ และอํานาจของคณะกรรมาธิการอื่นได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการก้าวล่วงหรือก้าวก่ายหน้าที่ และอํานาจระหว่างกันของคณะกรรมาธิการ 1.2 เรื่องเกี่ยวข้องกัน กรณีเรื่องพิจารณาใดของคณะกรรมาธิการตั้งแต่ 2 คณะขึ้นไป กล่าวคือ สาระสําคัญของเรื่องพิจารณาเป็นเรื่องที่อยู่ในขอบเขตหน้าที่และอํานาจตั้งแต่ 2 คณะขึ้นไป และเข้าลักษณะ "เรื่องเกี่ยวข้องกัน" ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 90 วรรค 4 จะต้องปฏิบัติตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทํากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ.2562 โดยมีขั้นตอนและวิธีดําเนินการ 1) เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตรวจสอบและรายงานเรื่อง พิจารณาของคณะกรรมาธิการพร้อมความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร 2) ประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาและมีดําริสั่งการเป็น 2 ประการ คือ (1) ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องยุติการพิจารณาเรื่องดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวก่อน (ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรฯ ข้อ 5) (2) กําหนดนัดประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภากับประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะ (ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรฯ ข้อ 5) (3) การประชุมร่วมระหว่างประธานสภากับประธานคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะ อาจตกลงวิธีดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ (ระเบียบสภาผู้แทนราษฎรฯ ข้อ 6) (3.1) ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะร่วมกันดําเนินการ โดยตกลงร่วมกันให้ประธานคณะกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งเป็นประธานดําเนินการ หากไม่อาจตกลงกันได้ให้ประธานสภาเป็นผู้กําหนด (3.2) ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทุกคณะร่วมกันดําเนินการ โดยให้คณะกรรมาธิการคณะใดคณะหนึ่งเป็นหลักในการดําเนินการ และให้คณะกรรมาธิการคณะอื่นที่เกี่ยวข้องส่งกรรมาธิการตามจํานวนที่ที่ประชุมกําหนดเข้าร่วมการดําเนินการนั้นด้วย (3.3) แนวทางอื่นที่เห็นชอบให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องร่วมกันดําเนินการ ทั้งนี้ การดําเนินการของประธานสภาผู้แทนราษฎรตามระเบียบสภาผู้แทนราษฎรว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกระทํากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกันของคณะกรรมาธิการหลายคณะ พ.ศ.2562 มีลักษณะเป็นการดําเนินกิจการของสภาผู้แทนราษฎร ประธานสภาผู้แทนราษฎรอาจมอบหมายให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรทําหน้าที่แทนได้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา119 ประกอบกับข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 10 2 การนัดประชุมของคณะกรรมาธิการ 2.1 หลักการ การนัดประชุมของคณะกรรมาธิการจะกําหนดโดยมติที่ประชุม คณะกรรมาธิการในการประชุมนัดแรกเพื่อกําหนดให้มีการประชุมประจําสัปดาห์ (ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 93 วรรคหนึ่ง ประกอบข้อ 19 วรรคสอง) 2.2 ประธานคณะกรรมาธิการ จะมีอํานาจในการนัดประชุมเป็นพิเศษได้เมื่อเห็นสมควร (ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 93 วรรคหนึ่ง ประกอบข้อ 19 วรรคสาม) โดยการใช้อํานาจนัดประชุมเป็นพิเศษ ของประธานคณะกรรมาธิการพึงคํานึ่งถึงแนวทางการ พิจารณา ดังนี้ 1) "การนัดประชุมเป็นพิเศษ" ย่อมหมายถึง การนัดประชุมของประธานคณะกรรมาธิการที่มิใช่วันและเวลา ตามมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการกําหนดไว้เป็นประจําทุกสัปดาห์ โดยลักษณะการนัดประชุมเป็นพิเศษนั้น ต้องเป็นเรื่องพิจารณาเร่งด่วน และมิใช่เป็นการนัดประชุม ต่อเนื่องเป็นประจําทุกสัปดาห์ เช่น คณะกรรมาธิการมีมตินัดประชุมประจําสัปดาห์ทุกวันพุธ เวลา 13.30 น. ถ้ามีเรื่องเร่งด่วนที่อยู่ในหน้าที่ และอํานาจของคณะกรรมาธิการ ประธานคณะกรรมาธิการอาจนัดประชุมเป็นพิเศษ ในวันและเวลาอื่นได้ในสัปดาห์เดียวกัน แต่จะนัดประชุมเป็นพิเศษลักษณะที่ต่อเนื่องเป็นประจําทุกสัปดาห์มิได้ เป็นต้น 2) "แนวปฏิบัติการนัดประชุมประจําสัปดาห์" หากคณะกรรมาธิการงดประชุมมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ประธานคณะกรรมาธิการก็มีอํานาจเรียกประชุมตามวันและเวลาที่คณะกรรมาธิการได้เคยมีมติไว้ได้ เพื่อให้การประชุมของคณะกรรมาธิการสามารถกระทําได้ ทั้งนี้ ก่อนการกําหนดนัดประชุมเป็นพิเศษ ข้อ1) หรือ การนัดประชุมประจําสัปดาห์ตามข้อ 2) ข้างต้น ประธานคณะกรรมาธิการควรหารือกับกรรมาธิการในคณะ เพื่อตรวจสอบความพร้อมขององค์ประชุมหรือข้อขัดข้องอื่นใด ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์แอปพลิเคชันไลน์ เป็นต้น อย่างไรก็ดี การบรรจุระเบียบวาระการประชุมจะต้องเป็นไปตามแนวทาง ที่กําหนดไว้ในข้อ 3 ของแนวทางการดําเนินงานนี้ 3.การบรรจุระเบียบวาระการประชุม 3.1 หลักการ การบรรจุระเบียบวาระเรื่องพิจารณาของคณะกรรมาธิการ จะต้องเป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการ และประธานคณะกรรมาธิการไม่อาจเปลี่ยนแปลงวาระการประชุมที่กําหนดโดยมติที่ประชุมได้ 3.2 อํานาจประธานคณะกรรมาธิการ การนําบทบัญญัติในข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวกับการประชุมมาใช้บังคับ โดยอนุโลมกับการประชุมคณะกรรมาธิการพึงกระทํา ด้วยความระมัดระวัง โดยคํานึงถึงความแตกต่างของลักษณะการประชุมสภา และการประชุมคณะกรรมาธิการ ทั้งนี้ พึงต้องพิจารณาด้วยว่าคณะกรรมาธิการเป็นองค์กรกลุ่มซึ่งแต่งตั้งโดยมติของสภา จึงย่อมไม่อาจมีอํานาจเกินไปกว่าสภาได้ ดังนั้น แม้ว่าประธานคณะกรรมาธิการจะมีอํานาจบรรจุระเบียบวาระการประชุมได้ แต่ก็มิได้หมายความว่าจะสามารถใช้อํานาจดังกล่าวได้อย่างไม่มีข้อจํากัด เช่นกันกับกรณีอํานาจการบรรจุระเบียบวาระการประชุมของประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถูกจํากัดไว้โดยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และข้อบังคับการประชุม เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดรองรับอํานาจในการบรรจุระเบียบวาระการประชุมของประธานคณะกรรมาธิการไว้โดยตรง ดังนั้น ประธานคณะกรรมาธิการ ย่อมมีเพียงอํานาจที่จะบรรจุระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมาธิการ ในเรื่องแจ้งที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอํานาจของคณะกรรมาธิการ รวมไปถึงเรื่องอื่น ๆ เพื่อให้คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณามีมติว่าจะปฏิบัติหรือดําเนินการอย่างไรต่อไปเท่านั้น โดยประธานคณะกรรมาธิการไม่มีอํานาจบรรจุระเบียบวาระเรื่องพิจารณา และกําหนดให้เชิญบุคคลหรือหน่วยงานต่าง ๆ มาชี้แจง ฯลฯ โดยที่ไม่มีมติคณะกรรมาธิการ ทั้งนี้ เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 129 และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 90 กําหนดไว้ 4. การเรียกบุคคลหรือเอกสารของคณะกรรมาธิการหลักการ "อํานาจเรียก" ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา129 วรรคสี่ เป็นการเชิญหรือการขอความร่วมมือบุคคลให้ส่งเอกสารหรือให้มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็น ต่อคณะกรรมาธิการ ซึ่งการใช้อํานาจเรียกเป็นอํานาจของคณะกรรมาธิการ ประธานคณะกรรมาธิการจึงไม่มีอํานาจเรียกบุคคลหรือเอกสารได้โดยลําพัง จําเป็นต้องอาศัยมติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการเท่านั้น ทั้งนี้ แม้ว่าในทางปฏิบัติคณะกรรมาธิการอาจใช้ถ้อยคําว่าเป็น "การเชิญ" แทน "การเรียก" ต่างก็มีความหมายอย่างเดียวกัน คือ เป็นการขอความร่วมมือโดยอาศัยฐานอํานาจตามที่รัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ แต่หากคณะกรรมาธิการไม่ได้รับความร่วมมือจากบุคคล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เชิญและประสงค์ให้เกิดสภาพบังคับทางกฎหมาย แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าว จะต้องดําเนินการเรียกบุคคลหรือเอกสาร ตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนของพระราชบัญญัติอํานาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2568 อ่านข่าว : กมธ.กฎหมายฯ เดือด "ศุภชัย" โวย "รังสิมันต์" ปมเชิญ "ศิริโชค" ชี้แจง "ไอเดียร์" พาสามีพบ ดีเอส ให้ข้อมูลกว่า 3 ชม.ปมถือหุ้น 1.47% บ.เชื่อมโยงเว็บพนัน "โรม" ตอบปม ไม่ไปแจ้งความคดี "สามีไอเดียร์" ถือหุ้นเว็บพนัน ชี้เรื่องใหญ่กว่าแค่ตัวบุคคล "ไชยชนก" ชี้ "สส.ไอเดียร์" ต้องชี้แจงปมบัญชีทรัพย์สิน ย้ําทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย "ไอเดียร์" เตรียมแจงปมถูกพาดพิง ไม่ตอบให้ข้อมูล กมธ.หรือไม่ "สส.ไอเดียร์" แจ้งความเอาผิด "รังสิมันต์ โรม" ข้อหาหมิ่นประมาท "กมธ.ปภ." เชิญ "เจเศรษฐ์-ทวิดา" ถกให้เคลียร์ ปมเงินเยียวยาน้ําท่วม กมธ.กฎหมาย ยื่นหนังสือด่วนเชิญ “สส.ไอเดียร์-สามี " ชี้แจงที่มาทรัพย์สินเกือบ 2 พันล้าน สส.สกลนคร ยื่น กมธ.อุตสาหกรรม ตรวจสอบปมสํารวจแร่โพแทชกว่า 5.6 แสนไร่
3주요
태국기타📰 카오솟 (태국어)최종 59.9

หวานเจี๊ยบ! ก่อนศึกซักฟอก “อนุทิน-ยศชนัน” ร้องเพลงจับมือยกโชว์ชื่นมื่น ก่อนประชุมครม.สัญจรพรุ่งนี้

หวานเจี๊ยบ! ก่อนศึกซักฟอก “อนุทิน” ร้องเพลง “ใช่เลย”” บอก 70 กําลังดี อย่ามากไปกว่านี้ ด้าน “ยศชนัน” ร้องเพลง “คนสุดท้าย” ตอบรับ ก่อนจับมือยกโชว์ ชื่นมื่น ขณะที่ เลขา ครม…

검토: 자동 경고 없음

뉴스 사진
근거 출처 2개 보기
4주요
태국기타📰 마티촌 (태국어)최종 59.9

ระทึก เก๋งหวิดตกลานจอดรถ ชั้น 4 ตึกใหญ่ย่านบางรัก จนท.ช่วยได้แล้ว ไร้ผู้บาดเจ็บ

ระทึก เก๋งหวิดตกลานจอดรถ ชั้น 4 ตึกใหญ่ย่านบางรัก จนท.ช [...]

검토: 자동 경고 없음

뉴스 사진
근거 출처 2개 보기
5참고
태국기타📰 카오솟 (태국어)최종 59.9

ภูเก็ตอากาศแปรปรวน เสียงฟ้าร้องลั่นลมแรงก่อนฝนถล่มหนัก 3 อําเภอ ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ําท่วมขัง

ภูเก็ตเจอสภาพอากาศแปรปรวน มีเสียงฟ้าร้องและลมพัดแรง ก่อนมีฝนตกหนักต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่ 3 อําเภอ ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ําท่วมขังถนน เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 2 พ.ย.25…

검토: 자동 경고 없음

뉴스 사진
근거 출처 2개 보기
  • 카오솟 (태국어) — ภูเก็ตอากาศแปรปรวน เสียงฟ้าร้องลั่นลมแรงก่อนฝนถล่มหนัก 3 อําเภอ ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ําท่วมขัง [한국어 번역]
    ภูเก็ตเจอสภาพอากาศแปรปรวน มีเสียงฟ้าร้องและลมพัดแรง ก่อนมีฝนตกหนักต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่ 3 อําเภอ ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ําท่วมขังถนน เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 2 พ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานเกิดสภาพอากาศแปรปรวนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีเสียงฟ้าร้องและลมพัดแรง ก่อนจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 3 อําเภอ ได้แก่ อําเภอเมืองภูเก็ต อําเภอกะทู้ และอําเภอถลาง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ําท่วมขังบนถนนและผิวการจราจร โดยเฉพาะในพื้นที่อําเภอเมืองภูเก็ต อาทิ ถนนประชาอุทิศ 1 บริเวณตรงข้ามซูเปอร์ชีปสาขาย่อยพะเนียง หน้าร้านกองเงิน และบริเวณสามแยกปากซอยนาวารักษ์ ตําบลรัษฎา พบมีน้ําท่วมขังบนผิวถนน ขณะที่พื้นที่ตําบลป่าตอง อําเภอกะทู้ บริเวณหน้าสถานบันเทิงไซม่อนคาบาเรต์ ถนนสิริราชย์ ก็ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก มีน้ําท่วมขังในพื้นที่เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีรายงานน้ําป่าจากบริเวณเขา 50 ปี ไหลลงสู่ถนนนาใน ตําบลป่าตอง ส่งผลให้มีกระแสน้ําไหลผ่านถนน ทําให้การสัญจรของประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นไปด้วยความยากลําบาก ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง โดยเฉพาะเส้นทางที่มีน้ําท่วมขังและบริเวณทางน้ําไหลผ่าน พร้อมหลีกเลี่ยงการขับขี่ผ่านกระแสน้ําที่ไหลเชี่ยว และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
  • 마티촌 (태국어) — ภูเก็ตฝนถล่มหนัก 2 ชม. น้ําป่าเขา 50 ปีทะลัก-ท่วมขังหลายจุด กระทบสัญจรหนัก [한국어 번역]
    ภูเก็ตฝนถล่มหนัก 2 ชม. น้ําป่าเขา 50 ปีทะลัก-ท่วมขังหลาย [...]
6참고
태국기타📰 카오솟 (태국어)최종 59.9

“สุชาติ” เผยข่าวดี! ลูกช้างป่ากําพร้าถึงเขาสอยดาวปลอดภัยสั่งดูแลใกล้ชิดเล็งคืนสู่ธรรมชาติ เร่งหาเหตุแม่ช้างล้ม

“สุชาติ” เผยข่าวดี! ลูกช้างป่ากําพร้าถึงเขาสอยดาวปลอดภัย สั่งดูแลใกล้ชิด เร่งหาสาเหตุแม่ช้างล้ม เล็งคืนลูกช้างสู่ธรรมชาติ วันที่ 2 พ.ย.2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าก…

검토: 자동 경고 없음

뉴스 사진
근거 출처 3개 보기
  • 카오솟 (태국어) — “สุชาติ” เผยข่าวดี! ลูกช้างป่ากําพร้าถึงเขาสอยดาวปลอดภัยสั่งดูแลใกล้ชิดเล็งคืนสู่ธรรมชาติ เร่งหาเหตุแม่ช้างล้ม [한국어 번역]
    “สุชาติ” เผยข่าวดี! ลูกช้างป่ากําพร้าถึงเขาสอยดาวปลอดภัย สั่งดูแลใกล้ชิด เร่งหาสาเหตุแม่ช้างล้ม เล็งคืนลูกช้างสู่ธรรมชาติ วันที่ 2 พ.ย.2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกช้างป่ากําพร้า หลังพบเดินวนเวียนเฝ้าซากแม่ช้างในพื้นที่ หมู่ 6 บ้านบ่อโบกปูน ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เคลื่อนย้ายลูกช้างป่าจากพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี ได้อย่างปลอดภัยแล้ว เมื่อช่วงเวลา 23.30 น. ของวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อให้ทีมสัตวแพทย์ดูแล ฟื้นฟูสุขภาพ และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด นายสุชาติ กล่าวว่า ภายหลังได้รับรายงานจากนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้กําชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลลูกช้างอย่างเต็มที่ โดยยึดหลักวิชาการและมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์เป็นสําคัญ เนื่องจากช่วงนี้พื้นที่มีฝนตกหนักและสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและการติดเชื้อ จึงต้องให้ความสําคัญกับการดูแลสุขภาพและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเป็นพิเศษ พร้อมสั่งการให้ทีมสัตวแพทย์เร่งชันสูตรซากแม่ช้างอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงและนําผลการตรวจมาประกอบการวางแนวทางดูแลสัตว์ป่าในพื้นที่ต่อไป สําหรับอาการล่าสุดของลูกช้าง พบว่าฟื้นตัวจากฤทธิ์ยาซึมได้ดี มีความตื่นตัว เริ่มเดินสํารวจบริเวณคอก [...]
  • 카오솟 (태국어) — ตั้งเป้า15วันส่งคืนป่า เร่งฟื้นฟูลูกช้างกําพร้าขาติดบ่วงยืนเฝ้าซากแม่ในสวนยาง ย้ายอนุบาลสถานีเพาะเลี้ยงฯ [한국어 번역]
    ทีมสัตวแพทย์ เร่งฟื้นฟูลูกช้างกําพร้า ขาติดบ่วงยืนเฝ้าซากแม่ในสวนยาง หลังพาย้ายมาที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว ตั้งเป้าปล่อยคืนป่าใน 15 วัน วันที่ 2 พ.ย. 2569 สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (สบอ.2) โดยสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสอยดาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี พร้อมด้วยทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันประเมินพฤติกรรมและวางแนวทางดูแลลูกช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 1 ปีเศษ ซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการกินนมแม่มาสู่การกินพืชอาหารตามธรรมชาติ หลังเคลื่อนย้ายมาจากพื้นที่สวนยางพารา อ.แก่งหางแมว เนื่องจากพบพฤติกรรมสะเทือนใจยืนวนเวียนเฝ้าร่างแม่ช้างที่ล้มเสียชีวิต จากการประเมินสุขภาพเบื้องต้นพบว่า ลูกช้างมีรูปร่างค่อนข้างผอมเล็กน้อย มีบาดแผลและอาการอักเสบเล็กน้อยจากบ่วงดักสัตว์ที่ข้อขา ซึ่งสัตวแพทย์ได้ให้ยารักษาเรียบร้อยแล้ว ด้านพฤติกรรมการกินพบว่าสามารถใช้งวงหยิบจับอาหารได้เอง เจ้าหน้าที่จึงเตรียมทดลองให้อาหารธรรมชาติ เช่น กล้วยป่า ยางพารา ไผ่หนาม และกระพ้อ พร้อมทั้งเสริมจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารด้วยการจัดหามูลช้างสดใหม่มาให้ลูกช้างกินตามธรรมชาติ เพื่อช่วยเรื่องการย่อยอาหารประเภทพืชและปรับสภาพร่างกายให้พร้อมที่สุด นายพิทักษ์ ยิ่งยง ผู้อํานวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.2 เปิดเผยว่า เบื้องต้น คาดว่าจะใช้เวลาดูแลอนุบาลลูกช้างในสถานีเพาะเลี้ยงฯ ไม่เกิน 15 วัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการนํากลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม จะต้องประเมินสุขภาพร่างกาย พฤติกรรม และความพร้อมของพื้นที่ปล่อย เช่น [...]
  • 마티촌 (태국어) — สุชาติ เผยข่าวดี ลูกช้างป่ากําพร้าถึงเขาสอยดาวปลอดภัย เร่งหาสาเหตุแม่ช้างล้ม เล็งคืนลูกช้างสู่ป่า [한국어 번역]
    ‘สุชาติ’ เผยข่าวดี! ลูกช้างป่ากําพร้าถึงเขาส [...]
7참고
태국기타📰 카오솟 (태국어)최종 59.9

“รมว.สุชาติ” ลั่น! ปราบให้สิ้นซาก สั่งวางแผนสกัดจับขบวนการขนไม้พะยูง เร่งขยายผลล่านายทุน

“รมว.สุชาติ” ลั่น! ปราบให้สิ้นซาก สั่งวางแผนสกัดขบวนการขนไม้พะยูง รวบ 2 รถบรรทุก ผู้ต้องหา 2 รายกลางมุกดาหาร เร่งขยายผลล่านายทุน 2 พฤศจิกายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนต…

검토: 자동 경고 없음

뉴스 사진
근거 출처 2개 보기
  • 카오솟 (태국어) — “รมว.สุชาติ” ลั่น! ปราบให้สิ้นซาก สั่งวางแผนสกัดจับขบวนการขนไม้พะยูง เร่งขยายผลล่านายทุน [한국어 번역]
    “รมว.สุชาติ” ลั่น! ปราบให้สิ้นซาก สั่งวางแผนสกัดขบวนการขนไม้พะยูง รวบ 2 รถบรรทุก ผู้ต้องหา 2 รายกลางมุกดาหาร เร่งขยายผลล่านายทุน 2 พฤศจิกายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับรายงานจากนายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กรณีได้รับสายข่าวแจ้งเบาะแสการลักลอบขนย้ายไม้พะยูงผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนปฏิบัติการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ สนธิกําลังเข้าสกัดจับกุม พร้อมกําชับให้ขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ และดําเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด จากการสนธิกําลังของชุดปฏิบัติการพิเศษ ศปป.2 สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 กองป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) สภ.เมืองมุกดาหาร สํานักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 (ขอนแก่น) และสํานักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมุกดาหาร เข้าตรวจสอบและตรวจยึดไม้ต้องสงสัยเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ในพื้นที่อําเภอเมืองมุกดาหาร [...]
  • 마티촌 (태국어) — รมว.ยุติธรรม สั่งลุย ‘ทุ่งฝนโมเดล’ สยบคลั่ง ปราบยาเสพติด เร่งขยายผลยึดทรัพย์ [한국어 번역]
    ก.ยุติธรรม ผนึก ป.ป.ส. ลุย ครม.สัญจร อุดรฯ ขยายผล ‘ทุ่ง [...]
8관찰
태국기타📰 마티촌 (태국어)최종 59.9
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — นายกฯ เปิดงานพืชสวนโลกอุดรฯ มั่นใจสร้างประโยชน์ต่อยอดได้ แซวตัวเองกลัวฟ้าแลบ เหตุสาบานไว้เยอะ [한국어 번역]
    ‘นายกฯ’ เปิดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2569 มั่นใจส [...]
  • 카오솟 (태국어) — ‘อนุทิน’ เปิดงานพืชสวนโลก อุดรธานี มั่นใจสร้างประโยชน์ให้ประเทศ [한국어 번역]
    ‘อนุทิน’ เปิดงานพืชสวนโลก อุดรธานี มั่นใจสร้างประโยชน์ให้ประเทศ แซวตัวเอง งานพืชสวนโลกฝนตกก็ชุ่มฉ่ํา แต่ตนกลัวฟ้าแลบ เหตุสาบานไว้เยอะ 2 พ.ย. 69 – เวลา 18.20 น. ที่พื้นที่ชุ่มน้ําหนองแค จ.อุดรธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด งานมหกรรมพืชสวนโลก นายอนุุทิน กล่าวว่า งานพืชสวนโลกครั้งนี้จัดเป็นเวลา 134 วัน เป็นโอกาสสําคัญที่เราจะได้ต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก ได้เห็นศักยภาพด้านพืชสวน เกษตรกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพของไทย เป็นเวทีที่แสดงให้เห็นว่าพืช น้ํา ผู้คนเชื่อมโยงกันอย่างไร ตั้งแต่การอนุรักษ์พันธุ์พืช พื้นที่ชุ่มน้ํา การรับมือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงการนําเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้สร้างผลผลิตอย่างมีคุณภาพ แนวทางเหล่านี้ สอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green ) หรือการการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม ใน 3 มิติ ไปพร้อมกัน ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว มหกรรมครั้งนี้จึงเป็นที่ให้เกษตรกร นักวิจัย ผู้ประกอบการ [...]
9관찰
태국기타📰 마티촌 (태국어)최종 59.9

ตร.ค้านประกัน ชายเมียนมาเมายา แอบซ่อนห้องสาว ถูกจับได้รัดคอดับ นําตัวฝากขังแล้ว

ฝากขัง ชายเมียนมา ฆ่ารัดคอหญิงสาวชาวไทย พร้อมคัดค้านประ [...]

검토: 자동 경고 없음

뉴스 사진
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ตร.ค้านประกัน ชายเมียนมาเมายา แอบซ่อนห้องสาว ถูกจับได้รัดคอดับ นําตัวฝากขังแล้ว [한국어 번역]
    ฝากขัง ชายเมียนมา ฆ่ารัดคอหญิงสาวชาวไทย พร้อมคัดค้านประ [...]
  • 카오솟 (태국어) — ฝากขัง หนุ่มเมียนมาฆ่ารัดคอสาวไทย คัดค้านประกันตัว หวิดถูกรุมประชาทัณฑ์ [한국어 번역]
    เจ้าหน้าที่ตํารวจ สน.ดินแดง คุมตัวนายบี้ หนุ่มชาวเมียนมา ฝากขัง หลังฆ่ารัดคอหญิงสาวอายุ 20 ปี ชาวไทย จนท.คัดค้านประกันตัว ขณะคุมตัวหวิดถูกรุมประชาทัณฑ์ จากกรณี นายบี้ หนุ่มวัย 23 ปี สัญชาติเมียนมา ก่อเหตุฆ่ารัดคอ น.ส.ชุติกาญจน์ อายุ 20 ปี หญิงสาวชาวไทย เสียชีวิตคาหอพัก ย่านดินแดง ตํารวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่ปั๊มน้ํามัน ในพื้นที่อําเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขณะกําลังหลบหนี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพอ้างว่า สาเหตุที่ลงมือฆ่าเพราะเสพยาเสพติด และเกิดอาการหลอนยา เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 2 พ.ย.2569 ที่ สน.ดินแดง ทางพนักงานสอบสวนได้เบิกตัวนายบี้ จากห้องควบคุม มาขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขัง เพื่อนําตัวไปขออํานาจศาลฝากขัง ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเเษก ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)” พร้อมคัดค้านการขอประกันตัว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างตํารวจคุมตัวนายบี้ มาขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขัง เพื่อนําตัวไปฝากขัง ทางญาติ [...]
10관찰
태국기타📰 마티촌 (태국어)최종 59.9
근거 출처 2개 보기
  • 마티촌 (태국어) — ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก ปภ.เปิดลิตส์ 6 หมวดสําคัญต้องมีใน กระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง รับมือทุกภัยพิบัติ [한국어 번역]
    ‘ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก’ ปภ.ชวนเตรียมกระเป๋าฉ [...]
  • 카오솟 (태국어) — “ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก” ปภ. ชวนเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง รับมือทุกสถานการณ์ภัย [한국어 번역]
    “ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก” ปภ.ชวนเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง รับมือ ทุกสถานการณ์ภัยพิบัติ-เหตุฉุกเฉินอื่นๆ ภาครัฐ เตรียมแผนรองรับ สร้างความมั่นใจ-ความปลอดภัยให้ ประชาชน 2 พ.ย. 69 – นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า ตามที่หลายประเทศทั่วโลก มีการประกาศแจ้งเตือน และให้ประชาชนเตรียมสํารองอาหาร เวชภัณฑ์ และสิ่งของจําเป็นให้เพียงพอสําหรับ 72 ชั่วโมง เพื่อรับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สําหรับประเทศไทย แม้ไม่ได้อยู่ในรายชื่อประเทศที่ต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่การเตรียมความพร้อม “กระเป๋าฉุกเฉิน” หรือ Emergency Bag เป็นหนึ่งในมาตรการลดความเสี่ยง ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สร้างการรับรู้ และรณรงค์ให้ประชาชนเตรียมพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง เพราะกระเป๋าฉุกเฉิน ไม่เพียงช่วยเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศเท่านั้น แต่เป็นการเตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐานที่จะช่วยให้ประชาชนปลอดภัยจากภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินอื่นได้ ไม่ว่าจะเป็นภัยที่เกิดจากธรรมชาติ อาทิ น้ําท่วมฉับพลัน น้ําป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม แผ่นดินไหว โรคระบาด หรือภัยที่เกิดจากการกระทําของมนุษย์ เช่น ไฟไหม้ จลาจล การก่อวินาศกรรม ตลอดจนภัยอื่นๆ [...]